ข่าว

เงินปัจจุบันและเงินอนาคต

เงินปัจจุบันและเงินอนาคต

27 ส.ค. 2556

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เงินปัจจุบัน และเงินอนาคต : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 

                          ทุกวันนี้มีคนไทยจำนวนมากที่หารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และอยู่ได้ด้วยการจับจ่ายซื้อหาสิ่งของด้วยเครดิตหรือที่เรียกว่า “ใช้เงินอนาคต” นั่นเอง ทำให้เกิดความวิตกกังวลกันว่าหากวันหนึ่งวันใด ผู้ที่ยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินอนาคตซึ่งมีจำนวนมาก ต้องประสบปัญหาไม่สามารถหารายรับได้ตามที่คาดการณ์เอาไว้  

                          วงจรชีวิตของผู้คนที่นำเอาเงินจากอนาคตมาใช้เติบใหญ่มากขึ้นทุกวัน และดูทีท่าว่าไม่มีหนทางที่หยุดยั้งวงจรการเงินดังกล่าวลงไปได้ เพราะหลายครั้งที่ภาครัฐพยายามที่จะให้ความรู้แก่ประชาชน ให้รู้จักประหยัดอดออมและสามารถพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้ ก็จะประสบกับปัญหาเศรษฐกิจหดตัว ภาคการผลิตและธุรกิจประสบภาวะขาดทุน ท้ายที่สุดมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ต่ำลง ทุกอย่างรวมกันจนถึงขั้นที่กล่าวกันว่าทำให้ประเทศล้มละลายลงได้

                          ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ๆ แม้จะรู้ดี และเป็นกังวลกับการที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่นำเอาเงินอนาคตมาใช้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกหรือทำตัวไม่ต่างจากคำโบราณที่ว่า “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” เพราะส่วนใหญ่ก็ยังเร่งระดมโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือพูดให้สวยหรูว่าใช้กลยุทธ์ทางการตลาดมาเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการซื้อขายสินค้าและบริการของตนเอง

                          ตัวเลขการเติบโตและการหดตัวของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ กลับกลายเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของคนทั้งประเทศ คำพูดสวยหรูที่พยายามบอกกับประชาชนว่า “ให้กินอยู่อย่างประหยัด อย่าใช้จ่ายเกินกำลัง” จึงไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่ที่พูดโกหกเด็กด้วยความจริงว่า การกินขนมหวานก่อนนอนโดยไม่แปรงฟันจะทำให้ฟันผุ ในเวลาเดียวกันกับที่เด็กกำลังนอนดูโทรทัศน์ โฆษณาขนมหวานหรือช็อกโกแลตอยู่บนเตียงนอน ด้วยประโยคที่ว่า “กินช็อกโกแลตก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นและฝันดี” นั่นเอง

                          ความภาคภูมิใจในตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ จึงสวนทางกับความเข้มแข็งของประชากรภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นความสุขอันไม่สามารถหาตัวเลขมาวัดเป็นดัชนีประกอบได้ ทั้งหมดจึงอยู่ที่ว่าจะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างสองเส้นทางนี้ได้ที่ตรงจุดไหน

                          สิ่งที่น่าเป็นกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ ในขณะที่คนผู้มีฐานะความเป็นอยู่ดีมีเงินจริงๆ ในครอบครองมาก รับรู้ถึงความกังวลดังกล่าวและพยายามจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวัง สร้างอำนาจต่อรองให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดแก่ตนเองในการซื้อสินค้าแต่ละครั้ง และมักจะได้ผลเพราะผู้ขายรับรู้ว่าผู้บริโภคเหล่านั้นมีกำลังซื้ออยู่ในมือจริงๆ

                          แต่ผู้คนที่ไม่มีเงินจริงๆ อยู่ในครอบครอง ต้องอาศัยเงินอนาคตเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนหรือซื้อสินค้า กลับตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการอย่างง่ายดาย ด้วยเงินอนาคตหรือเครดิตโดยไม่เสียดาย เพราะมองไม่เห็นถึงธนบัตรหรือเงินที่เป็นวัตถุ ถูกจ่ายออกไปจากกระเป๋าของตนเองด้วยสายตา ภายใต้สภาวะเช่นนี้จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า ปัญหาซึ่งถูกเรียกว่าความล้มละลายทางเครดิต จะเกิดขึ้นเมื่อใดและส่งผลกระทบให้แก่ประเทศไทยมากเพียงใดในอนาคตครับ 

 

 

------------------------

(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เงินปัจจุบัน และเงินอนาคต : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)