
'พร้อมพงศ์'จี้'ม็อบสวนยาง'เปิดถนน
'พร้อมพงศ์' จี้ 'ม็อบสวนยาง' เปิดถนน ยัน 'รัฐบาล' ไม่ใช้ความรุนแรง เตรียมเอาผิดคนปล่อยข่าวสลายม็อบ บี้ 'ปชป.' รับผิดชอบ หลังปปช.ชี้มูลความผิดอดีตเลขาฯปรส.
28 ส.ค.56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีชาวสวนยางประท้วงนั้น มีความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงที่มายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาราคายาง และตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น ขอปฎิเสธว่าไม่จริง รัฐบาลไม่มีกระบวนการยับยั้งการเรียกร้อง เพราะการเรียกร้องเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่มีการละเมิด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนคนอื่นโดยการปิดถนน ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนภาคใต้โดยตรง
ทั้งนี้ อยากเรียกร้องกลุ่มสวนยางที่จังหวัดนครศรีธรรมราชว่า รัฐบาลยินดีรับฟังปัญหา พร้อมจะเชิญตัวแทนเกษตรกรมาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพราะความเดือดร้อนนี้เหมือนการจับประชาชนเป็นตัวประกัน
"ยืนยันว่ารัฐบาล ไม่ใช้ความรุนแรงกับชาวสวนยาง สวนปาล์ม ตามที่ฝ่ายค้านได้กล่าวหา รัฐบาลนี้ไม่เหมือนกับรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ใช้กำลังมาปราบปรามประชาชนจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนการปล่อยข่าวในโซเชียลเนตเวิร์คว่ารัฐบาลจะใช้ความรุนแรงก็จะมีการตรวจสอบเพื่อแจ้งความเอาผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์" นายพร้อมพงศ์ กล่าว
'พท.' บี้ 'ปชป.' รับผิดชอบ หลังปปช.ชี้มูลความผิดอดีตเลขาฯปรส.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายมนตรี เจนวิทย์การ ในฐานะเลขาธิการองค์กรเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ฐานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และแบบแผนของ ปรส. และไม่ปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตว่า ขอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นรัฐบาลในขณะนั้น ออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยการขอโทษกับประชาชน เพราะผลของการชี้มูลของ ป.ป.ช.แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลในสมัยดังกล่าวขายทรัพย์สินให้ต่างชาติได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอุ้มคนรวยไม่ช่วยคนจน
'จิรายุ' ซัด 'ปชป.' เดินเกม 3 ขา
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการประชุมร่างแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของส.ว.นั้น คณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยประเมินว่า 40 กว่าชั่วโมงพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้นำเสนออะไรใหม่ เพียงแต่ต้องการปกป้องรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้วาทกรรมเสียงข้างมากนั้นจะไปกระทบกับศาลหลากหลาย เพราะศาลก็ใช้ดุลยพินิจจากเสียงข้างมากในการตัดสินเช่นกัน จึงมองว่าในกระบวนการยุติธรรมนั้นเป็นไปตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาหรือไม่
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังเดิน 3 ขา 1.ปั่นป่วนในสภา 2.หลอกเยาวชนที่การชุมนุมสวนลุมพินี และ3.กรณีชาวสวนยางภาคใต้ มีส่วนด้วยหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาที่สภาด้วย



