ข่าว

'ณัฐวุฒิ'ยัน'รบ.'ไม่ทอดทิ้งชาวสวนยาง

'ณัฐวุฒิ'ยัน'รบ.'ไม่ทอดทิ้งชาวสวนยาง

26 ส.ค. 2556

'ณัฐวุฒิ' ยัน 'รัฐบาล' ไม่ทอดทิ้งชาวสวนยาง ย้ำเหตุไม่เร่งระบายยางในสต็อกกว่า 2 แสนตันออกสู่ตลาด เพื่อหวังรักษาระดับราคา

 

                       26 ส.ค.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ชุมนุมปิดถนนเรียกร้องราคายางพาราที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม ว่า มติครม.เมื่อวันที่ 24 ม.ค.55 ซึ่งเป็นวันแรกที่ตนทำหน้าที่เห็นชอบโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ให้องค์การสวนยาง (อสย.) ซื้อยางนำราคาในตลาดแล้วขยับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมาย 120 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตัวเลขราคาดังกล่าวตลอดจนรายละเอียดการดำเนินงานเป็นผลมาจากการชุมนุมเรียกร้องราคายางของเกษตรกรที่จ.สงขลา ช่วงปลายปี 54 โดยมีตัวแทนชาวสวนยางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) และหาข้อสรุปร่วมกัน เมื่อมีการปรับครม.แล้วตนไปทำหน้าที่ในวันที่เห็นชอบโครงการนี้พอดีจึงดำเนินการตามเป้าหมายที่ระบุไว้ ไม่ได้เป็นการประกาศราคาใหม่ เรื่องนี้ตัวแทนพี่น้องชาวสวนยางที่ร่วมบริหารโครงการทราบดี และรับรู้ขั้นตอนว่าตนพยายามเร่งรัดการปฏิบัติของทุกหน่วยงานให้สามารถนำเม็ดเงินในโครงการมาใช้ให้ถึงมือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด

                       นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า รัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจต่อการแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวสวนยาง และเป็นรัฐบาลแรกที่ประกาศราคารับซื้อยางในโครงการสูงกว่าราคาตลาดถึงกิโลกรัมละ 20 บาท โดยใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 22,000 ล้านบาท แต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงส่งผลกระทบ ทำให้ราคายางไม่ขยับสูงขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งนี้แนวทางขณะนี้รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าจะไม่ระบายยางในสต็อกกว่า 200,000 ตัน ออกสู่ตลาด เพื่อรักษาระดับราคาไว้ และจะเร่งรัดการใช้ในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ต้องบอกว่ารัฐบาลเข้าใจพี่น้องเกษตรกร เพียงแต่ต้องขอความเห็นใจให้รัฐบาล และเชื่อว่าหลังรับข้อเรียกร้องคงมีการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงและทุกฝ่ายยอมรับได้

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีประเด็นการเมืองเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าชาวสวนยางตัวจริงแยกแยะปัญหาราคายางกับเรื่องการเมืองได้ ถ้ามีใครพยายามเบี่ยงเบนประเด็นก็ต้องระวังว่าราคาของพรรคการเมืองนั้นจะตกยิ่งกว่าราคายาง