
เฉ่ง!'ม็อบยาง'สร้างความเดือดร้อน
'นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย'ออกโรงเฉ่ง'ม็อบยาง'โยงการเมืองสร้างความเดือดร้อน ด้าน'หอการค้าฯ'แถลงการเรียกร้องรัฐเร่งแก้ปัญหา
28 ส.ค.56 ความคืบหน้าสถานการณ์ในการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยในจุดการชุมนุมที่บริเวณแยกควนหนองหงส์ ประชาชนยังมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่แยกบ้านตูลนั้นมีการปิดกั้นด้วยการใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ส่วนทางรถไฟนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำเอารถบรรทุกคอนเทนเนอร์และรถยนต์บรรทุก 18 ล้อเข้าขวางทางรถไฟยังไม่สามารถใช้การได้
นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนางเพ็ญศรี ทองบุญยัง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.ชะอวด และกำนันผู้ใหญ่บ้านใน อ.จุฬาภรณ์ อ.ชะอวด ร่วมแถลงข่าวประณามการกระทำของผู้ชุมนุมที่ปิดถนนสาย 4151 บ่อล้อ-ชะอวด และทางข้ามรถไฟบริเวณแยกบ้านควนเงิน ต.บ้านตูล ส่งผลให้การจราจรทั้งรถยนต์และรถไฟไม่สามารถใช้การได้
นางเพ็ญศรี กล่าวว่า การเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมในขณะนี้ทำให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนและผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีความจริงใจในการลงมาแก้ปัญหาแล้วแต่ผู้ชุมนุมบางส่วนกลับไม่ยอมรับโดยการกระทำที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นการกระทำจากบุคคลภายนอกที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายทั้งนี้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั้ง 23 อำเภอได้พร้อมใจกันที่จะกลับไปทำความเข้าใจกับลูกบ้านของตนเองให้เข้าใจข้อเท็จจริงและไม่เข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าว
ขณะที่นายยงยศ กล่าวว่า ขอให้หยุดการกระทำเช่นนี้ยอมรับไม่ได้ และประชาชนใน อ.ชะอวดจะออกมาคัดค้าน เพราะผู้ที่มาเคลื่อนไหว มาจาก พัทลุง สงขลา ตรัง ทั้งนี้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั้ง 23 อำเภอมีมติร่วมกันที่จะจัดส่งตัวแทนเข้าไปร่วมเจรจากับผู้ชุมนุม เพื่อขอร้องให้ยุติการชุมนุมและคืนพื้นที่การจราจรให้กับประชาชนโดยเร็ว และหากการเจรจาไม่เป็นผลก็จะรวมพลคนรักชะอวดร่วมผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ อ.ชะอวด
ในเวลาไล่เลี่ยกันหอการค้านครศรีธรรมราช ได้ออกแถลงการณ์เรื่องการแก้ไขปัญหาการชุมนุมเรียกร้องวิกฤติผลผลิตยางและปาล์มราคาตกต่ำฉบับที่ 1 มีข้อเรียกร้องคือ 1.ขอให้รัฐบาลแต่งตั้งผู้มีอำนาจเต็มในการเจรจากับผู้แทนชาวสวนยางและสวนปาล์มลงมาแก้ไขปัญหาโดยด่วน 2.ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อป้องกันการสูญเสีย
ขณะเดียวกันในส่วนของความคืบหน้าในการพยายามในการใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าไปดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นในช่วงเย็นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งยกคำร้องของผู้รับมอบอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากที่ยื่นคำร้องไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขออำนาจศาลมีคำสั่งบังคับคืนพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะเส้นทางเดินรถไฟและถนนในบริเวณแยกบ้านตูล เนื่องจากส่งผลกระทบกับผู้ใช้รถใช้ถนนในวงกว้าง โดยศาลระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มีอำนาจเต็มที่ในการบังคับใช้กฎหมาย
ในส่วนของการดำเนินการกับแกนนำผู้ชุมนุม พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เจียร ชูหนู หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.หัวไทร พ.ต.ท.อนันต์ เปาะทองคำ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ชะอวด เป็นผู้รวบรวมข้อมูลและสรุปสำนวนเพื่อเสนอศาลขออนุมัติหมายจับกลุ่มแกนนำในการชุมนุมประท้วง โดยชุดแรกจำนวน 6 คน เป็นความผิดที่เกิดขึ้นในวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านในช่วงการชุลมุนกับเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน คือนางชญานิน คงสง นายก้องเกียรติ ชูทอง นายสมภาษณ์ ขวัญทอง นายสัมมิตร จุ้ยปลอด นายประภาศ ภักดีรัตน์ และนางวนิดา แก้วมณี โดยทั้งหมดจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันชุลมุนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ส่วนในชุดที่ 2 จำนวน 5 รายนั้นเป็นความผิดที่เกิดขึ้นในการปิดทางสาธารณะและทางเดินรถไฟเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมาคือ นายเหลื่อม รัตนสุวรรณ และอีก 4 รายนั้นเป็นการอนุมัติหมายจับตามภาพถ่ายหรือตามรูปพรรณ โดยมีข้อกล่าวหาคือ กระทำการใดๆให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะเป็นเหตุให้เกิดเป็นอันตรายแก่การจราจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 229
บรรยากาศที่สถานีรถหาดใหญ่เงียบเหงาหลังรถไฟขึ้นล่องกรุงเทพฯหยุดวิ่งทั้ง 10 ขบวน
บรรยากาศที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดไปอย่างเงียบเหงาหลังจากที่รถไฟขึ้นล่องเส้นทางกรุงเทพฯหยุดให้บริการเป็นวันที่สอง โดยเฉพาะในวันนี้ซึ่งจุดให้บริการหมดทั้ง10 ขบวน มีขาล่องจากกรุงเทพฯ 5 ขบวนคือ 35,169,37,41,15,35 และขาขึ้นกรุงเทพฯ 5 ขบวนที่ติดค้างอยู่ที่สถานีหาดใหญ่ คือ172,42, 36,38, 171 มีเฉพาะขบวนรถไฟท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ยังคงเปิดให้บริการแต่ขึ้นล่องได้แค่ จ.พัทลุง หาดใหญ่ และ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น และประชาชนส่วนใหญ่ทราบข่าวการหยุดให้บริการรถไฟและหันไปใช้บริการขนส่งอื่นๆ แทน
โดยในวันนี้ทางสถานีรถไฟหาดใหญ่ได้ระดมเจ้าหน้าที่รถไฟจัดบิ๊กคลีนนิ่งใหญ่ขบวนรถไฟทั้ง 5 ขบวนที่จอดอยู่ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ทั้งทำความสะอาดตู้โบกี้และซ่อมบำรุงรถไฟ เพื่อเตรียมพร้อมในการกลับมาให้บริการอีกครั้งหนึ่งมีการเปิดเส้นทาง
"ผู้การบุรีรัมย์"สั่งทุก"สภ."เฝ้าระวังชาวสวนยางเคลื่อนไหว หวั่นมือที่สามแฝง
พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัด จะเดินทางไปร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในวันที่ 3 กันยายน ที่จะถึงนี้ ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมานั้น ขณะนี้ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ออกสืบสวนหาข่าวในเชิงลึกว่า มีเกษตรกรกลุ่มใดที่จะเข้าไปร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวเรียกร้องบ้าง พร้อมทั้งให้สร้างความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกรได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้การเคลื่อนไหวเรียกร้องจะเป็นสิทธิหน้าที่ของประชาชนที่สามารถกระทำได้ก็ตาม แต่เกรงว่าอาจจะมีกลุ่มทุน ผู้ไม่หวังดี หรืออาจจะมีมือที่สามเข้ามาชักจูงให้เข้าไปร่วมชุมนุม ก่อให้เกิดความไม่สงบรุนแรง เพื่อต้องการหวังประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด หากพบผู้มีพฤติกรรมดังกล่าวให้รายงานให้ทราบอย่างเร่งด่วน เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดำเนินการตามแนวทางของกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นได้มีแกนนำเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราออกมายืนยัน จะมีเกษตรกรเดินทางไปร่วมเคลื่อนไหวที่ จ.นครราชสีมา ประมาณ 2,000 คน
"ตนได้กำชับให้ทุก สภ. ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ได้ตั้งจุดตรวจสกัดตามถนนสายต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ลักลอบนำอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ เพื่อแฝงตัวไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเกษตรกร หรืออาจจะนำไปก่อเหตุความไม่สงบรุนแรง หรือถ้าหากมีกลุ่มเกษตรกรเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวเรียกร้อง ก็ให้อำนวยความสะดวกและดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับเกษตรกรอย่างเข้มงวดด้วย" .ต.ต.รัฐพงษ์ กล่าว
เจ้าหน้าที่แขวงการทางโคราช เร่งขนป้ายทางเลี่ยงม็อบสวนยาง
ภายหลังจากที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เชิญหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรแต่ละแห่งที่อยู่ข้างเคียงพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือการชุมนุมของเกษตรกรสวนยางพารา ที่จะมีการชุมนุมใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 3 กันยายน นี้ ส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นัดชุมนุม ที่บริเวณสะพานต่างระดับ อ.สีคิ้ว เพื่อทำการปิดเส้นทางการจราจรบนถนนมิตรภาพ กดดันรัฐบาลเรื่องราคายางพารา
ล่าสุดเช้านี้ นายอำนวย ฤทธิรงค์ ผู้อำนวยการแขวงการทางนครราชสีมา ที่ 2 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วของแขวงการทาง นำป้ายไม้ และป้ายไฟ ที่ใช้ในการบอกเส้นทางเลี่ยงในการเดินทางไปยัง จ.สระบุรี และ จาก จ.สระบุรี เพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ประกอบด้วย กรวยยาง เสาล้มลุกสะท้อนแสง และป้ายลดความเร็ว ขนขึ้นรถของแขวงการทาง เพื่อนำออกไปเตรียมความพร้อมตามหมวดการทางต่างๆ อาทิ หมวดการทางสูงเนิน , หมวดการทางสีคิ้ว และหมวดการทางปากช่อง ก่อนที่จะนำไปติดตั้งในแต่ละพื้นที่ ในบริเวณก่อนถึงสะพานต่างระดับสีคิ้ว ที่จะมีการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางพารา
ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณถนนมิตรภาพ ที่จะต้องผ่านบริเวณสะพานต่างระดับสีคิ้ว สามารถทราบถึงเส้นทางเลี่ยงในจุดต่างๆ และเตรียมตัวในการเดินทางล้วงหน้าก่อนที่จะมีการปิดถนนจริง
เกษตรกรปลูกยางพาราพิษณุโลก วอนรัฐตั้งราคาที่ชัดเจน
นายฉลอง อุ่นวงศ์ เลขานุการสหกรณ์การเกษตรยางพาราพิษณุโลก เปิดเผยว่า หลังจากเกษตรกรปลูกยางพารา ออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้ช่วยราคายางพารา ในขณะนี้ เนื่องจากเกษตรกรที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศไม่สามารถอยู่ได้อันเป็นผลมาจากราคาตกต่ำ เหลือเพียง กก.ละ 38 บาท (ยางถ้วยหรือขี้ยาง) ขณะที่ราคายางแผ่นต่ำกว่า ก.ก.ละ 80 บาทนั้น จึงต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยเหลือในการประกันราคายางพาราแก่เกษตรกร โดยอยากให้รัฐบาลกำหนดราคาให้ชัดเจน มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เคยมี รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้มาให้ความหวังเกษตรกร จ.พิษณุโลก และทั่วประเทศว่า ต่อไปนี้ราคายางพาราจะดีขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 100-120 บาท แต่หลังจากราคายางพาราตลาดโลกผันผวน และตกต่ำลงมา ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนขาดทุนจากการปลูกยางพารากันถ้วนหน้า
"ในความคิดเห็นส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยกับการประท้วงด้วยการใช้กำลัง ปิดถนน ประเทศชาติมาขนาดนี้ยิ่งใช้กำลังยิ่งแตกหักขนาดใหญ่ ที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ไม่มีนโยบายการใช้กำลังไม่เห็นผล แต่อยากวอนขอรัฐบาลเห็นใจเกษตรกร เพราะที่ผ่านมาในส่วนของ จ.พิษณุโลก มีการเรียกร้องตามขั้นตอน จากผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ผ่านไป รมว.เกษตรกรและสหกรณ์ และผ่านไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แต่ไม่ได้รับคำตอบจึงเกิดการลุกฮือขึ้น" นายฉลอง กล่าว
นายฉลอง กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ มีการนัดชุมนุมปิดถนน ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ในวันที่ 3 กันยายนนี้ เกษตรกรที่ปลูกยางพารา 17 จังหวัดภาคเหนือ ประมาณ 3,000 คน จะมาเคลื่อนไหวรวมตัวกันเพื่อกดดันรัฐบาลให้ออกมาช่วยเหลือในการประกันราคายางพารา ที่บริเวณสี่แยกทับกวาง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งหากรัฐบาล ยังไม่กำหนดราคาที่ชัดเจน ชาวสวนยางพาราภาคเหนือก็จะทำการปิดถนนประท้วงต่อไป สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราใน จ.พิษณุโลก มีเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้จำนวนกว่า 600 รายในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.เนินมะปราง อ.วังทอง อ.วัดโบสถ์ อ.นครไทย และ อ.ชาติตระการ จำนวนพื้นที่ กว่า 2 แสนไร่ นอกจากนี้ในส่วนของ จ.พิษณุโลก ยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขโซนนิ่งปลูกยางพารา ที่กำหนดพื้นที่ ต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย และต.บ้านดง อ.ชาติตระการ เป็นโซนนิ่งเหมาะสมปลูกยางพารา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่นาปลูกข้าว ไม่มีความเหมะสมแต่อย่างใด ฝากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข เพราะโซนนิ่งดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรเสียสิทธิ์ 100% ในการขอเงินสงเคราะห์ กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางแห่งประเทศไทย



