ข่าว

'นายกฯ'รับม็อบยางขอ'120บ.'หนักเกิน!

'นายกฯ'รับม็อบยางขอ'120บ.'หนักเกิน!

27 ส.ค. 2556

'นายกฯ'รับราคายางที่ร้องขอหนักเกิน 'ชูวิทย์'โพสต์แขวะ'จำนำข้าวได้ จำนำยางไม่ได้' เหน็บ'รบ.'ควรตั้ง'รัฐมนตรีกระทรวงการข้าว'

                         27 ส.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้รายงานการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ รวมถึงข้อเรียกร้องของเกษตกรชาวสวนยาง ซึ่งมติที่ประชุมเห็นควรให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับข้อเสนอของชาวสวนยางแล้วนำไปหารือกับคณะกรรมการยางพาราแห่งชาติ

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อมีการยุติการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางแล้ว แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนยังชุมนุมอยู่ มองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่ได้มีการพูดคุยกัน ได้รับเรื่องจากเกษตรกรแล้ว อยากคุยกับเกษตรกรถึงปัญหาต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของเกษตรกร ขอความกรุณาว่าอย่าไปชุมนุมเลย เพราะอาจนำไปสู่ความรุนแรง รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างละมุนละม่อม และใช้หลักความอดทน ในการดูแลประชาชน แต่หากมีเหตุที่เลยขอบเขตของกฎหมาย ก็คงมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่อยากเห็นความเดือดร้อนของประชาชนกลายเป็นประเด็นอื่นๆ จนทำให้รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้

               เมื่อถามว่า รัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่องการปิดเส้นทางรถไฟอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวกระทรวงคมนาคม ได้ประสานงานให้ประชาชนสามารถขึ้นรถไฟได้ที่สถานีอื่น อย่างไรก็ตาม คงต้องขอความร่วมมือ เพราะการปิดเส้นทางรถไฟนั้นทำให้การสัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน ซึ่งรัฐบาลเป็นห่วงในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องมีการพูดคุย และทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย รัฐบาลไม่อยากให้เกิดความรุนแรงต่างๆ โดยจะแก้ปัญหาด้วยความอดทน จึงเรียนขอความร่วมมือกับประชาชนว่าอย่าชุมนุม เพราะนอกจากจะทำให้เดือดร้อนแล้ว ยังกระทบต่อนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

               ถามว่า ในเรื่องของราคายางพารารัฐบาลสามารถรับได้ที่ราคาเท่าไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องมาคุยกัน โดยหลักการจะมีการวิเคราะห์ต้นทุน โดยอย่างน้อยต้องดูแลเกษตรกรให้สามารถอยู่ได้ แต่เรียนว่าราคาที่มีการร้องขอนั้นหนักจริง ๆ และตลอดเวลาทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ติดตามชาวสวนยางอยู่แล้ว ซึ่งมีหลายมาตรการด้วยกัน มีทั้งการพัฒนาในระยะยาวจึงอยากให้มีตัวแทนในการพูดคุยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้เกษตรกรทุกกลุ่มมาจับเข่าคุยกัน อะไรที่เป็นปัญหาเร่งด่วนและปัญหาระยะยาว ก็จะได้ช่วยกันแก้ปัญหาทั้งหมด ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาอยู่แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ราคาก.ก.ละ 80 บาท ซึ่งเกษตรกรบอกว่าน้อยเกินไป นายกฯ กล่าวว่า ต้องมาคุยกันว่า น้อยตรงไหน หากเราได้มีการคุยกันแล้ววิเคาระห์ต้นทุน จะพบว่าแต่ละที่มีต้นทุนต่างกัน ส่วนในมาตรฐานนั้นเราต้องดูแลในภาคอื่น ๆ ด้วย ซึ่งคงจะมีการวิเคราะห์ต้นทุน และราคาที่เกษตกรอยู่ได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นราคาที่เลยจากต้นทุนแล้ว ต้องเรียนว่า งบประมาณมีจำนวนจำกัด ซึ่งต้องมาคุยกันว่ารัฐบาลจะสามารถดูแลในรูปแบบอื่นได้หรือไม่

               ต่อข้อถามที่ว่า การแก้ปัญหาราคายางตกต่ำมีการนำไปเปรียบเทียบกับการรับจำนำข้าว นายกฯ กล่าวว่า การรับจำนำข้าว หากดูจากการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวก็จะได้รับการดูแลจากโครงการปีละ 1 หน ส่วนเรื่องราคายางรัฐบาลมีหลายมาตรการดูแลตลอดเวลา ยืนยันว่ารัฐบาลดูแลเกษตรกรอย่างเสมอภาค โดยต้องขอความเห็นใจจริง ๆ ว่าอย่านำไปเปรียบเทียบ รัฐบาลดูแลเกษตรกรทุกกลุ่มอยู่แล้ว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ราคารับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาททำได้ แต่ยางพารา ก.ก.ละ 120 บาท รัฐบาลทำไม่ได้ นายกฯ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามทราบว่าราคายางต่างกัน และราคาต้องอิงกับตลาดโลก เราอยากเห็นราคาที่ดีขึ้น อยากเห็นประชาชนมีรายได้ดี แต่คงไปได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่บางครั้งเราช่วยหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย การแทรกแทรงราคา บางอย่างทำได้ระดับหนึ่งแต่ก็มีข้อจำกัด สิ่งที่ควรคุยกันก็คือ การแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมเรื่องการจัดโซนนิ่งเกษตร ซึ่งถือเป็นคำตอบได้ว่าหากเราปลูกสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินความต้องการของตลาด ผลกระทบก็คือสินค้าเหลือ ส่งผลให้ราคาตกต่ำ

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เร่งให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี นำเอางานวิจัยต่างๆ เพื่อช่วยเหลือในเรื่องของสินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดีขึ้น โดยมีการแปรรูปทางต้นน้ำให้ได้มากที่สุด ก็จะสามารถลดต้นทุนในการขนส่ง

               เมื่อถามถึงมาตรการช่วยเหลือในด้านอื่นเช่นค่าปุ๋ย นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเสนอในเรื่องดังกล่าว เพราะจะช่วยเหลือในระยะยาวได้มากกว่า อีกทั้งจะทำให้เกษตรกร มีผลิตผลที่ดี ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่การพูดคุยกัน ว่าจะมีการช่วยเหลือด้านใดจึงจะดี ซึ่งรัฐบาลพร้อมยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของเกษตรกร

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานยอดส่งออกจากกระทรวงพาณิชย์ของไทยลดลงต่อเนื่อง 3 เดือนติดกันว่า เรื่องการส่งออกมีผลกระทบอยู่ เนื่องจากในส่วนของภาพตลาดโดยรวมลดลง และเมื่อเทียบกับการส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านก็ลดลง ในส่วนของประเทศไทยเราต้องพัฒนาในเรื่องของตลาดใหม่เพิ่มขึ้น ดังนั้น มาตรการเร่งด่วนที่ได้เร่งรัดกระทรวงพาณิชย์คือ การที่จะทำเวิร์กช็อปพูดคุยกับผู้ส่งออกเป็นรายอุตสาหกรรม เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาเร่งด่วนโดยเฉพาะเรื่องของการไปเปิดตลาดใหม่ โดยให้ดูว่าสินค้าตัวไหนที่มีการลดลงอย่างเป็นสาระสำคัญว่า เราจะช่วยได้อย่างไร เราต้องไปดูในโจทย์รายละเอียด และในส่วนอื่นจะได้ไปดูเรื่องของการหารือเจรจาระหว่างประเทศว่าอันไหนที่จะดึงมาทำก่อน โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่มีผลกระทบ

 

 

"ชูวิทย์"โพสต์แขวะ"จำนำข้าวได้ จำนำยางไม่ได้"

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์. หัวหน้าพรรครักประเทศไทย.โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว "ชูวิทย์ I'm No.5" ว่า

               "จำนำข้าวได้ จำนำยางไม่ได้'

               รัฐบาล "รับจำนำข้าว" 15,000 บาทต่อตันได้
               แต่รัฐบาลไม่สามารถ "รับจำนำยางพารา" 120 บาทต่อกิโลได้

               รัฐบาลจ่ายเงินมากกว่า 2 แสนล้านบาท ให้กับ "เกษตรกรชาวนา"
               แต่รัฐบาลจ่ายเงินเพียง 2 หมื่นล้านบาท ให้กับ "ชาวสวนยางพารา"

               รัฐบาล "เก็บข้าวไว้ในสต็อค" จนเน่าเพราะข้าวเน่าได้
               แต่รัฐบาลไม่ยอมเก็บ "ยางพารา" แม้ว่ายางพาราจะไม่เน่า

               รัฐบาลบอกว่าข้าวไม่มี "มาตรการด้านกฎหมาย" รองรับ ไม่มีกองทุนใดๆดูแลเสถียรภาพราคาข้าว
แต่ยางพารามี "มาตรการกฎหมายรองรับ มี พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง" ดูแลเสถียรภาพราคายางอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง

               รัฐบาลควบคุมราคา "น้ำมัน ทั้งเบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอลล์ และก๊าซหุงต้ม"
แต่รัฐบาลไม่ควบคุม "สินค้าเกษตรสำคัญ" ที่ผลิตได้มากและส่งออกเป็นอันดับต้นๆของโลกอย่าง "ข้าว ยางพารา อ้อย ข้าวโพด มันสัมปะหลัง"

               เพราะว่า...ข้าว อ้อย ข้าวโพด มันสัมปะหลัง ปลูกมากในพื้นที่ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ อันเป็นฐานเสียงสำคัญของ "พรรครัฐบาล" และ "พรรคร่วมรัฐบาล"
แต่ยางพาราปลูกมากในพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นฐานเสียงสำคัญของ "พรรคฝ่ายค้าน"

               โลกเรานี้ "ฝนตกไม่ทั่วฟ้า" ความยุติธรรมไม่ได้เกิดมาจากการ "ร้องขอ"

               ถ้า รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ จะรัก "ข้าว" มากขนาดนี้ แก้ไขแต่ "ปัญหาราคาข้าว" ไม่แก้ไข "ปัญหาราคายางพารา" รัฐบาลควรแต่งตั้งเป็น "รัฐมนตรีกระทรวงการข้าว" เสียให้มันรู้แล้วรู้รอดไป