
'บุ๋ม-จารุจิต'โชว์ศิลป์สู่จานสวย
ขอเวลานอก : 'บุ๋ม-จารุจิต' โชว์ศิลป์สู่จานสวย : เรื่อง วันวิสา โรจน์แสงรัตน์/ ภาพ ฐานิส สุดโต
"ทุกครั้งที่มีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมชมนิทรรศการไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือภาพถ่าย ก็จะได้ไอเดียกลับมาทุกครั้ง แต่อาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของงาน"
เป็นอีกหนึ่งสาวในแวดวงสังคมที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับทายาทตึกสูงเสียดฟ้ากลางกรุง และเจ้าของทำเล ทองย่านประตูน้ำ "บุ๋ม" จารุจิต ใบหยก สาวใสวัย 26 ปี ทายาทคนที่ 3 ในจำนวน 4 พี่น้องของ คุณพ่อพันธ์เลิศ และ คุณแม่ปริยะดา ใบหยก ซึ่ง ณ วันนี้เธอก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังในฐานะผู้ช่วยประธานกลุ่มโรงแรมใบหยก โดยรับผิดชอบในส่วนงานอีเวนท์ และร้านอาหาร ด้วยการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้กับโรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ โรงแรมในเครือใบหยกซึ่งเพิ่งเปิดบริการเมื่อสิ้นปี 2011
"ที่จริงบุ๋มเข้ามาช่วยงานคุณพ่อตั้งแต่ยังเรียนที่คณะนิเทศน์ศาสตร์ จุฬาฯ คุณพ่อให้ช่วยดูด้านประชาสัมพันธ์ งานอีเวนท์ และด้านร้านอาหาร ที่โรงแรมใบหยก สกาย พอจบปริญาตรีก็เข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหารเลอ กอร์ดอง เบลอ ตอนนั้นเลือกเป็นคอร์สเรียนทำขนม หลังจากจบคอร์สก็ไปต่อปริญาโทด้านโฮเทล แอนด์ เรสเตอรอง แมเนจเม้นท์ ที่เลอ กอร์ดองเบลอ ประเทศเกาหลี พอกลับมาก็เข้ามาดูที่โรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ ก็ดูงานเหมือนกับที่ใบหยก สกาย คือตอนนี้ช่วยดูแลทั้ง 2 แห่งแต่จะเน้นไปในเรื่องของอาหารมากกว่า อย่างตอนนี้ที่หัวช้างเฮอริเทจกำลังจะเปิดคอฟฟี่ช็อป เลานจ์ ส่วนช่วงกลางคืนจะปรับเปลี่ยนเป็นบาร์ บุ๋มก็จะช่วยดูในเรื่องเมนูอาหาร การจัดแต่งจาน ซึ่งก็ตรงกับที่เรียนมา" บอสสาวแจง
และด้วยความที่ต้องคลุกคลีกับเรื่องของอาหารการกิน และมีหน้าที่ดูแลเรื่องการจัดจานอาหารให้สวยงามน่ารับประทาน ก่อนเสิร์ฟถึงมือลูกค้า เรื่องการออกแบบด้วยการสเก็ตช์ภาพทั้งอาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นแนวเธอที่ถนัด และมักทำทันทีเมื่อเกิดไอเดียเก๋ๆ แว้บเข้ามาในหัว
"บุ๋มเป็นคนชอบขีดๆ เขียนๆ มาตั้งแต่เด็กๆ ชอบสเก็ตช์ภาพแล้วลงสี แต่ก็ยังไม่เคยไปเรียนอย่างจริงจัง พอเข้าเรียนที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ต้องใช้การสเก็ตช์ภาพเข้ามาประกอบในการเรียนด้วย จึงมีโอกาสได้สเก็ตช์อยู่เป็นประจำ โดยเลือกใช้ดินสอบ้าง ปากกาบ้าง หรือบางครั้งก็เป็นปากกาเมจิกที่เป็นสีๆ แค่วาดคร่าวๆ เพื่อเป็นไอเดียในการเอาไปทำจริง ซึ่งมันก็ต่อเนื่องมาถึงการทำงาน ด้วยความที่เรามีหน้าออกแบบจัดจานให้อาหารและเครื่องดื่มดูสวยงามน่าทาน งานสเก็ตช์ภาพจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ต้องทำอยู่เสมอ แต่บุ๋มจะไม่ค่อยเลือกทำในช่วงเวลางาน ส่วนใหญ่จะสเก็ตช์เวลาว่างๆ มากกว่า เพราะในช่วงเวลางานมันมีการติดต่อประสานงานตลอดเวลา เดี๋ยวมีสายโทรเข้ามา เดี๋ยวมีอีเมลเข้า จึงไม่สะดวกเท่าไหร่นัก แต่บางครั้งคิดอะไรขึ้นมาได้ก็สเก็ตช์ทันทีตอนนั้นเลย สมุดกับปากกาจึงเป็นสิ่งที่บุ๋มต้องมีติดตัวตลอดเวลา" นักออกแบบสาวเล่าอย่างออกรส ขณะจัดเตรียมอุปกรณ์ ทั้งกระดาษ ดินสอ ยางลบ และปากกาเมจิกหลากสีสัน เพื่อลงมือสเก็ตช์ภาพให้ได้ชมกันสดๆ
เมื่ออุปกรณ์พร้อม ร่างกายพร้อม ใจพร้อม สาวบุ๋มก็สวมวิญญาณศิลปินด้วยความมุ่งมั่น ขณะที่มือวาดปากก็พลางเล่าถึงภาพที่กำลังขีดเขียนอยู่ตรงหน้าว่า ภาพแรกจะเป็นการจัดจานขนม ที่ผ่านมาจะเห็นว่าจะเลือกใช้ขนมฝรั่งกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทางโรงแรมหัวช้างเฮอริเทจจะปรับเปลี่ยนมาเลือกใช้ขนมไทยแทน โดยเลือกเป็นขนมกล้วย กล้วยเชื่อมราดกะทิ ทานคู่กับไอศกรีมใบเตย ส่วนอีกภาพเป็นข้าวโอ๊ต ไอศกรีมรสไทย และเบอร์รี่ซอส ซึ่งทั้ง 2 ภาพที่ออกแบบนี้ เป็นจานที่จะทำขายจริงภายในคอฟฟี่ช็อป เลานจ์ ที่ตั้งใจจะเปิดประมาณเดือนตุลาคมนี้
ถึงจะทำงานอย่างตั้งใจเต็มที่ตลอดแทบทั้งสัปดาห์ ทว่าเมื่อถึงวันหยุดหรือพอจะมีเวลาว่าง บอสสาวหัวใจศิลป์ก็มักจะหาโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะที่จัดอยู่ทั่วทุกมุมในเมืองกรุง โดยเฉพาะหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมนัก เพื่อหาแรงบันดาลใจในการออกแบบ ซึ่งทุกครั้งที่มีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมชมนิทรรศการไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือภาพถ่าย ก็จะได้ไอเดียกลับมาทุกครั้ง แต่อาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของงาน อย่างล่าสุดเป็นนิทรรศการย้อนวัย จัดแสดงของเล่น ร้านอาหาร ตึกรามบ้านช่องสมัยโบราณ ซึ่งครั้งนั้นสาวบุ๋มเธอบอกว่าได้ไอเดียติดหัวสมองกลับมาเยอะมาก จนเป็นที่มาของห้องอาหารหลักของทางโรงแรมฯ
"บุ๋มเคยคิดที่จะไปเรียนวาดภาพเหมือนกัน อยากวาดภาพตามอารมณ์เป็นลายเส้นหรือเป็นป๊อปอาร์ต อย่างตอนที่บุ๋มไปเรียนที่เกาหลี จะเห็นศิลปินวาดภาพสเก็ตช์แบบที่ใช้ปากกาเมจิกสีดำวาดเส้น และลงสีด้วยปากกาเมจิกสีต่างๆ มันเป็นเทรนด์ที่โน่นเขานิยมกัน บุ๋มชอบอะไรประมาณนี้ก็เลยซื้อหนังสือกลับมาดู อ่านภาษาเขาไม่ออกแต่ก็อาศัยดูภาพเอา ดูเป็นแนว มีเวลาว่างเมื่อไหร่เราก็ลองวาดดูบ้าง บุ๋มว่าเวลาวาดภาพหรือสเก็ตช์ภาพมันทำให้มีสมาธิ คือเราต้องโฟกัสอยู่กับสิ่งนั้นๆ อีกอย่างบุ๋มว่ามันช่วยให้เราได้รีแลกซ์ด้วย ทุกวันนี้บุ๋มทำงานค่อนข้างเยอะทั้งงานด้านเอกสาร และงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ พอได้หันมาวาดภาพมันก็เหมือนได้พักสายตา พักสมอง แถมเรายังได้งานด้วย" ผู้บริหารสาวหัวใจศิลป์กล่าวทิ้งท้าย ก่อนขอตัวเก็บอุปกรณ์หลังจากสเก็ตช์ภาพโชว์ไปถึง 2 ผลงานในเวลาเพียงไม่กี่นาที บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพอย่างเห็นได้ชัดทีเดียวคร้า...



