ข่าว

บาปทางการเมือง(1)

บาปทางการเมือง(1)

27 ส.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : บาปทางการเมือง (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                           ประวัติศาสตร์คืออะไร หลายคนอาจจะตอบว่า ประวัติศาสตร์คือเรื่องน่าเบื่อในอดีตที่อยากจะให้ผ่านแล้วผ่านเลย จะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าลูกเดียว กว่ารัฐบาลตระกูลเหงียนยุคหลังการปลดปล่อยใหม่ๆ จะสำนึกได้ว่า คิดผิดที่ไม่บังคับให้คนรุ่นใหม่ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ ก็เกือบสายเกินการณ์ เมื่อเด็กเวียดนามรุ่นใหม่มุ่งก้าวสู่เส้นทางทุนนิยม โดยไม่รับรู้ถึงการเสียสละของคนรุ่นพ่อแม่ระหว่างการต่อสู้เพื่อปลดแอกจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส หรือการครอบงำของสหรัฐ ทุกวันนี้เด็กเวียดนามทุกคนจึงต้องเรียนและสอบวิชาประวัติศาสตร์เพื่อให้รู้รากเหง้าแท้จริงของประเทศชาติ

                           แม้จะบังคับให้ต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมหาวิทยาลัย แต่ทางการก็ไม่บังคับให้วิชาลัทธิมาร์กซ์ ลัทธิเลนิน และคำสอนของลุงโฮ หรือโฮจิมินห์ เด็กเวียดนามรุ่นใหม่จึงไม่สนใจเลือกเรียน เพราะไม่สามารถนำไปใช้ในการหางานหรือทำงานได้ กระทั่งมหาวิทยาลัยต้องเสนอโปรโมชั่นพิเศษด้วยการเสนอให้เรียนฟรี แต่ก็ไม่อาจดึงดูดใจของนักศึกษาได้

                           บางคนอาจจะคิดว่า ประวัติศาสตร์คือการสะท้อนความผิดพลาดในอดีตอย่างการกำหนดนโยบายผิดพลาดครั้งใหญ่ จึงไม่อยากจะรื้อฟื้นขึ้นมาเพื่อตอกลิ่มความผิดพลาดนั้น ยิ่งหากเป็นความผิดพลาดของระดับนำอย่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนในยุคการปฏิวัติวัฒนธรรมเมื่อร่วมครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ก็ยิ่งต้องเก็บเข้าลิ้นชักล็อกกุญแจหลายดอก

                           แต่หลายคนอาจจะมองว่า ประวัติศาสตร์คือภาพสะท้อนความผิดพลาดในอดีตที่จะต้องเรียนรู้ เพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกต้องด้วยการไม่เดินซ้ำรอยความผิดพลาดนั้น โดยเฉพาะความผิดพลาดที่สะท้อนถึงสัญชาตญาณดิบในการเอาตัวรอดของคนเกือบทุกคนยามถูกต้อนเข้าสู่มุมอับสุดในชีวิต แล้วต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ แม้ว่าการเอาตัวรอดนั้นหมายถึงต้องขายพ่อแม่ ขายลูกเมีย ขายญาติพี่น้อง ขายเพื่อน หรืออาจไกลไปถึงขายชาติด้วยก็ตาม

                           สัจธรรมนี้เห็นได้ชัดในแดนมังกรจีน ซึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคำสารภาพบาปและการซัดทอดความผิดที่น่าสนใจอยู่ 2 เหตุการณ์ ล้วนแล้วแต่สะท้อนถึงความผิดพลาดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หนึ่งนั้นเป็นคำสารภาพบาปของอดีตยุวชนแดง สมัยการปฏิวัติวัฒนธรรม ที่กลายเป็น "ชนชั้นที่ถูกลืม" ในยุคสมัยปัจจุบัน อีกหนึ่งนั้นเป็นการซัดทอดความผิดให้ผู้ที่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนมานานหลายสิบปีของอดีตหัวหน้าครอบครัวตัวอย่างของชนชั้นระดับนำในยุคสมัยนี้ เพียงเพื่อเอาตัวรอดจากการต่อสู้ทางการเมืองที่ยังเข้มข้นไม่สร่างซา

 

 

------------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : บาปทางการเมือง (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)