
กก.สมานฉันท์เตรียมเสนอปธ.รัฐสภาเชิญนายกฯฟังผลสรุป
กก.สมานฉันท์ เตรียมเสนอให้ปธ.รัฐสภาเชิญนายกฯฟังผลสรุป คงม.190 แต่เพิ่มประเภทหนังสือสัญญาให้ชัดขึ้น พร้อมเร่งออกกม. กำหนดประเภท ขั้นตอน และวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา และเสนอ แก้มาตรา 265 ส.ส.เป็นเลขา - ที่ปรึกษารมต.ได้
ที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุม โดยได้พิจารณาผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กรรมการ และนายประยุทธ ศิริพานิชย์ กรรมการ สัดส่วนพรรคเพื่อไทยเสนอว่า หลังจากคณะกรรมการฯ พิจารณาเสร็จสิ้น อยากให้เชิญนายกฯ มาร่วมประชุมรับฟังสรุปในช่วงท้ายสุด เพื่อให้ผลการศึกษา ดำเนินต่อเป็นรูปธรรม เพราะคณะกรรมการชุดนี้ทำงานจากเจตนารมณ์ที่นายกฯประกาศแนวทางการแก้วิกฤตการเมืองกับสาธารณะ จึงอยากรู้ว่า นายกฯ จะตอบสนองอย่างไรกับผลการศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอดังกล่าวทำให้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากกรรมการบางส่วนมองว่า อาจเป็นการมัดมือนายกฯ โดยกรรมการจากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ไม่เห็นด้วย โดยระบุว่า คณะกรรมการชุดนี้ได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งของประธานรัฐสภาก็ต้องเสนอให้ประธานรัฐสภา
ส่วนจะเชิญคนอื่นหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในขณะที่กรรมการจากฝั่งส.ว. ตามหลักต้องเสนอต่อผู้แต่งตั้ง ส่วนประธานรัฐสภารับรายงานแล้วจะเชิญนายกฯ หรือบุคคลอื่น ก็เป็นอีกเรื่อง ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กรรมการ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้มาจากแนวคิดของนายกฯ เมื่อทำเสร็จก็รายงานต่อประธานรัฐสภา แต่ถ้าอยากให้ประธานวุฒิสภา และนายกฯ มาด้วย ก็อาจทำได้ด้วยการขอให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้เชิญเอง ทำให้นายดิเรก กล่าวสรุปว่า ขอรับไปประสานประธานรัฐสภาเพื่อเชิญนายกฯ ให้ร่วมฟังสรุป ประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมตอบคำถาม และส่งมอบรายงานในวันเดียวกัน ซึ่งจะหารือการกำหนดวันกับประธานรัฐสภาอีกครั้ง
จากนั้นเป็นการพิจารณาในประเด็นที่ 4 เรื่องมาตรา 190 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นร่วมกันให้คงหลักการเดิมแต่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเพิ่มข้อความให้อำนาจเกี่ยวกับการกำหนดประเภทของหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และให้เร่งรัดออกกฎหมายกำหนดประเภท ขั้นตอน และวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาตามความในวรรคห้า เพราะหลักเกณฑ์ในปัจจุบันเป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมอภิปรายกว้างขวาง โดยสนับสนุนให้วางหลักเกณฑ์ให้ชัดตามที่คณะอนุกรรมการเสนอมา เพราะบางเรื่อง หากนำมาให้รัฐสภาเห็นชอบกรอบการเจรจาก่อน ข้อมูลสำคัญก็จะถูกเปิดเผยให้คู่ต่อสู้รู้ ด้านนายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กล่าวว่า “ เรื่องหนังสือสัญญาที่ต้องเข้าสภา ผู้แทนฯ จะไปรู้ห่าอะไร ถ้าจะรู้ก็รู้กันไปไม่กี่คน ผมว่าอย่าไปฝืนธรรมชาติให้มาก ถ้ารัฐบาลทำไม่ดีก็อยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะการทำเอฟทีเอด้านการเกษตร หากมีอะไรไม่ถูกต้องประชาชนจะเล่นงานเอง ”
นายอรรคพล สรสุชาติ กรรมการสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ควรแก้ไขประเด็นหลักในมาตรา 190 วรรคสอง เรื่องผลผูกพันที่มีขอบเขตกว้างขวาง ซึ่งตนเสนอให้ตัดข้อความที่ว่า ผลกระทบของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเสนอให้เพิ่มข้อความ “ หรือมีบทเปิดเสรีทางการค้าหรือการลงทุน ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ” ซึ่งจะครอบคลุมตามเจตนารมณ์ที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องการป้องกันปัญหาจากนโยบายการเปิดการค้าเสรี
ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมจากอภิปรายนานกว่า 2 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการเสนอมาเพื่อให้สามารถทบทวนประเภทของหนังสือสัญญาตามระยะเวลาอันเหมาะสม และระยะยาวต้องมีการศึกษามาตรานี้เพื่อปรับปรุงให้เกิดการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต่อมาได้พิจารณาประเด็น 5 มาตรา 265 เรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ ส.ส. ที่คณะอนุกรรมการมีความเห็นร่วมกันให้ แก้ไขให้ ส.ส.ไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองและกรรมการในหน่วยงานของรัฐได้ อาทิ เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี เพื่อให้ส.ส.เรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ด้านการบริหารราชการแผ่ นดิน ซึ่งที่ประชุมอภิปรายกว้างขวาง โดยมีบางส่วนแสดงความเป็นห่วงว่า อาจกินความเลยไปถึงกรรมการหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ที่มากเกินไป ซึ่งในที่สุดที่ประชุมให้แก้ไขเฉพาะกรณี โดยเปิดให้ส.ส.สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เช่น เลขานุการ ที่ปรึกษารัฐมนตรี เพื่อให้ส.ส.สามารถทำงานใกล้ชิดและตอบสนองประชาชนได้มากยิ่งขึ้น อันสอดคล้องกับระบบรัฐสภาสากลที่ให้ส.ส.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในขณะเดียวกันได้
จากนั้นเป็นการพิจารณาประเด็น 6 มาตรา 266 เรื่องการสั่งการหน่วยราชการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนของส.ส.และส.ว. ที่คณะอนุกรรมการเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตราดังกล่าว โดยตัดความใน ( 1 ) ออก เพื่อให้สมาชิกรัฐสภา ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผ่านส่วนราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ที่ประชุมช่วยกันอภิปรายสนับสนุนในหลักการ และมีมติตามที่คณะอนุกรรมการเสนอมา
จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณา ประเด็นที่ 7 ได้แก่ การบัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เรื่องคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีศาลเดียว และให้มีศาลเลือกตั้งตัดสินใบแดงใบเหลืองแทนกกต.ทั้งก่อนและหลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ที่คณะอนุกรรมการเสนอว่า ยังไม่ควรพิจารณาในเวลานี้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องศึกษารอบคอบ ควรจะฟังความเห็นของประชาชน และพิจารณาในช่วงปฏิรูปการเมืองทั้งระบบในอนาคต
นายดิเรก กล่าวว่า ทุกเรื่องจะยังไม่แตะ แต่ให้ที่ประชุมรับทราบ ทั้งนี้ตารางการทำงาน วันที่ 16 มิ.ย. คณะกรรมการ จะพิจารณาแผนปฏิบัติของคณะอนุกรรมการสมานฉันท์ วันที่ 17 มิ.ย. คณะกรรมการจะพิจารณาแผนปฏิบัติการของคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเมือง ส่วนวันที่ 18-20 มิ.ย. ฝ่ายเลขาจะสรุปรายงาน และสัปดาห์ถัดไป จะหารือประธานรัฐสภา กำหนดวันบรรยายสรุป และทำพิธีมอบโดยจะหารือเรื่องการเชิญนายกฯมาวันดังกล่าวด้วย



