ข่าว

นายกฯกำชับเอาตัวผู้ก่อเหตุภาคใต้ดำเนินดคีโดยเร็ว

นายกฯกำชับเอาตัวผู้ก่อเหตุภาคใต้ดำเนินดคีโดยเร็ว

11 มิ.ย. 2552

ครม.ใต้จับตาพื้นที่เฝ้าระวัง หาดใหญ่-โกลก-เบตง และทุกอ.เมืองของยะลา นราธิวาส และปัตตานี พร้อมให้ “ สุเทพ ” ลงพื้นที่ 13 มิ.ย.นี้ นายกฯกำชับเอาตัวผู้ก่อเหตุภาคใต้ดำเนินดคีโดยเร็ว

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 11 มิ.ย.นายถาวร เสนเนียม รมช. มหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ใต้ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรอบงบประมาณที่จะลงพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด 1.8 หมื่นล้านบาท ตามแผนพัฒนาจังหวัดภาคใต้ โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการพักชำระหนี้เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งผ่อนผันเรื่องแรงงานต่างด้าวที่เข้ามารับจ้างทำงานในอาชีพประมง

 โดยที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงแรงงานเร่งจัดหางาน และสร้างงานในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกคนมีงานทำและเกิดการจ้างงาน ส่วนเรื่องการดูแลความปลอดภัยนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด และเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

 นอกจากนี้ยังต้องมีการเฝ้าระวังในพื้นที่เขตเมือง โดยเพิ่มอาสาสมัครขึ้นในเขตตัวเมืองเขตละ 240 คน เช่นที่ อ.หาดใหญ่ อ.สุไหงโกลก อ.เบตง รวมถึงเขตอำเภอเมืองในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งนายสุเทพจะเดินทางลงพื้นที่ที่ จ.นราธิวาส ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ เพื่อติดตามและสั่งการในการดูแลสถานการณ์ต่อไป  นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจุดตรวจในพื้นที่เฝ้าระวังด้วย

นายกฯกำชับเอาตัวผู้ก่อเหตุภาคใต้ดำเนินดคีโดยเร็ว

 เมื่อเวลา 19.30 น. นายปณิธาน  วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้(ครม.ภาคใต้) ว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุความไม่สงบในภาคใต้จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก มาลงโทษให้เร็วที่สุด และที่ประชุมยังพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวอีก 300 โครงการ และกระทรวงการคลังได้เสนอแผนไทยเข้มแข็งหรือแผน 5 ดาว ซึ่งเน้นเรื่องการค้าการลงทุน การประมง การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอาหารฮาลาห์ ซึ่งคาดว่าทั้งหมดนี้จะใช้งบประมาณปี 2553 - 2555 จำนวน 54,000 ล้านบาท โดยคาดว่าในปีนี้จะมีโครงการที่ทำได้เลย มีมูลค่า 14,000-15,000 ล้านบาท นอกจากนี้ที่ประชุมยังอนุมัติให้เพิ่มกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 1,440 อัตรา ใช้งบประมาณ 400 ล้านบาทซึ่งใช้งบกลางปี 2552 ในการดำเนินการเพื่อให้สามารถดำเนินเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าการสืบสวนสอบสวนในคดีการก่อเหตุต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งกำลังรอสอบสวนทั้งหมด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังกำชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิดมากขึ้น และหาแนวทางใหม่ ๆ ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นต้องเฝ้าระวังเพราะอาจมีเหตุการณ์ความรุนแรงปะทุขึ้นอีก และกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ครู เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้เส้นทางในพื้นที่สีแดง รวมถึงการปฏิบัติกิจทางศาสนา ต้องมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการต่อต้านอำนาจรัฐ แต่ในระยะยาวสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น

 เมื่อถามว่ามีความคาดหวังกับการลงพื้นที่ของนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ อย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า อยากให้ประชาชนมีขวัญกำลังใจที่ดี ไม่ตื่นตระหนก และในการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในอนาคต คงจะไม่ลงไปบ่อย เพราะเกรงว่าอาจเกิดแรงต้านและช่องว่างในการจัดกำลัง จึงจะให้แม่ทัพภาคที่ 4 ทหาร และผู้ที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ดูแลเรื่องการปฏิบัติงาน