
ยอมความ!คดีทองคำแท่งยัดไส้4กก.
คดีทองคำแท่งยัดไส้ 4 กก. ผู้ต้องหาเจรจาขอยอมความกับผู้เสียหาย พร้อมยอมชดใช้ค่าเสียหายคืนให้ทั้งหมด อ้างไม่มีเจตนาหลอกลวง
29 ส.ค.56 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมาจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นางวรนุช กันโต อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดสิงห์บุรี และนางศิริพร จิตรติกรกุล อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่นำทองคำแท่งยัดไส้ 4 แท่ง น้ำหนักแท่งละ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 4 กิโลกรัม ไปขายให้กับร้านทอง 2 แห่งในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา ได้เงินไปรวมกว่า 5 ล้านบาท
ซึ่งต่อมาเจ้าของร้านทองได้ตรวจสอบด้วยการพ่นไฟเผาด้วยความร้อนสูง และพบว่าทองคำแท่งที่คนร้ายนำมาขายมีการยัดไส้มา โดยทองคำยัดไส้แต่ละแท่งใช้ทองทำแท้น้ำหนักประมาณ 5 บาท เคลือบไว้ด้านนอก แต่ด้านในยัดไส้วัตถุชนิดหนึ่ง ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นวัตถุชนิดใด โดยทองคำยัดไส้ล็อตนี้ทำได้อย่างแนบเนียนมาก ทั้งเนื้อทองคำ น้ำหนัก รวมไปถึงเครื่องหมายต่างๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ผู้อื่นนั้น
ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้เจรจาขอยอมความกับเจ้าของร้านทองผู้เสียหายแล้ว เนื่องจากคดีฐานฉ้อโกงทรัพย์สามารถเจรจายอมความกันได้ โดยหญิงสาวผู้ต้องหาทั้งสองคนยืนยันว่า ไม่มีเจตนานำทองคำยัดไส้ไปหลอกขายให้กับทางร้านทอง พร้อมยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด ซึ่งผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของร้านทองก็ยอมรับชดใช้ค่าเสียหาย และยินดีถอนแจ้งความ โดยมีข้อแม้ว่าขอยึดทองคำแท่งที่ยัดไส้ทั้งหมดไว้ เพื่อส่งไปให้กับสมาคมผู้ค้าทองตรวจสอบหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการค้าทองคำ ทั้งในเรื่องของวัตถุที่ยัดไส้ไว้ในทองคำแท่ง การถ่วงน้ำหนักเฉพาะทอง และวิธีการผลิตทองยัดไส้ เพื่อจะได้รู้ทันกลโกงของกลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้ต่อไป
ด้านพันตำรวจเอกวณัฐ อรรถกวิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในส่วนของคดีเมื่อผู้เสียหายถอนแจ้งความคดีก็ถือเป็นอันจบ เพราะคดีความผิดฐานฉ้อโกงสามารถเจรจายอมความกันได้ แต่ถึงแม้คดีความในเรื่องของการฉ้อโกงจะจบไป แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังจะต้องทำหน้าที่สืบสวนขยายผลเพื่อหาแหล่งที่มาของทองคำยัดไส้ และขบวนการของกลุ่มมิจฉาชีพนี้ต่อไป



