
'หมวดเจี๊ยบ'วอน'ม็อบยาง'เคารพกม.
'ชัชชาติ' เตรียมโชว์ 'ยางพารา' ก่อสร้างถนน กระตุ้นการใช้ในประเทศ ด้าน 'หมวดเจี๊ยบ' วอนเกษตรกรจับมือ 'รบ.' แก้ปัญหาราคา - ชุมนุมประท้วงให้เคารพกฎหมาย
29 ส.ค. 56 ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนยาง และมีแนวทางช่วยเหลือหลายมาตรการ ทั้งระยะสั้น กลาง และ ยาว ซึ่งขณะนี้มีบางมาตรการที่รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการแล้ว คือ การนำยางพารามาใช้ก่อสร้างถนน โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ไปพิจารณานำยางพารามาใช้ในการก่อสร้างถนน แบบที่นิยมใช้ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศอีกทางหนึ่ง และยังเป็นการระบายสต็อกยางพารา รวมทั้ง จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยางพาราและชาวสวนยางในระยะยาวอีกด้วย โดยวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค. 56) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม จะไปสำรวจการนำยางพาราไปใช้ก่อสร้างถนน ของกระทรวงคมนาคม บริเวณดอนเมืองโทลเวย์ กทม.
รัฐบาลยืนยันว่า ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมฯ โดยนายกรัฐมนตรี ได้กำชับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ให้กำชับและดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวสวนยาง หรือผู้ชุมนุมทางการเมือง อย่างละมุนละม่อม และปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นไปตามหลักสากล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอวิงวอนผู้ประท้วงเคารพกฎหมาย เพราะรัฐบาลก็ต้องดูแลและให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ หรือเดือดร้อนจากการชุมนุมด้วยเช่นกัน ขอผู้ชุมนุมอย่าใช้วิธีการปิดถนน หรือปิดสถานีรถไฟ เพราะไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาที่แท้จริง ทั้งยังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ขอให้มาพูดคุยกัน เพราะขณะนี้ราคายางพาราในตลาดโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้น หากผู้ชุมนุมจับมือกับรัฐบาล เราจะสามารถผ่านพ้นปัญหาราคายางตกต่ำไปได้ด้วยกัน
"ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ลำเอียง หรือเอาใจชาวนามากกว่าชาวสวนยาง อย่างที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวหา แต่รัฐบาลรักเกษตรกรเท่ากันทุกคน ผลผลิตทางการเกษตรแต่ละประเภท ย่อมมีปัจจัยทางการผลิตและการตลาดแตกต่างกัน จึงต้องใช้โมเดล หรือวิธีการที่แตกต่างกันในการช่วยเหลือ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ยางพารา ไม่เหมาะที่จะแก้ปัญหาโดยใช้วิธีแทรกแซงราคาเพื่อแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นตลาดที่ผู้ซื้อเป็นฝ่ายกำหนดราคา เพราะยางดิบที่ผลิตได้ในอาเซียน มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ผู้ซื้อจึงดูที่ราคาต่ำที่สุดเป็นหลัก โดยผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดโลก คือ จีน ขอให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดโจมตีว่ารัฐบาลลำเอียงเข้าข้างชาวนาได้แล้ว เพราะตามข้อเท็จจริงรัฐบาลต้องดูแลพืชผลทางการเกษตรทุกประเภท ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นฐานเสียงของรัฐบาลหรือไม่ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลคนทั้งประเทศอย่างเท่าเทียมกัน"
'ประชา' ยันไม่สลาย 'ม็อบสวนยาง'
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศของม็อบชาวสวนยางในวันที่ 3 ก.ย.ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดมา ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. แต่การเจรจาไม่ได้ผล จากการชุมนุมหารือร่วมกันระหว่างนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ กับประธานเครือข่ายเกษตรกรสวนยางทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ปรากฏว่า การพูดคุยเป็นที่น่าพอใจ ประธานเครือข่ายสวนยางแห่งประเทศไทยมีความพึงพอใจ มีเพียงส่วนน้อย ที่ไม่ค่อยพอใจข้อสรุป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่แทรกแซงราคา แต่จะให้เงินสดช่วยเหลือในเรื่องปัจจัยการผลิต
ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวสวนยางไม่ได้ต้องการให้แทรกแซง เพราะต้องการให้ประกันราคา พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า การช่วยต้องให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและตามกลไกตลาด ถ้ามากำหนดราคาจะไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ฉะนั้นเราช่วยตรงไปที่พี่น้องเกษตรชาวสวนยางเลย ซึ่งเกษตรกรที่หารือเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ก็พอใจ เกษตรกรภาคอีสานและเหนือ จะยุติการชุมนุมในวันที่ 3 ก.ย. มีการแถลงร่วมกันแล้ว ตัวแทนทางภาคใต้ก็จะเอาผลการหารือไปบอกผู้ชุมนุมที่ภาคใต้ ส่วนตัวแทนที่วอล์กเอาต์ออกไปก่อนนั้น ก็เป็นเพราะจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 ส.ค.) ก็ได้มีการประสานให้นำข้อมูลไปชี้แจงต่อเกษตรกรให้รับทราบการช่วยเหลือของรัฐบาล
เมื่อถามว่า จะหาจุดร่วมอย่างไร เพราะม็อบที่ จ.นครศรีธรรมราช ต้องการ กก.ละ 101 บาท พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ขณะนี้เราต้องยึดเกษตรกรที่เป็นตัวแทน เมื่อมีการประชุมตกลงกันแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตามเครือข่ายที่เป็นตัวแทนมาตกลง โดยประธานเครือข่ายที่มาประชุม ได้ยืนยันว่า จะไม่เคลื่อนไหว 3 ก.ย.นี้ ถ้าเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือเรื่องการลดต้นทุนการผลิตตามที่ได้ตกลงไว้ในการหารือ ส่วนที่ตอนนี้การชุมนุมที่ จ.นครศรีธรรมราช ยังไม่มีการยุติชุมนุมเพราะยังสื่อสารไปไม่ถึง
"เรามีการทำความเข้าใจกับเครือข่ายทั่วทุกภาคว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวในวันที่ 3 ก.ย.หากมีความพึงพอใจในการช่วยเหลือของรัฐบาล ส่วนผู้ชุมนุมที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เป็นการเรียกร้องแต่ไม่ได้มาร่วมการเจรจาเราก็จะสื่อสารไปว่า ขณะนี้ประธานเครือข่ายทุกภาคได้มีข้อสรุปตรงนี้ ก็จะส่งสัญญาณนี้ออกไป หากเขารับได้เป็นการช่วยเหลือที่ถูกต้องแล้ว ก็น่าจะสลายตัวได้ ถ้าไม่สลายเราก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร จะให้ทางตำรวจบุกไปเหมือนเดิมก็ไม่ใช่ ตำรวจที่บุกไปครั้งนั้นก็เพื่อจะเอาเต็นท์ออก จนถูกปาหัวแตกมา"
เมื่อถามว่า หากผู้ชุมนุมไม่ยุติรัฐบาลจะทำอย่างไร พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เรื่องนี้เสียหายมากหากไม่ยุติ โรงเรียนปิดหลายโรงเรียน ชาว อ.ชะอวด เดือดร้อนแสนสาหัส คนป่วยหนักนำส่งโรงพยาบาลไม่ได้ เพราะมีการปิดเส้นการจราจร พืชผลเกษตรไม่สามารถนำออกสู่ตลาดได้ คนในพื้นที่เองไม่เห็นด้วย ประชาชนใน อ.ชะอวด เองก็เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมกลับไปชุมนุมในพื้นที่ตัวเอง
"แต่จะยังไม่มีการใช้กฎหมายเพื่อสลายการชุมนุมเด็ดขาด จะไม่มีการใช้อาวุธ แค่ยกเต็นท์ออกเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ก็บาดเจ็บไป 50 คน ตำรวจเอ็นขาดพิการ 1 คน ได้บอกไปว่าอย่าใช้ความรุนแรงและอาวุธ เพราะประสบการณ์ใช้อาวุธเมื่อปี 53 ทำให้สูญเสียมามากแล้ว อย่าให้เกิดซ้ำรอยอีก หากพี่น้องยังไม่ออกไป เราก็ไม่สลาย ตำรวจไม่ทำ เพราะถ้าทำ ตำรวจจะเจ็บ"
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการม็อบชนม็อบ เพราะกำนันผู้ใหญ่ในพื้นที่ก็ออกคัดค้านการชุมนุมครั้งนี้ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เราพยายามป้องกัน จัดกำลังดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมมากกว่า เพราะชาวบ้านเหลืออด กำนันผู้ใหญ่และพยาบาลก็ไปขอร้องแล้ว วันนี้กลุ่มนักเรียนจะไปอีก จะไปขอร้องกราบไหว้ให้ไปชุมนุมที่อื่น อย่างเมื่อคืนวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มทางกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ก็เตรียมพร้อมจะเข้าไปถล่ม แต่ตนห้ามไว้ เพราะกลัวจะบานปลาย เราได้ขอร้องเลยว่าอย่าทำเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสัมภาษณ์มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ พล.ต.อ.ประชา เริ่มตอบอย่างมีอารมณ์หลังจากโดนซักถามถึงมาตรการรับมืออย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อถูกถามว่า รัฐบาลจะใช้วิธีการให้ประชาชนกลุ่มอื่นมากดดันให้ม็อบเกิดความสำนึกเองใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ประชา จึงย้อนถามว่า "แล้วจะให้ตำรวจทำอย่างไร ผมขอถามกลับสื่อมวลชน ว่าจะให้ตำรวจทำอย่างไร" ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับไปว่าไม่ทราบ เนื่องจากไม่ได้รับผิดชอบหน้าที่ตรงนี้ พล.ต.อ.ประชา จึงตอบกลับอีกว่า "ตรงนี้ต้องรู้บ้างว่าตำรวจผมเข้าไปแล้วบาดเจ็บเป็นร้อยคนแล้ว แล้วจะให้ตำรวจทำอย่างไร" และผู้สื่อข่าวตอบว่าไม่มีหน้าที่จะไปแก้ปัญหาตรงนั้น เพราะการดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ พล.ต.อ.ประชา จึงกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "ไม่มีหน้าที่ แต่เมื่อแนวทางเป็นอย่างนี้ อยากให้ช่วยกันคิดหน่อยได้ไหม ท่านก็มีสมอง ผมก็มีสมอง ขณะนี้เราคิดว่าแนวโน้มสลายเราจะไม่ทำ เพราะทำแล้วเดี๋ยวตำรวจเจ็บ ตำรวจตาย จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว"
รองนายกฯ กล่าวว่า การชุมนุมตอนนี้เป็นคนนอกมาชุมนุม ไม่รู้เกษตรกรจริงหรือการเมือง เพราะมีนักการเมืองไปสนับสนุนการชุมนุมดังกล่าว ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาท่านต้องมารับผิดชอบร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ จ.นครศรีธรรมราช มีประมาณหลักร้อย ซึ่งเป็นคนนอกพื้นที่ที่ไม่ใช่เกษตรกร ส่วนคนพื้นที่มีไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยเมื่อวันที่ 28 ส.ค.เราได้ขออำนาจศาลให้พิจารณาฉุกเฉินเพื่อออกหมายจับไปบางส่วนแล้ว ยืนยันว่าทางตำรวจไม่อยากใช้อำนาจหรือกำลัง เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียทั้งสองฝ่าย
เมื่อถามว่า วันที่ 3 ก.ย.รัฐบาลจะสกัดไม่ให้คนมาชุมนุมได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ในที่ตั้ง และดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากมีข้อเสนออะไรที่ดีกว่านี้ตนขอคำแนะนำจากสื่อมวลชนด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการป้องกัน หากยังมีการชุมนุมในวันที่ 3 ก.ย.นั้น สำหรับในภาคใต้ยอมรับว่าเรามีมาตรการป้องกันแล้ว แต่ขอไม่เปิดเผย เอาไว้ใช้เมื่อจำเป็น เมื่อถึงวาระ เมื่อถามว่า เหตุใดตอนการชุมนุมทางการเมืองใน กทม.แม้จะยังไม่มีการชุมนุม แต่รัฐบาลมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ล่วงหน้า แต่ครั้งนี้รัฐบาลก็ระบุว่า มีการเมืองเกี่ยวข้อง แต่เหตุใดจึงไม่ประกาศ รองนายกฯ ย้อนถามกลับอย่างมีอารมณ์อีกครั้งว่า "ผมได้ความคิดแล้ว ท่านอยากจะให้ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ใช่ไหม ตกลงเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ใช่ไหม ผมจะได้รับฟังคำแนะนำสื่อมวลชน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรงจึงไม่ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาด้วยตัวเอง รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐมนตรีไม่ใช่ผบ.เหตุการณ์ ผบ.เหตุการณ์ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อีกทั้งเรามีตัวแทนลงไปแล้ว เมื่อถามว่า แม้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง จะลงไปแต่ไม่ได้เข้าไปในม็อบ รองนายกฯ กล่าวว่า หากเข้าไปก็โดนก้อนหิน หนังสติ๊ก จะไปยืนเฉยเป็นเป้าหรืออย่างไร
ต่อกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลจะปลุกม็อบชนม็อบจริงหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะไปจัดม็อบทำไม มีแต่ห้ามไว้อย่าไปตีเขา บางกลุ่มของเขาก็รุนแรง จนพวกตนจะใช้อาวุธแล้วนะเพราะเหลืออด หากคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วใครเดือดร้อน นักเรียนไปโรงเรียนไม่ได้ สินค้าก็ได้รับผลกระทบ โรงพยาบาลก็คนตายเป็นเบือ เพราะส่งต่อคนบาดเจ็บสาหัสไม่ได้
เมื่อถามว่า นักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังคืออักษรย่อ "ส." ตามที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า "พวกเราไม่ได้ติดตามหรือก็ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีม็อบ ก็มีแต่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้น การเมืองแน่นอน ส่วนเรื่องการส่งกำลังบำรุงก็เยอะ"



