ข่าว

พุ่งเป้าคู่อริเก่าฆ่า'กำนันดังสงขลา'

พุ่งเป้าคู่อริเก่าฆ่า'กำนันดังสงขลา'

25 ส.ค. 2556

ผบ.ตร.สั่งติดตามคดีฆ่า'กำนันดังสงขลา' พร้อมลูกน้องคนสนิท ขณะที่ตำรวจเร่งติดตามพยานให้ปากคำเพิ่มเติม เตรียมออกหมายจับ พุ่งเป้าคู่อริเก่า

              ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มนายสิทธิชัย ชุมอิน อายุ 39 ปี หรือกำนันชัย กำนัน ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา และนายประสิทธิ์ ลิ่มจู้ อายุ 42 ปี สารวัตรกำนันคนสนิท เสียชีวิตคารถยนต์กระบะติดกระจกกันกระสุน เหตุเกิดบนถนนสายสงขลา-ระโนด พื้นที่หมู่ 5 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีนี้โดยเร็ว

              ย่างเข้าสู่วันที่สาม คดีมีความคืบหน้าไปมาก หลังเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสสำคัญจากภาพกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะลงมือก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.สิงหนคร เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน และเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่คลี่คลายคดีโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นหนึ่งในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สงขลา และเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่คลี่คลายคดี

              ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 25 สิงหาคม ที่ สภ.สิงหนคร พล.ต.ท.จักรทิพย์ เปิดเผยภายหลังรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าทางคดีว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งการสอบสวนพยานบุคคล และการรวบรวมพยานวัตถุ โดยสอบปากคำพยานไปแล้ว 7 ปาก ส่วนหลักฐานปลอกกระสุนปืนเอ็ม16 และอาก้าของคนร้าย ได้ส่งตรวจที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับคดีเก่า ทั้งฝ่ายผู้ตายและคู่อริ ซึ่งจากพยานหลักฐานขณะนี้คาดว่าจะสามารถออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้ภายใน 2 วันนี้ อย่างน้อย 1-3 คน โดยเฉพาะหนึ่งในมือปืนที่เจ้าหน้าที่มีข้อมูลอยู่แล้ว โดยเป็นมือปืนรับจ้างที่อยู่ในบัญชีดำอันดับ 4 ของตำรวจภูธรภาค 9 และติดหนึ่งในร้อยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทีมสังหารสังกัดอยู่ในซุ้มมือปืน 3 จังหวัด ทั้ง จ.สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช

              การออกหมายจับได้กำชับให้รวบรวมพยานหลักฐานให้หนาแน่นที่สุด โดยเฉพาะอาวุธปืน และรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ 4 ประตู ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนร้าย ที่เป็นคู่อริเก่าของผู้ตายที่ยิงกันไปยิงกันมาอย่างน้อย 4 คดี และคดีนี้ไม่ยาก เพราะเจ้าหน้าที่มีข้อมูลเก่าอยู่แล้ว และก่อนจะมีการยิงก็ทราบข่าวล่วงหน้าว่าจะมีการก่อเหตุขึ้น

              อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ได้ตำหนิการทำงานของตำรวจในพื้นที่ที่ปล่อยปละละเลย ไม่มีการตั้งด่านตรวจทำให้คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้

              ด้าน พ.ต.อ.นิพล เสละหมาด ผู้กำกับการ สภ.สิงหนคร เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามพยานแวดล้อมมาสอบปากคำ และให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมออกหมายจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ ส่วนจะออกหมายจับกี่คนยังไม่สามารถบอกได้ ต้องรอพยานยืนยันและหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง รวมทั้งผลตรวจสอบอาวุธปืน ทั้งอาก้า และเอ็ม 16 ว่าตรงกับคดีเก่าที่คนร้ายใช้ยิงฝ่ายกำนันสิทธิชัยหรือไม่ โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัยนั้น เจ้าหน้าที่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มคู่อริเก่าที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน โดยมีข้อมูลและประวัติอยู่แล้ว

              ขณะที่ชุดสืบสวนสามชุด ทั้งของตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธร จ.สงขลา และของ สภ.สิงหนคร ได้เฝ้าจับตากลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เป็นทีมมือปืนอย่างน้อย 5 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นมือปืนอาชีพสังกัดซุ้มมือปืนใน อ.ระโนด และอาจจะมีซุ้มมือปืนจากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งพัทลุง และนครศรีธรรมราช ร่วมทีมด้วย รวมทั้งติดตามรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำ 4 ประตู ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่การคลี่คลายคดี ขณะเดียวกันได้ประสานญาติของผู้ตายทั้งสองคนเข้าให้ปากคำในประเด็นขัดแย้งต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี

              รายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า ปัญหาใหญ่ที่ยังไม่สามารถออกหมายจับคนร้ายได้ในขณะนี้คือ ขาดพยานบุคคลมาชี้ตัวยืนยันรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายตามภาพจากกล้องวงจรปิด เพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากพฤติกรรมในการก่อเหตุของคนร้ายนั้นโหดเหี้ยม เจ้าหน้าที่จึงพยายามติดตาม และเกลี้ยกล่อมเพื่อให้พยานให้ความร่วมมือ จึงต้องเน้นไปที่พยานวัตถุและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้แน่นหนาที่สุด