ข่าว

'บิ๊กแจ๊ส'ย้ำ'สุวัตร'อย่าหากินกับศพ

'บิ๊กแจ๊ส'ย้ำ'สุวัตร'อย่าหากินกับศพ

27 ส.ค. 2556

'คำรณวิทย์'เคลียร์ 5 ข้อสงสัย'ทนายสุวัตร'ปมเอกยุทธ ย้ำอย่าหากินกับศพ

               27 ส.ค.56 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชัญบุตร และพล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น.หัวหน้าทีมสืบสวนติดตามฮาร์ดดิสและทรัพย์สินของมีค่านายเอกยุทธที่หายไปร่วมกันแถลงข่าวชี้แจง 5 ข้อสงสัยของนายสุวัตร อภัยภักดิ์ อดีตทนายความนายเอกยุทธที่ส่งมอบให้คณะทำงานสืบสวนสอบสวนนครบาลสอบเพิ่มเติมโดยดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และชี้แจงข้อสงสัยได้กระจ่างชัดทุกข้อรวมถึงการตรวจสอบข้อมูลและคำให้การของนายสันติภาพ เพ็งด้วง ผู้ต้องหา พบว่า ไม่ได้มีการพลิกลิ้นกลับคำให้การแต่อย่างใด

               พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นข้อสงสัยทั้งหมดที่ทนายสุวัตรได้ส่งมาให้สอบสวนเพิ่มเติมนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบทุกอย่างละเอียดชัดเจนที่สุดซึ่งเรื่องนี้ตำรวจทำจบไปแล้ว อย่าเอามาเป็นประเด็น อย่ามาหาความโด่งดังกับศพผมเองไม่ให้ราคากับเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะหลักฐานต่างๆมันชัดเจน

               “จากประสบการณ์ในการทำคดีต่างๆ มา ขอรับรองว่าคดีนี้ไม่มีข้อใดหลุดไปแน่นอน หากมีข้อเสียหายใดๆถือว่าตลอดชีวิตที่ทำงานสืบสวนใช้ไม่ได้ หากมีข้อผิดพลาดคงไม่สามารถจับคนร้ายได้เร็วขนาดนี้ ผมขอยืนยันว่า คดีดังกล่าว ตำรวจทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเลศนัยทั้งสิ้น ส่วนรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้น ทางตำรวจยังไม่ได้รับรายงานใดๆเลย หากคณะกรรมการสิทธิฯท่านใดที่อยากจะเป็นข่าว ให้ไปเอาสรุปรายงานมายื่นให้กับ พล.ต.ต.อนุชัย ได้เลย จะได้หาข้อชัดเจนให้เรื่องดังกล่าวมันจบ อย่าเอาความนึกคิดและจินตนาการของตัวเองมาหักล้างกับพยานหลักฐานที่ตำรวจหาได้เลย” ผบช.น.กล่าวด้วยท่าทีขึงขัง

               ด้าน พล.ต.ต.ประยนต์ กล่าวว่า จากประเด็นข้อสงสัยทั้ง 5 ข้อคือ 1.นายบอลเคยทำงานอยู่ที่บริษัท ทีซีเอ็มโฮลดิ้ง จำกัดจริงหรือไม่ 2. นายสมชาย จิตรปรีดากร ประธานบริษัททรีวิวจำกัด มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยอย่างไร 3.นายบอลและนายสมชายเคยไปที่พรรคเพื่อไทยหรือไม่อย่างไร ซึ่งนายสมชายก็ได้ยืนยันแล้วว่า ไม่เคยรู้จักกับพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือเรื่องอื่นๆ แต่รู้จักผ่านสื่อต่างๆ ส่วนประเด็นนายสันติภาพนั้น เขายืนยันว่าไม่เคยมาขับรถให้ เพราะอยู่คนละส่วนกันนายสันติภาพเป็นคนขับรถของผู้จัดการฝ่ายการเงินและไม่เคยเดินทางไปที่พรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะไปคนเดียวหรือไปกับนายสันติภาพ และไม่เคยรู้จักนายเอกยุทธ ไม่รู้ว่านายสันติภาพไปทำงานกับนายเอกยุทธ

                “ส่วนประเด็นข้อสงสัยข้อที่ 4 ที่ว่า นายสุวัตรต้องการให้ตำรวจสืบสวนว่า ฮาร์ดดิสก์ฝังอยู่ที่ไหน เนื่องจากฮาร์ดดิสก์เป็นหลักฐานที่จะนำไปสู่การหาทีมที่อุ้มฆ่าตัวจริง ซึ่งจากการสอบปากคำพี่เขยและญาติของนายสันติภาพ คือ นายเอ็กซ์ เป็นเจ้าของบ้านที่ จ.พัทลุง ที่ให้นายสันติภาพเข้าพักระหว่างทางยืนยันว่า พบเห็นนายสันติภาพนำโทรศัพท์มือถือและฮาร์ดดิส์กที่ได้จากผู้ตายไปทุบทำลายทิ้งบริเวณข้างบ้านแล้ว และจากแนวทางการสืบสวนแล้วเห็นว่าฮาร์ดดิสดังกล่าวไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรต่อรูปคดี เพราะคนร้ายที่เข้าไปในบ้านนายเอกยุทธตามคำให้การของนายสันติภาพหรือบอลมีเพียงแค่สองคน คือ นายบอล และนายเบิ้ม ที่ปรากฏอยู่ และไม่น่าจะมีคนร้ายคนอื่นอยู่ด้วย ดังนั้น หากทางนายสุวัติจะอ้างถึงตัวฮาร์ดดิสก็ไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมา” พล.ต.ต.ประยนต์ กล่าว

                พล.ต.ต.ประยนต์ กล่าวต่อว่า ข้อสงสัยที่ 5 ที่ว่านายบอลอ้างว่ามีรถนำศพนายเอกยุทธไปยัง จ.พัทลุง 3 ช่วง เพื่อเป็นใบเบิกทางนั้น มีอยู่จริงหรือไม่ จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง รวมทั้งตรวจสอบรถที่นำหน้ารถของผู้ต้องหาว่ามีรถอะไรบ้าง รวมถึงตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ ของรถหมายเลขทะเบียนต่างๆด้วย ก็ไม่มีรถคันใดที่มีพิรุธ

                ขณะที้. พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า จากกรณีเรื่องรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังไม่ได้รับรายงานใดๆ ซึ่งหากมีรายงานใดเข้ามาเพิ่มเติม ตำรวจก็พร้อมจะพิจารณาว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

                เมื่อถามว่า ทางอัยการมีการสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มหรือไม่นั้นคงไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ แต่ก็มีการปรึกษาหารือกัน เพื่อให้คดีมีน้ำหนักที่สมบูรณ์ขึ้นก็จะทำ

                เมื่อถามว่า มีการติดตามทรัพย์สินของนายเอกยุทธที่สูญหายไปเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ในคดีนี้ ทรัพย์สินที่สูญหายไปมีมากกว่าสิบรายการ แต่ตำรวจสามารถติดตามหามาได้เกือบครบ ซึ่งถือว่าเป็นคดีที่สมบูรณ์แบบมาก ซึ่งยังขาดแค่สร้อยคอและนาฬิกาข้อมือเท่านั้น แต่ก็ยังไม่หยุดค้นหาทรัพย์สินดังกล่าว