
เลื่อนสั่งคดี'ลูกชายกระทิงแดง'ครั้งที่5
อัยการเลื่อนสั่งคดีครั้งที่ 5 'ลูกชายกระทิงแดง' ซิ่งเฟอร์รารี่ ชนตำรวจดับ เหตุรอผลสอบเพิ่ม ขณะที่เจ้าตัวส่งทนายขอเลื่อนยื่นใบรับรองแพทย์ ระบุไม่สบาย
26 ส.ค. 56 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ถ.เจริญกรุง 63 นายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายคดีอาญาใต้ 1 มีคำสั่งเลื่อนนัดสั่งคดี ที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส อายุ 28 ปี บุตรชายนักธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ตกเป็นผู้ต้องหาคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ กรณีที่รถพุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต โดยลากศพไปไกลกว่า 200 เมตร บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 49 ช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย. 55
โดยนายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายคดีอาญาใต้ 1 เจ้าของสำนวน กล่าวว่า วันนี้ตนให้เลื่อนการสั่งคดีออกไปก่อน เนื่องจากพนักงานสอบสวน ยังดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมไม่แล้วเสร็จ ซึ่งผู้ต้องหา ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ในประเด็นขับรถเร็วเกินอัตรากฎหมายกำหนด โดยขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม 4 ปาก รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญ 2 ปาก ที่ได้ตรวจสอบความเร็ว ขณะที่วันนี้ผู้ต้องหา ก็ได้ส่งทนายความมาแจ้งขอเลื่อนการสั่งคดีออกไปก่อน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่สบาย พร้อมนำใบรับรองแพทย์มายืนยัน
โดยตนนัดให้ฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 2 ก.ย.นี้ เวลา10.00 น.ซึ่งจะเป็นช่วงก่อนหมดอายุความข้อหาขับรถเร็วเกินอัตรากฎหมายกำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลื่อนการสั่งคดีครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 5 ขณะที่สำนวนคดีนี้ พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพียง 2 ข้อหา ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน โดยมีความเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้อง 2 ข้อหา ฐานขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และขับรถขณะมึนเมาสุรา
แต่อัยการพิจารณาแล้วเห็นควรให้ฟ้องฐานขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดฯ อีก 1 ข้อหา เนื่องหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจับภาพรถยนต์ขณะที่ผู้ต้องหาขับผ่านซึ่งผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่ามีความเร็วสูงถึง 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ส่วนข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรานั้นพนักงานสอบสวนและอัยการ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเช่นเดียวกัน เนื่องจากพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนฟังไม่ได้แน่ชัดว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ขณะขับรถหรือไม่



