ข่าว

'กกต.'ฟันอาญา'ศิริโชค'ใส่ร้าย'พงศพัศ'

'กกต.'ฟันอาญา'ศิริโชค'ใส่ร้าย'พงศพัศ'

29 ส.ค. 2556

'สุขุมพันธุ์' โล่ง! 'กกต.' ยกคำร้องค้านเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. สั่งดำเนินคดีอาญา 'ศิริโชค' โพสต์เฟซบุ๊กใส่ร้าย 'พงศพัศ' เผาบ้านเผาเมือง เหตุหลักฐานไม่ชัด

 

                       29 ส.ค.56 นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกต. มีมติยกคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2556 กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา และผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก 4 คน ร้องคัดค้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หมายเลข 16 พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาใส่ร้ายหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกี่ยวกับผู้สมัครใด ตามมาตรา 23(5) ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาขิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 กรณีที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง กรณีที่ นายเสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กให้เลือกผู้สมัครหมายเลข 16 เพื่อต้านพรรคเพื่อไทยยึดครองกรุงเทพฯ โดยมีข้อความในลักษณะไม่เลือกเราเขามาแน่ และกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยช่วยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หาเสียง ที่ระบุว่า "อภิสิทธิ์ เบอร์อะไร เบอร์ 16 สุขุมพันธุ์เบอร์อะไร เบอร์ 16" นั้น กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการสืบสวนสอบสวน พบว่ากระทำดังกล่าวไม่มีหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงว่าเป็นการกระทำเพื่อเชื่อมโยงไปยังม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ อีกทั้ง การกระทำดังกล่าวยังเป็นการกระทำผ่านเฟสบุ๊กส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร กกต.จึงมีมติยกคำร้อง

                     แต่ทั้งนี้ กกต. มีมติให้ดำเนินคดีอาญานายศิริโชค กรณีกระทำการโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊คในลักษณะใส่ร้ายพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย ในประเด็นที่เกี่ยวกับการเผาบ้านเผาเมือง เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่า ภาพดังกล่าวได้ปรากฏในเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์และเว็ปไซต์อี่น รวมทั้งเผยแพร่ในระบบข้อมูลออนไลน์http://www.facebook.com/SirichokSopha อย่างเปิดเผย โดยใช้ข้อความประกอบภาพว่า “เห็นภาพนี้ทำให้เราคิดถึงเหตุการณ์ เผาบ้าน เผาเมือง ไหมครับ?” ซึ่งอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดต่อคะแนนนิยมของผู้สมัครได้ กกต.จึงมีมติดำเนินคดีต่อไป

                     นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กกต. ยังมีมติยกคำร้องคัดค้าน กรณีที่นายสัญญา จันทรัตน์ น.ส.พัทธยา เนตรธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน เขต 14 (พญาไท) และน.ส.วัลย์ลิกา สรรเสริญชูโชติ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน เขต 17 (ห้วยขวาง) ร้องคัดค้าน พล.ต.อ.พงศพัศ ในข้อกล่าวหาว่า ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร ในกรณีที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แจกเอกสารให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กรอกข้อมูลส่วนตัว ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดนั้น จากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนฯ พบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการทำหน้าที่ตามปกติของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และไม่อาจเชื่อมโยงได้ว่าเป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องกับพล.ต.อ.พงศพัศ ดังนั้น กกต.จึงมีมติยกคำร้องไป

                     นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมกกต. ยังมีมติให้ดำเนินการสิบสวนสอบสวนเพิ่มเติม กรณีคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในกรณีที่ น.ส.แสงหยก แสงหยกตระการ ได้ร้องคัดค้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และนายกิตพล เชิดชูกิจกุล ส.ก.เขตประเวศ ในข้อกล่าวหาใส่ร้ายหรือจูงใจให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้สมัคร ตามมาตรา 23(5) ของพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นฯ เนื่องจากใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวปราศรัยบนรถยนต์หาเสียงเลือกตั้ง บริเวณหมู่บ้านเสรี วิลล่า ถ.ศรีนครินทร์ ว่า “เขตประเวศมีพื้นที่มากขนาดใหญ่ เพื่อพัฒนามีงบประมาณจากกรุงเทพฯ รักชอบ ส.ก.กิตพล ให้เลือกหมายเลข 16หาบเร่แผงลอยยังคงมีต่อไป ถ้าท่านเลือกหมายเลขอื่น เขาจะเอาหาบเร่แผงลอยออกไป” ซึ่งกกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า จากหลักฐานตามที่ปรากฎดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากยังไม่ทราบว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์อยู่ในรถขยายเสียงในเวลานั้นและเป็นผู้พูดด้วยหรือไม่

                     อีกทั้งเห็นว่าคำปราศรัยดังกล่าวเป็นคำพูดของส.ก. ที่สามารถทำได้ ไม่ใช่เป็นคำพูดของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้อำนวยการเขต จากหลักฐานดัวกล่าวจึงยังไม่ชัดเจน กกต.จึงมีมติให้สอบสวนเพิามเติม พร้อมให้แจ้งจ้อกล่าวหาแก่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ รับทราบด้วย เนื่องจากตามกระบวนการสืบสวนสอบสวนต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบ เพื่อเตรียมเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แต่ก่อนหน้านี้กรณีนี้ทางคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของกทม.ฯ มีมติยกคำร้อง เพราะเห็นว่าไม่มีมูล จึงไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์รับทราบ แต่เมื่อเรื่องมาถึงกกต. ทางกกต.เห็นควรให้สอบเพิ่มเติม จึงต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ รับทราบต่อไป

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการกระทำของนายศิริโชคนั้น ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นน มาตรา  57 ซึ่งห้ามมิหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้าย หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใดอันเกี่ยวกับผู้สมัครใด ทั้งนี้หากศาลตัดสินว่ามีความผิด ตามกฎหมายฉบับเดียวกันในมาตรา 118  กำหนดว่าต้องระวางโทษ จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000 -100,000 บาท  และมีโทษถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี

 

'ศิริโชค' ข้องใจ 'กกต.' เตรียมดำเนินคดีอาญา

 

                      ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติจะดำเนินคดีอาญา กรณีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กรณีกระทำการ โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊คในลักษณะใส่ร้ายพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 9 ในประเด็นเกี่ยวกับการเผาบ้านเผาเมืองซึ่งภาพดังกล่าวได้ปรากฏในเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์และเว็ปไซต์อี่น รวมทั้งเผยแพร่ในระบบข้อมูลออนไลน์ <http://www.facebook.com/Sirichok> Sopha อย่างเปิดเผยโดยใช้ข้อความประกอบภาพว่า “เห็นภาพนี้ ทำให้เราคิดถึงเหตุการณ์ เผาบ้าน เผาเมือง ไหมครับ”

                      โดยนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า สำหรับตนแล้ว ยังไม่ทราบเลยว่ากกต. ฟ้องร้องตนในข้อหาอะไร ผิดกฏหมายอะไรข้อไหนบ้าง ภาพที่กกต.นำมากล่าวหาตนนั้นตนบอกแล้วว่าเป็นการตัดต่อ และหากดำเนินคดีอาญาตนจริงและหากตนทราบข้อหา ก็พร้อมที่จะสู้ทั้ง 3 ศาล และจะพิสูจน์ด้วยว่ามีการทำผิดจริงหรือไม่ แต่ขณะนี้กกต.เองยังไม่มีความชัดเจนว่าตนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือกฎหมายหมิ่นประมาท หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์ แต่ทั้งหมดไม่มีผลกระทบสมาชิกภาพการเป็นส.ส.เขตของตน

                      “หากผมทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเป็นเรื่องน่าแปลกประหลาด เพราะที่ผ่านมา กกต.กลางไม่เคยเรียกผมไปสอบปากคำหรือขอความชัดเจนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นเวลานี้ผมจึงทำได้เพียงรอเอกสารอย่างเป็นทางการจาก กกต.ก่อน” นายศิริโชค กล่าว