
'สุรพงษ์'ยัน'โทนี่ แบลร์'มาไทยแน่2ก.ย.
'สุรพงษ์' ยัน 'โทนี่ แบลร์' มาไทยแน่ 2 ก.ย.นี้ แม้จะมีกลุ่มต่อต้าน ระบุสั่งสอบย้อนหลังสถานทูตไทยทั่วโลก หลังตราประทับวีซ่าหาย ลั่นขรก.มีเอี่ยวเอาผิดตามกม.
28 ส.ค.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาปาฐกถาพิเศษของนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ตามคำเชิญของรัฐบาลไทย หลังมีกลุ่มคนไทยผู้ที่ตื่นตัว ยื่นหนังสือคัดค้านผ่านตัวแทนสถานทูต ว่า นายโทนี่ แบลร์ ยังยืนยันเดินทางมาประเทศไทยแน่นอน ซึ่งตนไม่อยากพูดว่ากลุ่มคนที่คัดค้านและยื่นหนังสือต่อสถานทูตอังกฤษนั้นเป็นกลุ่มคนที่ปิดกั้นสังคมไทย การที่กระทรวงการต่างประเทศจัดเวทีเสวนาหรือปาฐกถาขึ้นมานั้นก็เป็นเวทีทางวิชาการเพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ประสบการณ์ของผู้นำที่มีประสบการณ์ในประเทศต่างๆ ที่มีความขัดแย้ง แล้วมีการร่วมกันแก้ไขปัญหา ตนไม่เข้าใจบุคคลที่ไปคัดค้านไม่ต้องการให้นายโทนี่ แบลร์ มานั้นกำลังคิดอะไร แทนที่จะช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศไทยให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
“วันนี้ถ้าสังคมไทยสงบ เศรษฐกิจไทยก็จะเดินหน้า ความวุ่นวายทางการเมืองเป็นสิ่งที่หลายประเทศไม่ต้องการเห็น อยากให้บุคคลที่ออกมาต่อต้านให้กลับไปดูที่ประเทศอียิปต์เป็นตัวอย่างว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ผมจึงไม่รู้ว่าคนไทยกลุ่มดังกล่าวต้องการอะไรในชีวิต ขอให้คิดถึงประชาชน และประเทศบ้าง” นายสุรพงษ์ กล่าว
หลังจากที่นายโทนี่ แบลร์ เดินทางมากล่าวปาฐกถาแล้ว หลังจากนั้นกระทรวงได้ทำหนังสือเชิญไปแล้ว โดยรอบแรกได้ทำหนังสือเชิญไปถึง 11 คน ตอบรับเดินทางมาในวันที่ 2 ก.ย.นี้ จำนวน 3 คน สำหรับรอบต่อไปก็จะมีผู้นำท่านอื่นมาเพิ่มเติม และหลังจากวันที่ 2 ก.ย.ก็จะมีการประเมินว่าจากการเชิญนายโทนี่ แบลร์มาแล้วได้ผลเป็นอย่างไร ครั้งต่อไปควรจัดวันที่เท่าไหร่ จะได้แจ้งไปยังผู้นำต่างๆ ที่ไทยได้ทำหนังสือเชิญไปเพื่อที่จะได้เลือกวันที่จะเดินทางมายังประเทศไทย และยืนยันว่าไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายถึง 20 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว
'สุรพงษ์' สั่งสอบย้อนหลังสถานทูตไทยทั่วโลก หลังตราวีซ่าหาย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดวงตราประทับวีซ่าของไทยหาย ว่า ตนได้รับรายงานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ว่ามีดวงตราประทับวีซ่าหายไปจำนวน 500 ใบ ที่สถานกงสุลใหญ่ไทย แขวงสะวันเขต ซึ่งในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ (28 ส.ค.) ตนได้เชิญกรมการกงสุล รองปลัดกระทรวงที่ดูแลเรื่องนี้มาดูรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง เพราะดวงตราประทับวีซ่าที่หายไป น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกันมาพอสมควรแล้ว เพราะเริ่มมีการใช้ดวงตราวีซ่ามา 9 ปีแล้ว ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบย้อนหลังในทุกสถานทูตทั่วโลกที่มีการส่งดวงตราวีซ่าไป โดยจะดูตั้งแต่ขั้นตอนการเบิกจ่าย การส่งไปว่ามีการลงทะเบียน และการรับมอบกันอย่างไรบ้าง ถ้าขบวนการนี้มีความบกพร่อง เราก็จะต้องรีบปรับปรุงแก้ไข และในอนาคตจะมีการเปลี่ยนรูปแบบดวงตราประทับวีซ่าใหม่ โดยพัฒนาให้มีรูปภาพใบหน้าของคนติดไว้ด้วย ซึ่งได้ศึกษาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้จะต้องมีมาตรการที่รัดกุมและรอบคอบขึ้น ในการตรวจสอบลูกจ้างที่ทำงานในสถานทูตหรือสถานกงสุล ซึ่งเป็นคนท้องถิ่น
“หากตรวจสอบพบว่ามีขบวนการ หรือมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวง เข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ปล่อยทิ้งไว้ ต้องเอาจริงเอาจัง เพราะเป็นเรื่องที่อันตราย หากคนที่เอาไปใช้เป็นผู้ก่อการร้าย หรืออาชญากร เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเราก็ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน” นายสุรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าถึงตอนนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าจุดบกพร่องอยู่ตรงไหน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพิ่งเรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบมาชี้แจงวันนี้ จะขอดูรายละเอียดด้วยตัวเองก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่ลักลอบนำดวงตราประทับวีซ่าไปใช้ เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานจาก ตม.ซึ่งได้ตรวจพบและจับได้นั้น ถือว่ายังโชคดี ที่ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวหรือผู้ก่อการร้าย
'กต.' ย้ำดูแลคนไทยในกรุงไคโรเต็มที่
นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าชี้แจงต่อ กมธ.ต่างปะเทศ เกี่ยวกับการพิจารณาให้ความช่วยเหลือนักศึกษาไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เหตุการณ์ความรุนแรงในอิยิปต์ ว่า ที่ประชุม กมธ.ต่างประเทศได้มีความห่วงใยและสอบถามถึงแนวทางการให้ช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษานักเรียนไทยในไคโรอย่างไรบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ได้มีข้อแนะนำในเรื่องการเปลี่ยนมหาวิทยาลัย การโอนย้ายหน่วยกิตให้กลับมาเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศ ช่องทางการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยแห่งใหม่ และระยะเวลาการเปิดรับนักศึกษาใหม่
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงถึงขั้นตอนการช่วยเหลืออพยพคนไทยในอิยิปต์กลับประเทศไทย เกี่ยวกับการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ในช่วงที่ผ่านมา และยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศ มีมาตรการดูแลคนไทยที่ยังอยู่ในอิยิปต์ โดยขณะนี้มีอยู่ราว 800 คน มีทั้งนักเรียน และคนไทยที่ทำงานอยู่ที่นั่น เหตุผลหนึ่งที่ไม่สามารถเดินทางประเทศได้ เนื่องจากติดสัญญากับโรงแรม ร้านอาหาร และบริษัทที่ทำงานอยู่ โดยการเดินทางต้องมีค่าประกันทำให้ไม่สะดวกจะเดินทางกลับประเทศ
นอกจากนี้ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่มีครอบครัวอยู่ที่อิยิปต์ ส่วนคนที่เดินทางกลับไทยยืนยันขอกลับประเทศด้วยความสมัครใจ อย่างไรก็ตามขอให้ญาติคนไทยในอิยิปต์ได้สบายใจว่าสถานทูตจะดูแลให้ดีที่สุด



