
'พท.'ซัด'ปชป.'โหนกระแสม็อบสวนยาง
'พท.' ซัด 'ปชป.' โหนกระแสม็อบสวนยางหวังล้มรัฐ ปูดนักการเมือง 'ส.' ชักใยอยู่เบื้องหลัง จี้ 'ม็อบสวนลุม' ดูแลเด็กอาชีวะ
26 ส.ค.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จ.นครศรีธรรมราช ว่า ข้อความที่นายนิพิฏฐ์โพสต์เป็นการจงใจปลุกระดมหรือไม่ วันนี้ม็อบชาวสวนยางที่ออกมาชุมนุมต่างก็ได้รับความเดือดร้อนพอแล้ว แต่ยังถูกลากมาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งพี่น้องชาวสวนยางอาจจะออกมาได้พอเหมาะพอเจาะกับความต้องการของพรรคประชาธิปัตย์พอดิบพอดี คือช่วงที่นายนิพิฏฐ์เดินหน้ารวบรวมม็อบต่อต้านรัฐบาล และเป็นช่วงที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยุติบทบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายนิพิฏฐ์เองออกมาประกาสจับมือกับ พธม. ม็อบสวนยางอาจจะเป็นเป้าหมายใหม่ในการล้มรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นได้ ส่วนในเรื่องของราคายางที่ม็อบสวนยางต้องการให้รัฐประกันราคาที่ 120 บาทต่อกิโลกรัมนั้น คงจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
เนื่องจากราคายางพาราเกี่ยวข้องกับกลไกตลาดโลกทำให้ตอนนี้ราคาตลาดอยู่ที่ 71-72 บาทเท่านั้น หากเราหันมาดูแลในเรื่องต้นทุนก็อาจจะทำให้ภาระของพี่น้องเบาลงได้ จึงอยากให้พี่น้องชาวสวนยางใจเย็นๆ เพราะถ้าผลีผลามไปอาจจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น และไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อจากพวกที่จะหาผลประโยชน์จากปัญหาปากท้องการทำกินของประชาชน
ทั้งนี้นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ารัฐบาลไม่ช่วยเหลือพยุงราคายางพาราว่า หากนายอภิสิทธิ์มีความสามารถในการบริหารจริงเหมือนกับที่มีความสามารถในการพูดได้ทุกเรื่อง ในยุคของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ คงไม่ต้องประสบกับภาวะน้ำมันปาล์มขาดตลาด จนประชาชนต้องชกต่อยแย่งกันซื้อน้ำมันปาล์ม งานนั้นก็ชัดเจนว่าใครคือผู้ที่ได้ประโยชน์จากการสวาปามในครั้งนั้น
ส่วนเรื่องราคายาง รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอยู่ หากพรรคประชาธิปัตย์อยากจะอยู่เคียงข้างม็อบชาวสวนยางพาราจริง เหตุใดจึงไม่ลองเสนอหนทางในการแก้ไข แทนที่จะมาคอยยุยงประชาชนหรือคอยเสียดแทงรัฐบาลรายวันอยู่แบบนี้ หรือว่าแท้ที่จริงแล้ว พรรคประชาธิปัตย์เองก็จนปัญญา คิดไม่ตกกับปัญหาราคายาง จึงคิดที่จะอาศัยประเด็นนี้จุดขึ้นมา เพื่อสร้างรอยร้าวให้เกิดขึ้นระหว่างพี่น้องชาวสวนยางกับรัฐบาล ดังนั้้นหากพรรคประชาธิปัตย์มีความจริงใจต่อพี่น้องชาวสวนยางจริง ลองเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ น่าจะได้ใจพี่น้องประชาชนมากกว่า
'พท.' ร้อง 'ม็อบสวนลุม-สถาบันต้นสังกัด' ดูแลเด็กอาชีวะ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่ร่วมชุมนุมกับม็อบสวนลุมไล่ตีกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มจนได้รับบาดเจ็บว่า จากกรณีดังกล่าวมีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก การใช้กลุ่มวัยรุ่นที่ค่อนข้างจะมีอารมณ์พุ่งพล่าน การกระทำบางอย่างจะใช้อารมณ์ตัดสินมากกว่าการใช้เหตุผล ใช้กำลังในการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมของปัญญาชน การเข้าร่วมกับม็อบสวนลุมก็คล้ายกับการมาเวทีมวย มีเวทีให้แสดงอย่างเต็มที่ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่เหล่าแกนนำจะต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ที่มาร่วมชุมนุม ไม่ใช่จะปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ อย่าเห็นแก่ปริมาณของคนมากกว่าคุณภาพของคน เพราะไม่อย่างนั้นม็อบสวนลุมก็จะไม่ต่างอะไรกับอันธพาลข้างถนน
ทั้งนี้จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มแกนนำออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถ้าหากเพิกเฉยก็จะทำให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ และฝากไปยังสถาบันต้นสังกัดช่วยตรวจสอบนักศึกษาที่เข้าร่วมชุมนุม ว่ามีการแอบอ้างสถาบันหรือไม่ สร้างความรู้ความเข้าใจถึงหลักการแสดงออกทางการเมืองอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เยาวชนตกเป็นทาสของความรุนแรง
'พท.' ซัด 'สุริยะใส' หากินบนความขัดแย้ง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กล่าวถึงกรณีนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ระบุเวทีสภาปฏิรูปเป็นแค่ของเล่นอำมาตย์ใหม่ หากไม่เกิดเป็นรูปธรรมก็จะเป็นเพียงเครื่องอ๊อกซิเจน ต่อลมหายใจรัฐบาลว่า ข้อมูลที่นายสุริยะใสวิเคราะห์นั้น เกิดขึ้นจากการนั่งมองดูอยู่ห่างๆ โดยที่ไม่เคยเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริง ว่าจริงๆแล้วเวทีนี้เป็นเวทีที่เกิดขึ้นเพราะอะไร และมีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำเวทีนี้ขึ้นมา น่ายินดีที่ประเทศไทยมีบุคคลประเภทมือไม่พายเอาเท้าราน้ำอย่างนายสุริยะใสน้อย เพราะไม่อย่างนั้นเวทีนี้คงจะไม่เกิด ชัดเจนว่าหลายฝ่ายหนุน เพราะต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ เวทีนี้ไม่ใช่เครื่องอ๊อกซิเจนให้รัฐบาลอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นเวทีที่วินิจฉัยหาเนื้อร้าย และตัดทิ้ง เป็นวิธีการรักษาที่ตรงจุด และยั่งยืนเพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้ นักฉวยโอกาสที่คนสงสัยว่าหากินกับม็อบหรือไม่อย่างนายสุริยะใสคงไม่เข้าใจหลักการและวิธีการ เพราะคนพวกนี้มักหากินบนความขัดแย้ง
ซึ่งเวทีนี้เป็นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีหรือแม้แต่ภาคเอกชน จะขาดก็แต่พรรคประชาธิปัตย์ ,พันธมิตรฯ ซึ่งก็ได้ประกาศยุติบทบาทไปแล้ว และกลุ่ม 40 ส.ว. ซึ่งบรรดากลุ่มคนเหล่านี้ก็ชัดเจนว่าเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลประเภทขาประจำ ไม่เห็นด้วยทุกเรื่องอยู่แล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจหากจะไม่เข้าร่วม หากเข้าร่วมได้จะเป็นการเซอร์ไพรซ์ประชาชนมาก ถือว่าคนเหล่านี้ ก้าวข้ามความเห็นแก่ตัวและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมได้แล้ว ตนขอยืนยันว่า เวทีสภาปฏิรูปการเมืองของรัฐบาลครั้งนี้ ไม่มีวงแตกอย่างแน่นอน มีแต่จะหลอมรวมแนวคิดที่หลากหลายก่อตัวขึ้นเป็นความสมานฉันท์ แต่อาจต้องใช้เวลา เพราะมีพวกเอาเท้าราน้ำจำนวนหนึ่งคอยขวางอยู่อย่างที่เห็น
'พท.' ปูดนักการเมือง 'ส.' ชักใยอยู่เบื้องหลังม็อบสวนยาง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจกับความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางที่มาประท้วงเรื่องราคายางตกต่ำ ขณะนี้ได้สั่งการไปยังรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีให้แก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมหาตัวแทนมาพูดคุยกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกร่วมกัน
ทั้งนี้ตนได้ลงพื้นที่ไปรับทราบปัญหาพบว่าเกษตรกรมีความเดือดร้อนจริง แต่มีข้อมูลว่ามีนักการเมืองอักษรย่อ 'ส.' อยู่เบื้องหลัง มีการปลุกระดมคนให้มาก่อความวุ่นวาย โดยใช้ความเดือดร้อนของประชาชนมาหาประโยชน์ จึงรู้สึกกังวลว่าประชาชนจะตกเป็นเหยื่อและเป็นเครื่องมือของนักการเมืองเหล่านี้ ตนขอประณามนักการเมืองคนดังกล่าวว่าเป็นพวกหนักแผ่นดิน ปากว่าตาขยิบ
'พท.' ย้ำ ส.ส.เข้าประชุมร่างแก้รธน.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคได้สั่งให้ ส.ส.เตรียมความพร้อมเข้าประชุมร่วมรัฐสภาให้ครบองค์ประชุม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของส.ว. และเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านและส.ว.ที่เห็นต่างได้อภิปรายอย่างเต็มที่ แต่ยังห่วงการอภิปรายของกลุ่มที่เห็นต่าง เพราะที่ผ่านมายังมีการตีรวน ดึงเกมให้ยืดเยื้อ แทนที่จะให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ใช่การกินรวบอำนาจตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหา เป็นการให้โอกาสประชาชนได้เลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ตามที่รัฐบาลได้หาเสียงและเป็นประชาธิปไตยแบบเต็มใบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 มีจุดอ่อนหลายข้อที่ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้ต่างชาติได้เห็นการพัฒนาในกฎหมายสูงสุดของประเทศ อยากให้การพิจารณาในวาระที่ 2 นี้ผ่านไปได้ด้วยดี
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเวทีปฏิรูปการเมืองของรัฐบาลเมื่อวานนี้ที่ได้ข้อสรุป 7 แนวทาง ถือว่ามีแสงสว่างปลายอุโมงค์เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งอย่างเป็นรูปธรรม สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ยืนยันว่าไม่ใช่การสร้างภาพและยื้อเวลาตามที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหา และการไม่เข้าร่วมของพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งกลุ่ม 40 ส.ว. และกลุ่มกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น อยากให้ทบทวนจุดยืนดังกล่าว เพราะการสร้างความปรองดองเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
'พท.' ปัดรัฐให้ท้าย 'ม็อบเสื้อแดง' ป่วนเวที 'ปชป.'
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขอปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลังและให้ท้ายกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายที่เวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ตามที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่หากทำผิดกฎหมายก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ ขอเรียกร้องว่าอย่านำความเท็จมาโจมตีนโยบายของรัฐบาล อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลักภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และผู้ใหญ่ในพรรคเตือนสตินายองอาจและลูกพรรคของตัวเองด้วย อย่าพูดแต่ปาก ไม่เช่นนั้นจะเหมือนผีเจาะปากมาพูด รัฐบาลแค่คิดยังไม่กล้าที่จะทำเรื่องแบบนี้ เพราะหากมีความวุ่นวายเกิดขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ทั้งนี้ หากนายองอาจมีหลักฐานว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยสั่งการให้คนไปข่มขู่และป่วนเวทีจริงก็ขอให้นำหลักฐานมาแสดงและดำเนินการเอาผิดได้ทันที



