
ไล่จับโจ๋ซิ่ง...ฝ่าคมเขี้ยวร็อตไวเลอร์
หลายคนคงเคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า "ใจดีสู้เสือ" แต่สำหรับ ด.ต.มานพ อังกระโทก ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองร้อยเอ็ด เจ้าของรหัสพลาญชัย 662 ต้องยึดสุภาษิต "ใจดีสู้หมา" (ฮ่า ฮ่า) เพื่อเอาตัวรอดจากวิกฤติร็อตไวเลอร์ตัวเขื่อง 2 ตัวรุมขย้ำ !?!
เช้าวันที่ 10 มิถุนายน ด.ต.มานพ อังกระโทก ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณสี่แยกถนนเลี่ยงเมือง พบวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า นูโวเอ็มเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน ขจพ 850 ร้อยเอ็ด ไม่สวมหมวกกันน็อกและมีการดัดแปลงสภาพรถ จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ แต่การณ์กลับปรากฏเป็นตรงกันข้าม วัยรุ่นคนที่ว่าแทนที่จะจอดกลับเร่งเครื่องหลบหนี
ด.ต.มานพกระโดดขึ้นรถจักรยานยนต์สายตรวจขี่ติดตามไปติดๆ จนเห็นวัยรุ่นคนดังกล่าวขี่รถหลบเข้าไปในร้านทำป้ายโฆษณาแห่งหนึ่ง ริมถนนบ้านรอบเมือง หมู่ 5 ใกล้ปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด แล้วจอดรถทิ้งไว้หน้าบ้าน ส่วนตัวคนขี่หลบหนีเข้าไปหลังโรงงาน เขาจึงตรงเข้าไปจอดรถใกล้ๆ กัน
บ้านหลังที่ว่านี้เปิดเป็นโรงงานทำป้ายโฆษณา ประตูรั้วเป็นบานเลื่อนไม้ขนาดใหญ่เปิดอ้าไว้อยู่แล้ว ด.ต.มานพลงจากรถ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งจูงสุนัขออกมา 2 ตัว เขาไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์ไหน สิ่งเดียวที่เห็นคือขนาดตัวที่ใหญ่โตและกำยำสีดำปลอด จากนั้นผู้ชายที่จูงอยู่ก็ปล่อยสุนัขออกมาทั้งเชือก วิ่งตรงเข้าใส่ชนิดไม่ทันตั้งตัว
จะเป็นเพราะเกิดอาการช็อกหรือข่าวเรื่องร็อตไวเลอร์ขย้ำคนที่ผ่านมาก็ไม่ทราบได้ ทำให้ ด.ต.มานพพยายามตั้งสติ ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่วิ่งหนีอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าในใจจะเตลิดไปไกลแล้วก็ตาม (ฮา)
ด.ต.มานพเป็นคนสูง 173 เซนติเมตร แต่กระนั้นเมื่อร็อตไวเลอร์ทั้ง 2 ตัวกระโดดเข้าใส่ ตัวหนึ่งเกาะเอวซ้าย อีกตัวเกาะเอวขวา ก็มีความสูงเกือบถึงหน้าอก เมื่อผ่านเหตุการณ์ช่วงนั้นมาแล้วเขายอมรับว่า ตอนนั้นกลัวมันกัดมากที่สุด ถึงกับท่องบทสวดมนต์แผ่เมตตาให้หมาทั้ง 2 ตัวขอย่าได้มีเวรกรรมต่อกันเลย
"ผมยืนนิ่งท่องบทสวดอยู่อย่างนั้น" ด.ต.มานพ เล่า
ไม่รู้เพราะบทสวดหรือกุศลหนใดก็ตามดลบันดาลให้ลูกจ้างชายอีกคนเดินตรงมาหา ในใจตำรวจเคราะห์ร้ายคิดว่าเขาจะมาช่วยกันหมาออกไป ตรงกันข้ามกลับบอกว่าเฮียให้ไปพบ เมื่อได้รับคำตอบแล้วก็ปลีกตัวกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ ด.ต.มานพเผชิญวิกฤติต่อไป ระหว่างนี้มีโทรศัพท์มือถือเข้ามาตลอด ด.ต.มานพพยายามรับสาย แต่ก็โดนร็อตไวเลอร์ทั้ง 2 ตัว โถมเข้าใส่ตลอดเวลา
"ตอนนั้นผมได้แต่ทำใจดีสู้หมา !?!"
ด.ต.มานพค่อยๆ ก้าวเข้าไปในบ้านสังเกตเห็นประตูออกหลังบ้าน เปิดเข้าไปก็เจอกับ "เฮีย" เจ้าของบ้านกำลังโทรศัพท์อยู่ เขาพยายามอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอโทษ แต่ฝ่ายเจ้าบ้านไม่ฟังบอกว่ามีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้หมดแล้ว บวกกับได้คุยกับ ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ดแล้ว ขณะยืนงงทำอะไรไม่ถูกก็มีคนไปปิดประตูรั้วบ้านและล็อก ปล่อยให้ ด.ต.มานพเผชิญหน้ากับร็อตไวเลอร์ทั้ง 2 ตัวต่อไปตามลำพัง
บทสวดแผ่เมตตาท่องมาหลายรอบแล้วก็ยังไม่เป็นผล ท้ายที่สุด ด.ต.มานพเลยพยายามวิทยุขอความช่วยเหลือ บ้างก็โทรศัพท์เรียกเพื่อนตำรวจและผู้บังคับบัญชาให้มาช่วยเหลือเร็วๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้อนาคตข้างหน้าทว่าในใจตระหนักแล้วว่า เขาจะไม่ยอมตายจากเขี้ยวหมาอย่างเด็ดขาด
"ชีวิตผมต้องไม่มาตายเพราะหมา ถ้าจวนตัวจริงๆ มันกัดผมก็ต้องป้องกันตัวเอง คงใช้ปืนพกยิงรักษาชีวิตเอาไว้"
โชคดีที่ ด.ต.มานพไม่ต้องใช้ความรุนแรงขนาดนั้น เพราะหลังจากรับแจ้งขอความช่วยเหลือไม่นานนัก พ.ต.ท.วุฒิชัย แช่มช้อย รอง ผกก.จร สภ.เมืองร้อยเอ็ด พ.ต.ต.อำนาจ แก้วน่าน สว.จร.พร้อมกำลังตำรวจจราจรก็รุดไปที่เกิดเหตุช่วยเหลือเอาไว้ได้ทัน และโชคดียิ่งกว่าเมื่อ ด.ต.มานพไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ยกเว้นความอกสั่นขวัญแขวน
พ.ต.อ.สมประสงค์ พิมพิลา ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด บอกว่า ทราบเรื่องตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุแล้ว โดยเจ้าของร้านทำป้ายโฆษณาโทรศัพท์แจ้งให้ทราบ จึงอธิบายให้เข้าใจว่าตำรวจกระทำตามหน้าที่ เมื่อพบเห็นรถต้องสงสัยหลบหนีการตรวจค้นก็ติดตามมา ตำรวจจราจรเองก็สวมเครื่องแบบ อย่างไรก็ตามจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
เบื้องต้นเจ้าพนักงานจราจรได้ออกใบสั่งและบันทึกตรวจยึดรถจักรยานยนต์ต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ส่วนเจ้าของร้านทำป้ายโฆษณาถูกดำเนินคดีในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
"คม ชัด ลึก" พยายามติดต่อเจ้าของร้านทำป้ายโฆษณา เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ



