ข่าว

เผาบ้านไล่หนู

เผาบ้านไล่หนู

26 ส.ค. 2556

เผาบ้านไล่หนู : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

            หนูเป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจ ทั้งจากรูปร่าง และนิสัยที่แทะกินข้าวของไม่บันยะบันยัง ตั้งแต่ข้าวปลาอาหาร เสื้อผ้า หนังสือ เฟอร์นิเจอร์ ยิ่งไปกว่านั้นหนูยังสร้างความสกปรก รวมทั้งเป็นพาหะของโรคร้ายหลายชนิด- ในยุคกลางโรคที่มากับหนูคร่าชีวิตพลเมืองตามเมืองใหญ่ๆ ในยุโรปเป็นจำนวนมหาศาล จนหลายเมืองแทบจะกลายเป็นเมืองร้าง

            หนูโดยทั่วไป อาจจำแนกได้ 2 พันธุ์ คือหนูที่อยู่ตามท้องทุ่งท้องนา กับหนูที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง หนูพันธุ์แรกนั้นกินพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เกษตรกรเพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่พืชผลเป็นประจำ ส่วนหนูพันธุ์ที่สอง มีทั้งที่อยู่ตามตรอกซอกซอย ตลาดสด หรือท่อระบายน้ำ กับที่อยู่ตามบ้านเรือนของผู้คน หนูที่อยู่นอกบ้านจะกินเศษอาหาร ขยะ ตลอดจนเนื้อสัตว์ในตลาด เคยมีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งถ่ายภาพฝูงหนูกำลังรุมกินหมูชำแหละที่โรงฆ่าสัตว์นำไปส่งที่เขียงหมูตอนเช้ามืด เห็นแล้วก็ทำให้เลิกซื้อหมูตามตลาดสดไปเลย-ส่วนหนูบ้านนั้น ก็กินทุกอย่างที่มีอยู่ในบ้าน

            ปกติ คนมักจะกล่าวโทษว่าหนูสร้างความสกปกรกและความเสียหาย แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง จะเห็นว่าหนูบ้านจะไม่อยู่ในบริเวณที่มีความสะอาด จัดวางข้าวของเป็นระเบียบ มีแสงแดดหรือแสงสว่างส่องถึง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หนูจะอยู่ในที่ที่สกปรก ดังนั้น ถ้าคนไม่รักษาความสะอาด ความมีระเบียบ และความโปร่งตา แล้วสร้างความสกปรกต่างๆ จนบ้านเรือนเขะขะ ก็ย่อมกลายเป็นสวรรค์ของหนูๆ ทั้งหลาย ไปโดยปริยาย

            เพราะฉะนั้น วิธีที่จะกำจัดหนูประการสำคัญก็คือ ต้องดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัย จัดเก็บอาหารและเสื้อผ้าให้เป็นที่เป็นทาง หมั่นตรวจสอบว่ามีมุมใดซอกใดที่ลับหูลับตาจนกลายเป็นที่ให้หนูหลบเข้ามาอยู่อาศัยได้ ถ้าทำได้เป็นประจำ หนูก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นเอง-ทั้งหมดนี้ ต้องเริ่มที่ตัวของคนที่อยู่ในบ้านหรือร้านตลาดครับ

            สำหรับวิธีกำจัดหนูนั้น มีอยู่หลายวิธีด้วยกันเริ่มด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การเลี้ยงแมว ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะแมวชอบจับหนูทั้งจับมาเล่นและจับกินเป็นอาหาร แต่ในบางแห่งก็ใช้สัตว์อื่น เช่น สุนัข หรืออินเดียก็จะปล่อยให้งูทำหน้าที่จัดการ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าระหว่างหนูกับงู อะไรจะน่ากลัวกว่ากัน?

            นอกจากวิธีธรรมชาติแล้ว ก็มีการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น กับดักหนู กรงดักหนู กาวดักหนู ยาเบื่อหนู ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นภาระแก่คนวางกับ วางกรง วางกาว ในการจัดการกับหนูที่มาติดเครื่องดัก ส่วนยาเบื่อนั้น การเก็บซากหนูก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกนัก และถ้ายิ่งมีหนูที่แอบไปตายในที่ลับหูลับตา กว่าจะรู้ก็ส่งกลิ่นหึ่งไปหลายวัน

            วิธีที่สะดวกและทันสมัยที่สุดในขณะนี้ ก็คือการใช้บริการของบริษัทกำจัดหนู ซึ่งมีกระบวนการที่เป็นระบบและค่อนข้างจะได้ผลดี แต่ปัญหาอยู่ที่การต้องเคลื่อนย้ายข้าวของ และค่าบริการที่สูง รวมทั้งการที่บางคนก็ไม่ชอบให้มีคนแปลกหน้าเข้ามาทำอะไรในบ้านของตน

            ครับ ถ้าไม่สามารถที่จะจัดเก็บบ้านเรือนให้เรียบร้อย และปล่อยปละจนเกิดความสกปรกรกรุงรังก็แน่นอนว่า บ้านนั้นเรือนนั้นจะต้องมีหนูเข้ามาอยู่อาศัย และสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ตลอดจนสุขภาพของคนในบ้าน จนต้องหาทางที่จะกำจัดหนูให้หมดสิ้นไปด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งตามที่เล่ามา

            อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่คิดจะไล่หนูด้วยการจุดไฟเผาบ้านตัวเองเลยครับ