ข่าว

ซ้ำซาก!โศกนาฏกรรม'รถตู้ผี'

ซ้ำซาก!โศกนาฏกรรม'รถตู้ผี'

27 ส.ค. 2556

ซ้ำซาก!โศกนาฏกรรม'รถตู้ผี' : รายงาน

              ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นกับรถโดยสารสาธารณะ ไม่ว่าเป็นรถขนาดใหญ่อย่างรถบัสจำนวนหลายสิบที่นั่ง ลงไปจนถึงรถโดยสารขนาดเล็กอย่างเช่นรถตู้ คำถามที่ตามมาย่อมหนีไม่พ้นเรื่องความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต ติดตามตรวจสอบ กระทั่งจับกุมดำเนินคดีกับรถโดยสารสาธาณะที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

              "รถตู้ผี" ถูกเอ่ยถึงกันมาก เมื่อครั้งที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรถตู้ซึ่งรับผู้โดยสารมาเต็มคันจากย่านสมุทรปราการมุ่งหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 ตกทางด่วนบริเวณทางลงพระราม 6 เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 8 คน และไปตายที่โรงพยาบาลอีก 1 รวมเป็น 9 ศพ

              เป็นจำนวนคนตายที่เทียบเท่ากับโศกนาฏกรรม "รถตู้ผี" รายล่าสุดที่ผลาญคร่าชีวิตผู้โดยสารไปอีก 9 ชีวิต รถตู้คันนี้ลักลอบวิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างปราจีนบุรี-กรุงเทพฯ เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2556 เป็นเช้าวันจันทร์ วันแรกเริ่มของการเริ่มต้นทำงาน ในรถตู้ผีมรณะคันนี้จึงเนืองแน่นไปด้วยพนักงานบริษัท และนักศึกษา   

              ข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ให้เห็นอันตรายของรถตู้ผีเอาไว้ดังนี้ เป็นรถที่นำมาใช้ผิดประเภท เพราะจดทะเบียนเอาไว้เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 7 คนไม่เกิน 12 คน เมื่อเจ้าของรถ หรือใครก็แล้วแต่นำรถนี้ออกมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งแน่นอนว่า ต้องบรรทุกกันเข้าไปเต็มอัตราประมาณ 14-15 คน แต่ประกันภัยจะรับผิดชอบเฉพาะที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น ซ้ำร้ายถ้าพบผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ ก็อาจไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งหมด

              รถตู้ผีไม่ถือเป็นรถร่วมบริการที่ถูกกฎหมาย ซึ่งก็หมายความว่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายก็คือคนขับรถหรือเจ้าของ และในบางกรณีก็เป็นคนคนเดียวกัน จึงไม่สามารถถามหาความรับผิดชอบเอากับเจ้าของวิน หรือผู้ให้สัมปทานทั้ง ขสมก. และบขส.ได้ อันจะทำให้ผู้ประสบเคราะห์กรรมไม่ได้รับค่าชดเชยที่เหมาะที่ควร หรือเลวร้ายสุดๆ คือไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ เลย

              เมื่อรถตู้ผี เป็นรถผิดกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากจะไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือมีหลักประกันใดๆตามที่กฎหมายบังคับใช้แล้ว ยังมีความเป็นไปได้สูง และก็เป็นไปแล้วหลายครั้งด้วยที่ พวกเขา-บรรดาตีนผี คนขับรถตู้ผีทั้งหลายขับขี่อย่างไม่ระมัดระวัง หรือขับรถในสภาพร่างกายไม่พร้อมจนเกิดอาการหลับใน หรือขับรถเร็วเป็นอันตราย โดยเฉพาะที่ต้องใช้เส้นทางไกลๆ

              ทั้งนี้ รถตู้โดยสารที่ถูกกฎหมาย ประชาชนหรือผู้โดยสารจะสามารถสังเกตได้ว่า มีตราสัญลักษณ์ของรถร่วมบริการ ไม่ว่าจะเป็นรถร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) ที่วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัด ที่สำคัญคือ ป้ายทะเบียนสีเหลือง หมวดอักษรและเลขทะเบียนสีดำ ขณะที่รถตู้ผี แผ่นป้ายทะเบียนสีขาว หมวดอักษรและเลขทะเบียนสีดำหรือฟ้า อย่างที่เรียกว่า "ป้ายดำ"

              นั่นเป็นความรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้เคราะห์ร้าย ที่แทบจะเป็นศูนย์ทันทีที่เกิดเหตุกับรถตู้เถื่อนที่ลักลอบวิ่งรับส่งผู้โดยสารเย้ยกฎหมายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

              โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับรถตู้เถื่อนสายปราจีนบุรี-กรุงเทพฯ เมื่อเช้ามืดวันที่ 26 สิงหาคม สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมในการตรวจสอบจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดก็ตาม เช่นนี้แล้ว ผู้ที่จะต้องรับไปเต็มๆ เห็นจะเป็นกรมการขนส่งทางบก ซึ่งหากจะเรียกว่า "งานเข้า" อีกแล้วก็คงไม่ผิดนัก

              กระนั้นก็ตาม ที่ผ่านมา ก็หาใช่ว่า หน่วยงานแห่งนี้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียที่ไหน หากแต่ได้ติดตามตรวจสอบและจับกุมกันอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ก็เป็นไปตามการร้องเรียนและชี้เบาะแสของผู้ได้รับสัมปทานเดินรถร่วมที่เสียผลประโยชน์จากรถตู้เถื่อนซึ่งเข้าไปวิ่งแย่งผู้โดยสารนั่นเอง

              ข่าวจากกรมการขนส่งทางบกแจ้งว่า ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้ส่งผู้ตรวจออกจับกุมรถตู้โดยสารเถื่อนที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดอยู่เสมอๆ ตามคำร้องเรียนของผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง

              พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ติดตามตรวจสอบรถตู้ส่วนบุคคลที่แอบวิ่งรับส่งผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดต่างๆ เช่น ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์

              แต่นั่นก็เป็นการตรวจสอบ ตามคำร้องเรียนของบรรดาผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางร่วมบขส. และขสมก.ที่สูญเสียรายได้

              จากสถิติอุบัติเหตุที่เกิดกับรถโดยสารสาธารณะถึงช่วงเดือนตุลาคม 2554 มิถุนายน 2556 (ซึ่งยังไม่รวมเหตุการณ์รถตู้ตกทางด่วนพระราม 6 มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ) พบว่า รถตู้ครองแชมป์อุบัติเหตุถึง 83 ครั้ง มีคนตาย 119 ราย บาดเจ็บ 638 คน

              ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าหากมาตรการทางกฎหมายและการดำเนินการติดตามตรวจสอบเป็นไปอย่างเข้มข้นแล้ว ความสูญเสียก็ไม่น่าจะมีมากมายถึงเพียงนี้

              โดยเฉพาะรถตู้ที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร อย่างเช่นกลุ่มจังหวัดที่กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนมาทั้งหมด 7 จังหวัดนั้น ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด เพราะระยะทางไม่ไกลเกินไปทำให้มีผู้โดยสารนิยมเดินทางไป-กลับ ขณะที่การแข่งขันกันเองก็มีสูงจนเกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่ขึ้นมาอยู่เสมอๆ ซึ่งรวมทั้งบรรดารถตู้ผีอีกจำนวนไม่น้อย

              ขณะเดียวกัน ด้วยระยะทางการวิ่งไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไปเช่นนี้ จึงเปิดทางให้คนขับรถตู้มีเพียงคนเดียว หรือที่เรียกว่า "ขับมือเดียว" ซึ่งบางครั้งคนขับก็อยู่ในสภาพไม่พร้อมนำมาซึ่งอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

              มีคำถามคาใจอีกมากมาย ที่ภาครัฐจะต้องตอบให้ได้ว่า โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ เกิดความหละหลวมขึ้นตรงจุดไหน และจะวางมาตรการในเชิงป้องกันอย่างไรต่อไป

              ไม่มีกฎแห่งความปลอดภัยข้อไหนจะดีไปกว่า การตรวจสอบอย่างเข้มข้น และบังคับใช้กฎหมายอย่างแข็งขัน ที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่ทุกระดับ จะต้องไม่ปากว่าตาขยิบ เข้าไปมีเอี่ยวหาเศษหาเลยเอากับรถตู้เถื่อน

........................

(หมายเหตุ : ซ้ำซาก!โศกนาฏกรรม'รถตู้ผี' : รายงาน)