
เหลือบรุมทึ้งเด็กหัวโตขอรูปโพสต์ลงเน็ตรับบริจาคได้2แสนหายตัว
เหลือบสังคมรุมทึ้งเด็กพิการหัวโต ทำทีเป็นยื่นมือช่วยเหลือ ขอรูปโพสต์ลงเน็ตขอรับเงินบริจาค ได้เงินร่วม 2 แสนก่อนหายเข้ากลีบเมฆ หนักสุดถึงขั้นติดต่อขอซื้อลูกชาย พ่อแม่เตือนอย่าหลงเชื่อ
เหลือบสังคมมีให้เห็นอยู่ทุกวงการ แม้แต่เด็กพิการหัวโตยังถูกรุมทึ้ง บริเวณระเบียงบ้านไม้ 2 ชั้น เลขที่ 101 ซอยสามวา 25 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ถูกใช้เป็นที่นอนของ ด.ช.ธันวา อินทร์จันทร์ หรือน้องปังปอนด์ วัย 2 ขวบ และได้ต้อนรับขับสู้เหลือบสังคมมาแล้วอย่างน้อย 3-4 ราย ที่ทำทีเป็นยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็เป็นได้เพียงการหลอกลวงขอเงินบริจาคเข้ากระเป๋าตัวเองเท่านั้น
น้องปังปอนด์เกิดมาพร้อมกับอาการผิดปกติของศีรษะที่โตกว่าเด็กทั่วไป หัวของเขาใหญ่ขนาดพัดลม 18 นิ้ว และมีน้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัม เป็นบุตรของ "ลอย อินทร์จันทร์" กับ "ปวีณา เล็กนิยม" ด้วยขนาดของหัวที่ใหญ่โต ทำให้น้องปังปอนด์ไม่สามารถขยับเขยื่อนได้ จึงต้องนอนอยู่บนเบาะตลอดเวลา ส่งผลให้บริเวณหัวด้านหลังมีแผลที่เกิดจากการกดทับ เป็นหนอง ต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.นวมินทร์ เป็นระยะๆ ในขณะที่ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน รายได้เดียวของครอบครัวนี้มาจากการขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างของหัวหน้าครอบครัวเท่านั้น
ระหว่างไปรับการรักษาตัวและเผชิญกับโลกภายนอกนี้เอง ทำให้หลายคนพบเห็นน้องปังปอนด์ หลายรายแสดงอาการสงสารเห็นใจและต้องการช่วยเหลือ ด้วยการให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อหน่วยงานต่างๆ ทว่าลอยพยายามทำทุกวิถีทางแล้ว ทั้งการโทรศัพท์และไปหาด้วยตัวเอง กลับพบแต่ความผิดหวัง ไม่มีบ้างไม่อยู่บ้าง จนไม่อยากจะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือใครอีกต่อไป
แต่แล้วขณะที่ความท้อแท้กำลังจะได้รับชัยชนะ ลอยก็กลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมีผู้คนอย่างน้อย 3-4 ราย แสดงความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ ถึงขนาดตามมาหาถึงบ้าน มาดูความเป็นอยู่ของน้องปังปอนด์และขอรูปไปตั้งกระทู้ขอรับบริจาคเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต และมีอยู่รายหนึ่งที่ดูเหมือนจะจริงจังกับเรื่องนี้มาก มาขอรูปไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 และมีการติดต่อกันเป็นประจำสม่ำเสมอ บอกถึงความคืบหน้าเรื่องเงินบริจาค ครั้งล่าสุดที่ได้รับการติดต่อคือเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน
"เขาบอกว่ารวบรวมเงินได้เกือบ 2 แสนบาทแล้ว จะเอามาให้วันที่ 4 ธันวาคม 2551 ซึ่งเป็นวันเกิดของน้องปังปอนด์ แต่แล้วก็ไม่ได้มาตามที่บอก ลองติดต่อกลับไปก็ติดต่อไม่ได้เลย หายเงียบไปเฉยๆ จากนั้นมาก็เข็ด ผมสั่งห้ามคนในบ้านอย่าให้รูปน้องปังปอนด์กับใครอีก" ลอย เล่า
ลอยเชื่อว่ามิจฉาชีพที่หลอกขอรับเงินบริจาค โดยอ้างถึงความพิการของลูกเขาได้เงินไปจำนวนไม่น้อยจริง เนื่องจากระหว่างที่พาน้องปังปอนด์ไปโรงพยาบาล จะมีคนเข้ามาทักอยู่บ่อยๆ ว่าเคยเห็นรูปของน้องปังปอนด์ตามเว็บไซต์ขอรับบริจาคเงิน และครั้งหนึ่งเขาเจอกับคนที่บอกว่าได้บริจาคเงินให้แก่เจ้าของกระทู้ไปเป็นจำนวนไม่น้อยเลยผ่านทางบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ ลอยได้แต่ปฏิเสธว่าไม่เคยนำรูปลูกชายไปลงอินเทอร์เน็ต และไม่เคยเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงเทพ ที่สำคัญเขาไม่เคยได้รับเงินก้อนนั้นเลย ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้ใจบุญคนนั้นฟัง
ไม่เพียงเท่านี้ ครอบครัวอินทร์จันทร์ยังต้องประสบกับความจริงที่โหดร้ายกว่าคือ เมื่อไม่นานมานี้มีคนมาหาที่บ้านและติดต่อขอซื้อน้องปังปอนด์ในราคา 2-3 แสนบาท ลอยโมโหมากถึงกับตะเพิดไล่ออกจากบ้านแทบไม่ทัน เขายืนยันเสียงหนักแน่นในฐานะคนเป็นพ่อว่า ถึงจะอดตาย ไม่มีจะกิน ก็จะไม่ยอมขายลูกเด็ดขาด
"ลูกเราเราจะขายได้อย่างไร ไม่รู้ว่าเขาจะเอาลูกเราไปทำอะไร ตอนนี้ผมเลยไม่ให้รูปลูกกับใครอีกเลย กลัวว่าเขาจะเอาลูกเราไปหากินอีก เมื่อก่อนมีมาหลายราย เราก็ให้ไปหวังว่าเขาจะมาช่วยเหลือ สุดท้ายก็ไม่มีใครช่วยจริงๆ เลยกลัวคนจะมาหลอกอีก แล้วบาปก็จะตกอยู่กับลูก"
ถึงแม้ศีรษะจะใหญ่โตและสร้างปัญหาให้น้องปังปอนด์ แต่เด็กน้อยก็ร่าเริงแจ่มใสเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะมีและเป็นได้ ยิ้มง่าย หัวเราะเก่ง ชอบนอนไขว้ขา โบกมือไปมาทักทายคนนู้นคนนี้ แม่บอกให้ทำอะไรก็ทำ โดยเฉพาะการยกมือไหว้ทักทายแขกผู้มาเยือน ปวีณาผู้เป็นมารดาบอกว่า ขณะตั้งท้องน้องปังปอนด์ เธอฝากครรถ์และไปตรวจครรภ์ทุกครั้งไม่เคยขาด แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุของโรคเกิดจากอะไร เพิ่งจะรู้ตอนคลอด โดยหมอบอกเธอว่าหัวเด็กโตกว่าปกติให้ทำใจไว้ ส่วนใหญ่จะอยู่ได้ไม่เกิน 5 วัน
จากวันที่น้องปังปอนด์ลืมตาดูโลกและหมอทำนายโชคชะตาไว้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 5 วัน ถึงปัจจุบันนี้น้องปังปอนด์ต่อสู้มีชีวิตก้าวสู่ขวบที่ 3 ปวีณาบอกว่าหากเกิดอะไรกับลูก เธอคงจะบ้า จากความรักและผูกพันที่มีให้ลูกน้อย อย่างไรก็ตาม นอกจากอาการหัวบวมจากเซลล์สมองโตแล้ว หมอไม่พบความผิดปกติด้านอื่นๆ อีก ร่างกายแข็งแรงดี ทุกวันนี้ทำได้เพียงรักษาตามอาการ เช่น อาการชักกระตุกและแผลจากการกดทับที่ศีรษะด้านหลัง
ทั้งลอยและปวีณาเคยถามหมอถึงเรื่องผ่าตัด หมอบอกว่าเสี่ยง หากผ่าจริงๆ เด็กจะทรมานจากการเจาะศีรษะ และไม่แน่ว่าจะช่วยได้ ตรงกันข้ามมีเด็กเป็นโรคเดียวกันนี้ผ่าตัด 7 ครั้ง นอกจากไม่หายแล้วยังทำให้เด็กเสียชีวิตด้วย ทั้งสองคนกลัวลูกจะเจ็บจึงเลิกล้มความตั้งใจ สิ่งเดียวที่ทำได้คือเลี้ยงดูลูกชายอย่างดีที่สุด จนกว่าวันที่ความตายจะพลัดพรากน้องปังปอนด์ไปจากทั้งสอง
ทุกวันนี้ครอบครัวอินทร์จันทร์มีลอยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนปวีณาต้องคอยดูแลน้องปังปอนด์ตลอดเวลา เนื่องจากศีรษะที่โตทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบาก แม้แต่การพลิกตัวเพื่อไม่ให้เกิดแผลกดทับไปมากกว่าที่เป็นอยู่ก็ต้องมีคนคอยประคอง และสร้างความเจ็บปวดแก่เด็กน้อยมาก ทว่าก็ผ่านไปด้วยดีเมื่อได้ดื่มนม ซึ่งเป็นสิ่งที่น้องปังปอนด์ชื่นชอบมากที่สุด
ปัจจุบันครอบครัวน้องปังปอนด์กำลังต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ ไม่ว่าจะด้านเงินทองหรือของใช้จำเป็น เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นมผง ผ้าพันแผล และอื่นๆ ที่จำเป็น ใครที่ต้องการช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ "ลอย อินทร์จันทร์" หมายเลขโทรศัพท์ 08-5066-2841 หรือที่บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย สาขามีนบุรี ชื่อบัญชี นายลอย อินทร์จันทร์ หมายเลข 261-0-62181-7 ลอยย้ำว่าหากพบเจอเว็บไซต์ขอรับบริจาคเงินที่มีรูปของน้องปังปอนด์ หรือ ด.ช.ธันวา อินทร์จันทร์ โดยที่ชื่อบัญชีไม่ใช่ "ลอย อินทร์จันทร์" อย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด



