ข่าว

บาปทางการเมือง(4)

บาปทางการเมือง(4)

30 ส.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : บาปทางการเมือง (4) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                          อาจจะเป็นเพราะช่วงที่ถูกกักบริเวณ นายป๋อ ซีไหลอาจจะมีโอกาสทบทวนความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์การเมือง กระทั่งได้ข้อสรุปว่าในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองทุกยุคทุกสมัย ไม่มีที่ยืนให้แก่ผู้แพ้หรือผู้ยอมจำนนแต่โดยดี ประกอบกับอาจจะฝันว่าตัวเองอาจจะเป็นนกฟีนิกซ์หรือหงส์ที่ตายแล้วเกิดใหม่เหมือนกับนายป๋อ อี้ปอ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งออฟโฟร์สมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมเหมือนกับคนโตตัวเล็กเติ้ง เสี่ยวผิง สหายร่วมรบในกองทัพแดง พอนายเติ้งกลับมาเป็นใหญ่ก็คืนตำแหน่งรองนายกฯ ให้นายป๋อผู้พ่อ ผู้ได้รับสมญาร่วมกันว่าเป็น "แปดเซียนอมตะ" ผู้ไม่มีวันตายทางการเมือง  

                          เหตุนี้ นายป๋อ ซีไหล จึงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากภาพลักษณ์ของผู้นำที่อ่อนน้อมถ่อมตัว ซื่อสัตย์เที่ยงธรรม ทันสมัย แต่หยิ่งทระนง ไม่สะทกสะท้านกับอำนาจมืดใดๆ แม้กระทั่งคราวปราบมาเฟียใหญ่ในเมืองฉงชิ่ง หรือคราวถูกปลดจากตำแหน่งหนึ่งในคณะกรมการเมืองหรือโปลิตบุโร และจากเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สาขาเทศบาลนครฉงชิ่ง รวมทั้งภาพลักษณ์ของหัวหน้าครอบครัวตัวอย่าง ผู้รักลูกเมียเป็นชีวิตจิตใจ นายป๋อได้สลัดภาพลักษณ์จอมปลอมนั้นทิ้ง เมื่อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาด้วยใบหน้าเฉยเมย ไร้อารมณ์ใดๆ ต่างไปจากข้าราชการระดับสูงจำนวนมากที่เคยถูกจับกุมในข้อหาคล้ายคลึงกัน ซึ่งร้อยทั้งร้อยมักจะก้มหน้ายอมรับผิดแต่โดยดีเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าทำผิดจริง

                          แต่นายป๋อ กลับทำต่างออกไป ด้วยการโยนบาปความผิดทั้งหลายแหล่ให้แก่นางคู ไคไหล ภรรยาและคนสนิท แม้ว่าการกระทำเช่นนั้น ทำให้ต้องสารภาพว่าตัวเองมีกิ๊กซ่อนอยู่ ทำให้นางคูอาละวาดจนบ้านแทบแตกสาแหรกขาด และยังตอบโต้ด้วยการพาลูกชายคนเดียวไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยดังในสหรัฐ

                          เพื่อจะเอาตัวรอดจากข้อกล่าวหารุนแรงซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต นายป๋อยังได้กล่าวหานางคูว่าเริ่มเสียสติ พูดจาโกหกพกลมตลอดเวลาถึงขนาดกล้ากล่าวหาตัวเองว่ามีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตฉ้อฉลและรับสินบน ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากการถูกจองจำจนสภาพจิตใจย่ำแย่ลง นอกจากนี้ นายป๋อยังด่าอดีตลูกน้องคนสนิทกลายๆ ว่า "โง่" อีกด้วย

                          การเดินตามรอย "ลัทธิเอาตัวรอด" ของนายป๋อ ซีไหลด้วยการซัดทอดความผิดทั้งหลายทั้งปวงให้คนอื่น แทบไม่ต่างไปจากการกระทำของอดีตยุวชนแดงสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งกล้าขายแม้กระทั่งชีวิตของพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงแลกกับการขายชีวิตตัวเอง สุดท้ายก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น หนำซ้ำยังเป็นตราบาปที่ไม่มีวันลบเลือนหายไปจวบจนวันตาย แต่น่าแปลกที่ "ลัทธิเอาตัวรอด" ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเสมอมา

 

 

------------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : บาปทางการเมือง (4) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)