
'ปู'ตอบกระทู้สดราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
'ปู'ตอบกระทู้สดราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ย้ำพร้อมรับฟังปัญหาไม่เลือกปฏิบัติ ปชป.ตั้งกระทู้ถามติงรัฐบาลช่วยแต่ชาวนาไม่ช่วยชาวสวนยาง
29ส.ค.2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตอบกระทู้ถามสดเรื่องแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ โดยย้ำว่า พร้อมรับฟังปัญหาเกษตรกร ยืนยันไม่เลือกปฏิบัติ
ขณะเดียวกันเฟซบุ๊กนาม Yingluck Shinawatra ได้โพสต์รูปเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า "สำหรับการแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้กับเกษตรกรซึ่งบางฝ่ายพยายามนำเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาข้าวมาเปรียบเทียบกับราคายางพารานั้น ก็ต้องเรียนตามตรงว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาข้าวนั้นต้องแก้ไขด้วยวิธีการหนึ่ง ส่วนเรื่องราคายางพารานั้นก็ต้องแก้ไขด้วยอีกวิธีการหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะเร่งดำเนินการพูดคุยเจรจากับเกษตรกรผู้ปลูกยาง เพื่อให้ได้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา ซึ่งคำถามต่างๆจากสมาชิกรัฐสภา ก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องดำเนินการชี้แจงให้เกิดความชัดเจนค่ะ"
ปชป.ตั้งกระทู้ถามติงรัฐบาลช่วยแต่ชาวนาไม่ช่วยชาวสวนยาง
ทั้งนี้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มขึ้นเวลา 11.45 น. มีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง การแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และผลกระทบจากโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยนพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่สามารถอุดหนุนราคายางตามข้อเรียกร้องได้ เนื่องจากเราผลิตน้ำยางได้น้อย และต้องอิงกับราคาตลาดโลก ถือว่านายกฯอาการหนัก เขารู้กันทั้งโลกว่าไทยส่งออกยางเป็นอันดับ 1 ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามามีปัญหาราคายางตกต่ำมาตลอด โดยที่รัฐบาลและรัฐมนตรีแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะไม่มีความพยายามจริงจัง มีแต่คำโกหกหลอกลวง ซื้อเวลา เคยบอกว่าจะทำให้ขึ้นถึง 120 บาท แต่วันนี้ยังอยู่ที่ 74 บาท
นพ.สุกิจกล่าวต่อว่า ถามว่าแล้วโครงการรับจำนำข้าวเป็นไปตามกลไกตลาดโลกหรือไม่ ท่านช่วยชาวนาแต่ไม่ช่วยชาวสวนยาง ล่าสุดมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) เตรียมเสนอราคาจำนำฤดูกาลใหม่ ข้าวนาปี 1.5 หมื่นบาท ข้าวนาปรัง 1.3 หมื่นบาท วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ประกาศรับข้อเสนอคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.) เตรียมงบ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อดันราคายางพารา ช่างมีจิตใจที่เป็นธรรมจริงๆ แต่ห่างกันลิบลับ 13 เท่า ตนไม่ขออะไรมากขอให้รัฐบาลใช้งบอุดหนุนชาวสวนยาง เท่ากับชาวนาคือ 2.7 แสนล้านบาท มาซื้อยางที่กิโลกรัมละ 120 บาท จะทำให้ยางหายไปจากตลาด 2 ล้านตัน เท่ากับจำนวนส่งออกในแต่ละปี
“แต่ปัญหาคือรัฐบาลคิดและทำไม่เป็น นี่แหละคือธาตุแท้ของพวกท่าน ลำเอียง สองมาตรฐาน ชาวสวนยางไม่ใช่คนไทย ไม่ได้เสียภาษีให้ประเทศนี้หรือ ถึงใจดำกันนัก ผมพยายามช่วยแล้วแต่ในเมื่อพวกท่านไม่รับ วันที่ 3 ก.ย.นี้ ก็เตรียมรับม็อบกันให้ดี แล้วอย่าหาว่าพวกผมไปหนุน เขาเดือดร้อนจริงๆ และขอเตือนว่าอย่าทำอะไรให้พี่น้องประชาชนเจ็บ เพราะพวกท่านจะเจ็บกว่า ชาวสวนยางรักสงบไม่เผาบ้าน เผาเมือง ชาวสวนยางจิตใจสูงกว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ที่เคยคุมเรื่องยาง ทำโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ใช้เงินไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ผลที่ได้คือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ทำหนังสือถึงนายกฯว่าโครงการแทรกแซงราคายางไม่ได้ผล ไม่ถึง 120 บาท มีการทุจริตและสวมสิทธิเกษตรกร ขณะที่ยางที่ซื้อไว้ในโครงการของนายณัฐวุฒิ เก็บรักษาไม่ดี ทั้งที่เสียค่าเช่าค่าเก็บรักษาในโกดัง ทำให้ยางกว่า 2 แสนตันมูลค่ากว่าร้อยล้านบาทที่ซื้อไว้เน่าเสีย อยากถามว่าทรัพย์สินก้อนนี้มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท จะทำอย่างไรต่อไป จะขายหรือจะเก็บเอาไว้อย่างนี้”นพ.สุกิจกล่าว
นายยุคคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่าเรื่องราคายางเศรษฐกิจโลกจะเป็นตัวกำหนด วันนี้สิ่งที่รัฐบาลพยายามช่วยเหลือเกษตรกรคือ การช่วยเหลืออย่างยั่งยืน โดยแก้ไขทั้งระบบเพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้ผลผลิตมีประสิทธิภาพขึ้น เพิ่มรายได้เกษตรกรโดยการแปรรูป เราส่งออกยางปีละ 3.2 ล้านตัน ใช้ในประเทศ 5 แสนตัน จะทำอย่างไรเพื่อให้เราใช้ในประเทศเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่การจะนำเงินมาใช้ในแต่ละโครงการเราต้องดูที่เหตุและผล ในส่วนของยางพาราเรามีทั้ง กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง องค์การสวนยาง และสถาบันวิจัยยาง มีเงินเซสดูแลชาวสวนยางอยู่ แต่ถ้าจะนำเรื่องยางพารามาเปรียบกับเรื่องข้าว คงใช้มาตรการเดียวกันไม่ได้ หากจะให้รับซื้อกิโลกรัมละ 120 บาท จะมีภาระการเก็บรักษาตามมา ดังนั้นเราต้องมีมาตรการดูแลเฉพาะในส่วนของยางพารา
นายยุคลกล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานตรวจสอบการทุจริตจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แต่ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่ายางทั้งหมดสภาพเป็นอย่างไร ยางจำนวน 2 แสนตันนี้ยังเก็บไว้ในโกดัง มีประกันภัยคุ้มครองอยู่ โดยมีแผนที่จะใช้ภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้นพ.สุกิจ ท้วงติงว่า ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องทุจริต ที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรให้ดีเอสไอทำ เพราะเป็นเรื่องภายในกระทรวงที่ท่านควรไปสอบสวนกันเอง โดยเฉพาะการเผาโรงเก็บยางที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันกับคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ว่าเป็นการวางเพลิง ตนใบ้ให้ก็ได้ว่าคนที่ทำก็คือคนที่แอบเอายางไปเวียนเทียนขายก่อนหน้านี้ ให้ไปสืบดูพวกที่ไปซื้อขายกันบนกระดาษแล้วเผาอำพราง ซึ่งนายยุคคลขอรับข้อสังเกตและข้อมูลของนพ.สุกิจ ไปตรวจสอบต่อไป



