
'ปชป.'ชี้ถกปฏิรูป'ปาหี่การเมือง'
'ปชป.' เชื่อรบ.ไม่จริงใจตั้งสภาปฏิรูปการเมือง ตั้งธงสร้างความชอบธรรมทำ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ - นิรโทษฯแบบเหมาเข่ง
25 ส.ค. 56 เมื่อเวลา 11.45 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่วันนี้รัฐบาลได้จัดประชุมนำสู่การเปิดเวทีจัดตั้งสภาปฏิรูปการเมืองหาทางออกให้กับประเทศ ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เราพร้อมให้ความร่วมมือในการสร้างความปรองดอง การหาทางออกให้กับประเทศและการปฏิรูปการเมือง แต่ในการดำเนินการของรัฐบาลครั้งนี้ ต้องแสดงความตั้งใจจริงที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่ใช่ดำเนินการแบบขายผ้าเอาหน้ารอด เพราะที่ผ่านมาการดำเนินการของรัฐบาล และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา 2 ปี ยังไม่เห็นถึงความตั้งใจในการปฏิรูปการเมืองแสวงหาความปรองดองของประเทศอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ระหว่างการทำงานของนายกฯ 2 ปี ยังไม่แสดงจุดยืนและความตั้งใจใดๆ ที่จะทำเรื่องปรองดอง หรือการปฏิรูปการเมือง แต่เพิ่งให้ความสนใจเมื่อมีกลุ่มภาคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาคัดค้านการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งนอกจากนายกฯ และรัฐบาลไม่แสดงจุดยืนแล้ว ยังไม่นำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์จากองค์กรภายในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ความเห็นของนายโคฟี่ อันนัน หรือ นายมาติ อดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์ ผู้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องแก้ไขความขัดแย้งและสร้างความปรองดองในหลายที่จนได้รับรางวัลโนเบิลสาขาสันติภาพ ที่ได้เสนอมาเพื่อพิจารณาและนำมาปฏิบัติหาทางออกให้ประเทศ เช่น ข้อเสนอจาก คอป.ของนายคณิต ณ นคร และสถาบันพระปกเกล้า แต่เลือกเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาล อาทิ การจ่ายเงินเยียวยา
"ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้แสดงให้เห็นความตั้งใจจัดตั้งสภาปฏิรูปการเมืองเพื่อหาทางออกประเทศ ดังนั้นในวันนี้จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากปาหี่ทางการเมือง ซึ่งดูจากรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมในเวทีวันนี้แล้ว ส่วนมากเป็นพวกนอนหนุนตักรัฐบาล หากคิดเป็นสัดส่วน 60% เป็นพวกเดียวกันที่มีแนวคิดการปฏิรูปการเมืองใกล้เคียงกับรัฐบาล อีก 20% เป็นพวกเกรงใจรัฐบาล และอีก 20% เป็นพวกทั่วๆ ไป ที่ไม่มีอะไรชัดเจน" นายองอาจ กล่าวและว่า ตนคิดว่าจากองค์ประกอบที่ดำเนินการจัดเวทีครั้งนี้ เล็งเห็นผลได้ว่าจะเกิดประสิทธิผลอย่างไร ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลตั้งธงไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะคุยกันในเวทีนี้จะใช้เวลานานอีกกี่เดือน กี่ปี ในที่สุดสภาปฏิรูปการเมืองของรัฐบาล ก็คือ การทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และการนิรโทษกรรมเหมารวมแบบยกเข่ง โดยใช้การเปิดเวทีวันนี้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรม โดยตนฝากถึงรัฐบาลว่า หากใช้เวทีครั้งนี้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองในการทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและนิรโทษกรรมแล้ว นอกจากรัฐบาลจะหาทางออกให้กับประเทศไทยไม่ได้แล้ว ยังคิดว่านายกฯ อาจยังต้องหาทางออกฉุกเฉินให้กับทุกคนในรัฐบาลนี้ด้วย เพราะตนเชื่อว่าประชาชนส่วนมากจะไม่ยอมให้รัฐบาลทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่อยากหาทางออกฉุกเฉินเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่ควรใช้เวทีครั้งนี้เป็นเครื่องมือของรัฐบาล
นายองอาจ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม พธม. ประกาศยุติบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยให้แกนนำและมวลชนที่สนับสนุน พธม.ไปดำเนินการทางอื่นได้อย่างเสรีว่า เป็นเรื่องที่พรรค ปชป.น้อมรับความเห็นของ พธม.ด้วยความเคารพ ซึ่งแม้วันนี้ พธม.จะหยุดเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตาม แต่ยังเชื่อว่าจิตใจการต่อสู้เพื่อประเทศยังคงมีอยู่ โดยหากวันใดอยู่ในเงื่อนไขที่ พธม.คิดว่าพร้อมจะออกมาต่อสู้เพื่อประชาชน แกนนำ และมวลชนก็จะออกมายืนเคียงข้างประชาชนอีกครั้งเพื่อสร้างความถูกต้องในบ้านเมือง โดยตนเห็นว่าการออกมาเคลื่อนไหวของ พธม.ที่ผ่านมาไม่ได้สูญเปล่า แต่ยังเป็นแบบอย่างในการเคลื่อนไหวต่อสู้ของภาคประชาชนภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญด้วยความสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ซึ่งแตกต่างกับหลายกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหว อย่างไรก็ดีแม้ พธม.จะประกาศยุติบทบาท แต่หลังจากนั้นก็มีมวลชนที่เคยสนับสนุน พธม.ในหลายพื้นที่ ได้พูดคุยประสานงานกับแกนนำและสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ในทางที่จะร่วมมือกันทำงานต่อสู้กับระบบทักษิณต่อไปในอนาคต ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากประชาชนร่วมมือกันต่อสู้อย่างแท้จริง ระบอบทักษิณจะไม่ขยายตัวไปมากกว่าปัจจุบันนี้
เรียกร้อง 'ปธ.สภา' หดวันประชุมแก้รธน.เหลือแค่ 2 วันติดต่อกัน
นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ประธานสภาฯ แจ้งกำหนดวันประชุมแก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. 3 วันติดต่อในวันที่ 27-29 ส.ค.นี้ ว่า ในการประชุมนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำให้ประชาชนเห็นว่า การแก้ไขประเด็นดังกล่าวจะนำไปสู่ปัญหาการเมืองของประเทศอย่างไร ซึ่งการแก้ไขที่มา ส.ว.จะกระทบและทำให้เบี่ยงเบนต่ออำนาจการแต่งตั้ง - ตรวจสอบองค์กรอิสระ และอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระ นอกจากเหนือจากอำนาจและการทำหน้าที่ถ่วงดุลรัฐสภา
นายองอาจ กล่าวอีกว่า ต้องการเสนอให้ประธานสภา จัดเวลาใหม่สำหรับประชุมแก้รัฐธรรมนูญเพียง 2 วันติดต่อกัน คือ อังคารกับพุธก็พอ ซึ่งน่าจะเหมาะสม ส่วนวันพฤหัสบดี ให้เป็นการประชุม ส.ส.เพื่อพูดคุยกับสะท้อนปัญหาปากท้องประชาชน เพื่อให้รัฐบาลนำไปแก้ไขต่อไป เช่น ปัญหาผลผลิตเกษตรตกต่ำทั้งยางพารา ปาล์ม ซึ่งประชาชนนัดชุมนุมเคลื่อนไหวใหญ่ 3 ก.ย.นี้ดังนั้นโอกาสนี้สภาควรเปิดเวทีให้ ส.ส.ที่เป็นผู้แทนประชาชนช่วยกันสะท้อนปัญหา และให้ใช้วันประชุมพฤหัสบดีให้ ส.ส.และฝ่ายค้าน เปิดกระทู้สดตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพราะขณะนี้รัฐบาลมีปัญหามากมายที่ควรถูกตั้งกระทู้สดสอบถาม เช่น เรื่องเศรษฐกิจถดถอย การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามการเคลื่อนไหวชุมนุมเรียกร้องของประชาชน หรือเรื่องที่รัฐบาลปล่อยให้มวลชนเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาล ได้ข่มขู่คุกคาม รบกวนการทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์และเวทีประชาชนที่จะพูดความจริงกับประชาชน



