ข่าว

'นายกฯ'สุดห่วง!'อาชีวะ-ม็อบสวนยาง'

'นายกฯ'สุดห่วง!'อาชีวะ-ม็อบสวนยาง'

26 ส.ค. 2556

'นายกฯ' นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ต.ช.ฝากดูแล'นร.อาชีวะ'ร่วมชุมนุมสวนลุม หวั่นมีแอบอ้าง ห่วงม็อบสวนยาง มอบ'สุภรณ์'รับเรื่องร้องเรียนม็อบนครศรีฯ

               26 ส.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เข้าร่วม

                จากนั้นเวลา 11.45 น.พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)แถลงผลการประชุมว่า เรื่องสำคัญในการประชุมคือ ผบ.ตร.ได้แถลงผลงานในรอบ 10 เดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555 ถึง 31 กรกฎาคม 2556 โดยปัญหาอาชญากรรมลดลงหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา และการจับกุมปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้นั้นมีการเพิ่มกำลังพลลงปฏิบัติหน้าที่กว่า 3,900 นาย และมีการรายงานผลการติดตั้งกล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี)ในพื้นที่ จ.ยะลา 14 จุดที่จะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ สตช.รายงานให้ ก.ต.ร.ให้ทราบถึงการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยว ทั้ง จ.ภูเก็ต เกาะสมุย จ.เชียงใหม่ และเมืองพัทยา ส่วนภารกิจที่ต้องดำเนินการต่อไปในอีกสองเดือนนั้น คือการพัฒนาบุคลากรโดยเฉพาะในสถานีตำรวจ

                พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า โดยสรุปแล้วนายกฯและคณะกรรมการ ก.ต.ร.พอใจผลงานของ สตช. ทั้งนี้มี 4 ประเด็นที่นายกฯฝากเป็นข้อสังเกตคือ 1.เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยนายกฯฝากให้ สตช.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบอดทนละมุนละม่อม เนื่องจากขณะนี้มีความคิดเห็นแตกต่างและความขัดแย้งทางการเมือง อีกทั้ง ยังมีการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ จึงขอให้สตช.ใช้การเจรจาในการแก้ปัญหา 2.ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ศอ.บต.วางมาตรการการข่าวดูแลเยียวยาผู้สูญเสีย และญาติผู้เสียเสีย รวมถึงข้าราชการบรรจุใหม่ในพื้นที่ด้วย ส่วนพื้นที่แนวชายแดนนั้น ต้องดูแลในเรื่องของการขนสินค้าเถื่อน อาทิ ข้าว และน้ำมัน 3.เร่งรัดการดำเนินการติดตั้งกล้องซีซีทีวี รวมถึงไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่ออำนวยความสะดวกการทำงานของเจ้าหน้าที่ 4.การชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ที่มีการเชิญชวนกลุ่มนักศึกษาอาชีวะเข้าร่วมด้วยนั้น นายกฯเห็นว่าต้องแก้ปัญหาที่ต้นทาง ซึ่งมีการประชุมร่วมกันระหว่าง สตช.กระทรวงมหาดไทย กระทรงศึกษาธิการ และ สมช.เพื่อวางมาตรการรองรับให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

                พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่ออีกว่า ในที่ประชุมมีการรายงานการเข้าร่วมชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาอาชีวะว่าเป็นบางส่วนเท่านั้นที่เป็นนักศึกษาจริง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่จบการศึกษาไปแล้ว ซึ่งนายกฯ มีความเป็นห่วงในเรื่องการกระทบกระทั่ง อย่างไรการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่การนำสถาบันการศึกษามาแอบอ้างอาจเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ซึ่งจะมีการประสานกระทรวงศึกษาธิการเพื่อทำความเข้าใจกับนักศึกษาในสถาบันต่างๆ

                ส่วนการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยาง ที่อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นั้น เรื่องนี้นายกฯมีความเป็นห่วง และฝากแนวทางการแก้ปัญหาว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเมื่อมีเหตุกระทบกระทั่งแล้ว สตช.ถอนกำลังออกจากพื้นที่ และเน้นการเจรจา นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในที่ประชุมว่า ต่อไปจะต้องมีการฝึกการควบคุมฝูงชนร่วมกันระหว่างอาสาสมัคร ของกระทรวงมหาดไทย กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้มีการประสานการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมก.ต.ช.นายกฯได้ประชุมเรื่องดังกล่าวร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สตช.และเลขาฯสมช.

                 นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ต.ช.มีมติโอนถ่ายงานทะเบียนคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ให้กรมการปกครองรับผิดชอบและเพิ่มเติมให้งานทะเบียนต่างด้าวทั้งหมดที่ยังอยู่ในสถานีตำรวจทุกสถานี เป็นความรับผิดชอบของกรมการปกครองทั้งหมดด้วย อีกทั้ง ก.ต.ช.ยังเห็นชอบในการแต่งตั้ง ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ตำแหน่ง แทนผู้ที่ออกไปคือ 1.นายชัยเกษม นิติศิริ ก.ต.ช.คุณวุฒิด้านกฎหมาย ที่ลาออกไปเป็นรัฐมนตรี นางเบญจา หลุยเจริญ ก.ต.ช.คุณวุฒิด้านการงบประมาณ พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย ก.ต.ช.คุณวุฒิด้านวางแผน หรือการบริหารและจัดการ ที่มีอายุครบ70ปี โดย ที่ประชุมก.ต.ช.แต่งตั้ง นายอรรพล ใหญ่สว่าง เป็นก.ต.ช.คุณวุฒิด้านกฎหมาย นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ เป็นก.ต.ช.คุณวุฒิด้านการงบประมาณ และพล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เป็นก.ต.ช.คุณวุฒิด้านวางแผน หรือการบริหารและจัดการ

 

ยังรอ"ปชป.- พธม."ร่วมเวทีปฏิรูปฯ ขอใช้เวลาพิสูจน์ปาหี่หรือไม่

 

               น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลของหลายฝ่ายว่าการพูดคุยในเวทีปฏิรูประเทศจะเงียบหายไป ว่า ยืนยันว่าจะไม่เงียบหายไปอย่างแน่นอน เรามีขั้นตอนต่างๆ โดยนำเอาข้อศึกษาของแต่ละสถาบันที่ทำไว้นำมาศึกษาก่อนเลยว่าอันไหนทำได้ จะได้ไม่เสียเปล่า ขณะเดียวกันแผนการพูดคุยกันในแต่ละเรื่อง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งมีทั้งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน และระยะยาว ก็จะมีเวทีพูดคุยกันต่อเนื่อง ซึ่งอยากจะเชิญผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มๆ ด้วย และอยากให้สบายใจว่าเวทีนี้เป็นเวทีการพูดคุยกัน และรับฟังปัญหา หากอะไรที่สามารถสรุปได้ และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้ก็คงจะดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่อะไรที่สรุปไม่ได้ ยังมีข้อคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน เราก็มีหลายกระบวนการ คือการพูดคุยในเวทีปฏิรูป และใช้การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน โดยการลงไปสอบถามความเห็นในพื้นที่

                เมื่อถามว่า ฝ่ายตรงข้ามยังมองว่าเป็นแค่เวทีปาหี่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปเลย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยากจริงๆ แต่ถ้าเราตั้้งใจทำงานร่วมกัน ตนก็เชื่อว่าเราจะสามารถขับเคลื่อนประเทศได้ ถ้าเราไม่เริ่มทำตอนนี้ ปัญหาก็จะวนอยู่แบบนี้ ทำให้เรามองไปข้างหน้าไม่ได้ เมื่อถามว่าเท่าที่ได้พูดคุยครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ส.ค. พอที่จะมองเห็นทางออกของประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ดีขึ้น แต่จะบอกว่าเห็นทางออกทั้งหมดเลยคงไม่ใช่ เพียงแต่เห็นแนวทางที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะทุกคนได้พูดออกมาด้วยบรรยากาศที่สร้างสรรค์ เป็นกันเอง และได้บอกปัญหาต่างๆ เพราะแต่ละคนมาด้วยบทบาทที่มีประสบการณ์ในแต่ละเรื่อง ซึ่งได้มีการสะท้อนปัญหา และคิดไปถึงข้างหน้าว่าเราจะร่วมกันหาทางออกอย่างไร โดยต้องค่อยๆ เริ่มไปด้วยกัน และคงต้องใช้เวลา แต่อะไรที่ทำได้เป็นรูปธรรมก่อนเราก็จะทำ ซึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย ก็ได้ให้เกียรติรับเป็นผู้ประสานงานในเรื่องนี้แล้ว

                เมื่อถามว่ายังมีความพยายามที่จะเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "มีคะ ถึงอย่างไรก็ยังอยากเรียนเชิญ ดิฉันไม่อยากเห็นการที่เราพูดกันไป โดยที่ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นของฝ่ายค้าน ดังนั้นถ้าไม่อยากเห็นเราเป็นเวทีอย่างนี้ก็อยากให้ทางพรรคประชาธิปัตย์ ส่งตัวแทนมาพูดกับเราเถอะคะ"

                เมื่อถามว่าในการเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ให้คำแนะนำอะไรเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนไปกราบอวยพรเนื่องในวันเกิด ซึ่งได้พูดเรื่องทั่วไป อย่างไรก็ตามตนไม่ขอเล่ารายละเอียด เมื่อถามว่าได้ใช้โอกาสเชิญ พล.อ.เปรม เข้าร่วมเวทีปฏิรูปหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์​ กล่าวว่า "ไม่ขอเล่ารายละเอียดได้ไหมคะ"

                เมื่อถามถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ประกาศยุติบทบาท ถือเป็นผลดีกับเวทีปฏิรูปประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เจตนารมณ์ของเวทีนี้ก็ยังอยากเชิญกลุ่ม พธม.มาร่วม เพราะเป็นกลุ่มที่ใกล้ชิดประชาชนที่อาจมีมุมมองและความเห็นต่างกับรัฐบาล จึงอยากฟังและอยากเข้าใจความคิดเห็นตรงนี้ อย่างไรก็ตามตนไม่ขอวิจารณ์การประกาศยุติบทบาทของแกนนำ แต่ก็เคารพการตัดสินใจดังกล่าว

 

               
มอบ"สุภาณ์"รับเรื่องร้องเรียนม็อบสวนยาง วอนอย่าปิดถนน

 

                น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ให้สัมภาษณ์กรณีม็อบสวนยางชุมนุมปิดถนนเรียกร้องรัฐบาลปรับราคา ว่า รัฐบาลห่วงใยปัญหาของพี่น้องชาวสวนยาง และได้ติดตามอยู่ โดยช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ก็ได้เร่งรัดให้นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งหารือ ขณะเดียวกัน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ได้ลงพื้นที่กับผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือและรับฟังปัญหาจากชาวสวนยาง จะได้นำกลับมาแก้ไข และจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร็ว อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าปัญหาตรงนี้อาจจะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความห่วงใยกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และยินดีรับเรื่องราวต่างๆมาพิจารณาให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว

                เมื่อถามว่า ราคารับซื้อที่ชาวสวนยางเรียกร้อง 120 บาทต่อกิโลกรัม มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ราคายางเป็นกลไกที่เราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ดังนั้นต้องมาดูตามหลักสมดุลว่าต้นทุนจริงๆ เป็นอย่างไร อย่างน้อยต้องไม่ให้ชาวสวนยางขาดทุน มีรายได้พออยู่ได้

                "ขณะเดียวกันก็กราบขอความเห็นใจจริงๆ ว่าเราไม่สามารถที่จะผลักราคาไปเท่ากับราคาตลาดโลกได้ เพราะปริมาณยางเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ของเรายังถือว่าน้อย คงต้องไปอิงกับกลไกจริงๆ อย่างไรก็ตามเราก็เข้าใจปัญหาต่างๆ ก็จะเร่งให้กระทรวงเกษตรฯศึกษาผลกระทบ และหาทางออกที่พี่น้องประชาชนพอใจ วันนี้รัฐบาลคงต้องขอร้องให้มาพูดคุยกันมากกว่าการปิดถนน ซึ่งได้ส่งตัวแทนไปแล้ว ยืนยันว่าทุกความกังวลใจ เราจะรับเรื่องมาพิจารณา และยินดีรับฟังปัญหาโดยตรงกับตัวแทนชาวสวนยาง ขอให้ส่งตัวแทนมาคุยกับทางกระทรวงเกษตรฯได้เลย ซึ่งเราจะได้ตั้งคณะทำงานมาพูดคุยกัน และร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ ไม่อยากให้ปิดถนนเลย เพราะจะทำให้เกิดความเดือดร้อนในพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงนี้อากาศร้อน" นายกฯ กล่าว

                เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ที่ ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้อาจจะนำเรื่องนี้มาเคลื่อนไหวเป็นเรื่องการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือ เราไม่อยากเห็นการนำเอาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะการแก้ไขปัญหาก็จะไม่ถูกวิธี ถ้าเราได้รับฟังปัญหาจริงๆ ก็พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ แต่วันนี้ส่วนใหญ่แล้วการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรมักจะเป็นการแก้เฉพาะหน้า เราอยากให้มีการพูดคุยกันเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวว่าทำอย่างไรถึงจะอยูได้ รวมทั้งการส่งเสริมด้านการแปรรูปการวิจัย ซึ่งถือเป็นพื้นที่กลางน้ำคงต้องมาเร่งทำให้มากขึ้นอย่างจริงจัง และส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมในแต่ละจังหวัดที่มีสินค้าต้นน้ำให้มากกว่านี้