
'สุภรณ์'ปัด'นายกฯ'สั่งสลายม็อบยาง
'สุภรณ์'ยันเจรจาม็อบสวนยางไม่ล้มเหลวตกลงกันได้ที่ก.ก.ละ 80 แต่กลุ่มจัดตั้งยังป่วน ด้าน'ภราดร'หวั่นเหตุม็อบสวนยางบานปลาย ยันไม่มีการใช้กม.พิเศษ
เมื่อเวลา 09.30 น. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเจรจาแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรสวนยางพารา เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้ตกลงกันว่าราคาก.ก.ละ 100 บาทที่ได้เรียกร้องมานั้น เป็นราคาที่สูงไป จึงมีมติร่วมกันโดยอยู่ที่ ก.ก.ละ 80 บาท ซึ่งก็เห็นพ้องต้องกันและไม่มีการคัดค้าน ตนได้ให้นำมติดังกล่าวไปชี้แจงแก่ผู้ชุมนุม ซึ่งผู้ชุมนุมเกดษตรกรส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ปรากฏว่า มีผู้ชุมนุมอีกกลุ่มที่ไม่ทราบว่ามาจากที่ใด ออกมายืนยันว่าจะเอาที่ราคา 100-120 บาท จากนั้นแกนนำเกษตรกรสวนยาง จึงเดินทางกลับ อย่าไรก็ตามเมื่อกำลังจะมีการแถลงข่าวร่วมกัน ก็มีรายงานว่า กลุ่มวัยรุ่นจะเดินทางมากดดัน จึงย้ายมาแถลงข่าวที่ อ.ทุ่งสง
นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนได้เรียนเรื่องดังกล่าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการยางแห่งชาติ และยืนยันว่า การเจรจาวานนี้ ไม่ได้ล้มเหลว และเป็นการแยกน้ำออกจากปลา เพราะชุมนุมที่ อ.ชะอวด และจุฬาภรณ์ ต่างเดินทางกลับเกือบหมดแล้ว แต่ขณะที่ทยอยกันกลับ กลับมีกลุ่มวัยรุ่นมาปิดถนนในพื้นที่ ต.บ้านตูล อ.ชะอวด และปิดเส้นทางรถไฟ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองอยู่ภายใต้กฎหมายได้อย่างไร ตนมองว่าเป็นการเมืองหรือไม่ เพราะขณะที่มีการปราศรัย ก็มี ส.ส.จากพรรคการเมืองหนึ่ง เดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้ชุมนุม รวมถึงสนับสนุนให้อยู่ต่อ อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะใช้วิธีการที่นิ่มนวลที่สุดในการเจรจาขอเปิดเส้นทาง โดยเช้าวันนี้ ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ระบุว่า มีกลุ่มประมาณ 60 คน โพกผ้าสีเหลือง โดยเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนเป็นการทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย
“ผมเห็นกับตาหลังจากที่ผู้ชุมนุมกลับบ้าน มีกลุ่มวัยรุ่น นั่งรถกะบะและมอเตอร์ไซต์มาปิดถนน ซึ่งมีการบันทึกภาพไว้หมด ยืนยันว่าไม่ใช่เกษตรกรเป็นกลุ่มที่จัดตั้งมา ก็วิงวอนให้ ส.ส.ในพื้นที่ช่วยกัน ซึ่งนายกฯมีบัญชาว่าต้องช่วยเหลือแน่นอน เหมือนกับชาวนา และเกษตรกลุ่มอื่นๆ แต่ต้องไม่ใช้วิธียุยงปลุกปั่น สร้าสถานการณ์ให้เกิดน้ำผึ้งหยดเดียว ให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลัง และเกิดสถานการณ์การเมือง กล่าวหารัฐบาล ” นายสุภรณ์ กล่าว
นายสุภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ในเบื้องต้นจะใช้การเจรจาขอเปิดเส้นทาง โดยเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้กำลังความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ส่วนที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นนั้นเป็นการสร้างสถานการณ์ ยืนยันว่านายกฯ และผบ.ตร ไม่มีการสั่งให้ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 ส.ค. ตัวแทนชาวสวนยาง จากทุกภาคจะเดินทางมาหารือกับรวมถึง โดยตัวแทนสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ว่าในราคา 80 บาทนั้น มีความพอใจมากน้อยแค่ไหน โดยทุกอย่างต้องจบก่อนวันที่ 3 ก.ย. ที่มีการประกาศไว้ว่าจะชุมนุมใหญ่ โดยชาวเกษตรกรไม่จำเป็นต้องชุมนุม รัฐบาลตั้งใจจะแก้ปัญหาอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังให้รมว.มหาดไทย เจรจากับประชาชนในแต่ละจังหวัดด้วย
"เลขาสมช."หวั่นเหตุม็อบสวนยางบานปลาย ยันไม่มีการใช้กม.พิเศษ
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของม็อบสวนยาง ที่ชุมนุมปิดถนนเรียกร้องรัฐบาลในการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า จากการข่าวยังไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ แต่ยอมรับว่า รู้สึกกังวลใจว่าจะเกิดเหตุบานปลาย ซึ่งจากการลงพื้นที่เจรจาของนายสุภรณ์ เมื่อวันที่ 26 ส.คที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าการสื่อสารยังไม่เป็นเอกภาพ คือ แกนนำกับสมาชิกที่มาชุมนุมยังสื่อสารในข้อตกลงกันไม่ได้ และฝ่ายที่จะเป็นผู้ดูแลคือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการไปพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่ามีกลุ่มจ้องล้มรัฐบาลนั้น พล.ท.ภราดร ปฏิเสธว่าไม่มี แต่มองว่าเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร และผู้ชุมนุมยังสัมพันธ์กับเกษตรกรภาคเหนือและภาคอีสานที่มีความเดือดร้อนร่วมกัน จึงมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ส่วนจะเป็นกลุ่มจัดตั้งหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังสืบสภาพอยู่ และยังไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ ซึ่งจะต้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับกรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่า จะร่วมชุมนุมนั้น เรื่องนี้ต้องติดตามสถานการณ์ และไม่จำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ กับผู้ชุมนุม หรือใช้เพียงแค่การบังคับกฎหมายปกติเท่านั้น หรืออาจจะมีการใช้กฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาช่วยจัดระเบียบ โดยเฉพาะเหตุจราจลที่เกิดขึ้นจะต้องนำภาพที่บันทึกได้มาเปิดดูและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนการชุมนุมที่มีปิดกั้นทางรถไฟนั้น ขณะนี้ก็เริ่มคลี่คลายแล้ว
พล.ท.ภราดร กล่าวต่ออีกว่า ก่อนถึงวันที่ 3 ก.ย. ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีการนัดหมายกันนั้น จะต้องเร่งทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย หรือหาข้อยุติร่วมกันให้ได้เพื่อไม่ให้มีการชุมนุมในวันดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่ข้อตกลงเรื่องราคายางนั้น ก็ต้องเร่งชี้แจงเพื่อให้เกิดความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย



