
'สนธิ'วอน'นายกฯ'หยิบผลปฏิรูปฯมาใช้ประโยชน์
"พล.อ.สนธิ"วอน"นายกฯ"หยิบผลปฏิรูปฯมาใช้ประโยชน์พร้อมหนุนแก้รธน.เป็นปชต. ด้าน"ธิดา"ย้ำต้องการปชต.ที่แท้จริง ส่วน"ธีรภัทร์" แนะ นำผลศึกษาของคณะต่างๆมาเป็นข้อมูล
วันที่ 25 ส.ค.56 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวในเวทีสภาปฏิรูปการเมือง ว่า เราต้องมองปัญหาของประเทศ ในทิศทางเดียวกัน ดีใจมีแนวคิดนี้ขึ้นมา ตนเห็นว่าประเทศไทยมีอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนหลายประเทศ เราไม่เห็นประเทศมีวีรบุรุษ และผู้ที่เป็นนายกฯมักโดนติติงจนเอาตัวไม่รอด ซึ่งเห็นลักษณะนิสัยของประเทศไทย โดยตนคิดว่าผู้ที่เป็นผู้นำควรได้รับกำลังใจ เบื้องต้นตนได้เห็นปัญหาในทุกด้าน ซึ่งที่ผ่านมามีการปฏิรูปประเทศหลายครั้ง แต่ผลออกมาก็หายไป หากนายกฯไม่หยิบผลของการปฏิรูปมาใช้ก็จะไร้ประโยนชน์
วันนี้ปัญหาของเราในเรื่องการเมืองการปกครอง เราต้องการนำประเทศเป็นประชาธิปไตย แต่เราเป็นหรือยัง ตนเรียนว่าวันนี้ยังไม่ลงตัวว่าเราเป็นอย่างไร หลายประเทศพูดว่าเป็นประชาธิไตยของตนเอง ฉะนั้นประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไร ต้องเป็นแบบที่คนไทยรับได้ไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง ต้องเป็นแบบไทยๆ ไม่อิงจากต่างประเทศ ทุกภาคส่วนต้องหยิบมาดูพร้อมๆ กันว่าอะไรยังไม่เป็นประชาธิปไตย แก้ไขอย่างจริงจัง นอกจากนี้ความเหลื่อมล้ำยังทำให้ความเป็นประชาธิไตยเราไม่เดิน และเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญ
ส่วนปัญหาสังคมในบ้านเรานั้นมีลักษณะนิสัยที่ว่าความคิดของตัวเองถูก คนอื่นผิด ซึ่งทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศมักจะพูดเรื่องการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจ แต่มักไม่พูดเรื่องสักคม แต่บ้านเรามักมีสังคมหลายๆ อย่าง และระบบสังคมอุปภัมถ์เป็นสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยหรือไม่คงต้องมาศึกษากัน และตนอยากให้รัฐบาลสนใจในเรื่องของสังคมมากขึ้น ทั้งนี้มองว่าปัญหาการศึกษา และเศรฐกิจทำให้เรายังเป็นประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ไม่ได้ และเราต้องมีอำนาจในความมั่นคงเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศมีความเข้มแข็ง และอยากให้นายกฯ สร้างลักษณะนิสัยคนไทยใหม่ ให้มีความรักประเทศ และให้อภัย นายกฯควรจะมีการตั้งคณะกรรมการให้ประเทศมีพลังอำนาจอันประกอบไปด้วยการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ความมั่นคง และตนเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฎิรูปด้านกฎหมายที่จำเป็นในความเป็นประชาธิปไตย
นางธิดา ถาวรเศรฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) กล่าวว่า ตนมาในฐานะตัวแทนประชาชน ซึ่งมีบางคนบอกว่ากลุ่มนปช.สนับสนุนรัฐบาลแต่ความจริงไม่ใช่ บางกลุ่มบางสียุติการเคลื่อนไหวแล้วอีกกลุ่มต้องยุติหรือไม่ ซึ่งนปช.มีเป้าหมายชัดเจนคือบ้านเมืองต้องเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และอำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ฉะนั้นความหมายของประชาธิปไตยของกลุ่มคนเสื้อแดงจึงแตกต่างจากประชาธิปไตยแบบไทยๆ ของคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
นางธิดา กล่าวต่อว่า ความไม่เชื่อมั่นต่อเวทีปฏิรูปทางการเมืองนั้นมี แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้มีประชาชนสนับสนุน เพราะความขัดแย้งในสังคมมีร้าวลึก ตนไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องความปรองดอง ไม่ต้องการเรียกร้องความสามัคคี แต่ต้องการให้การหาทางออกของประเทศเดิดขึ้นจริง และเวทีนี้ไม่ใช่คนชั้นนำนั่งคุยกัน 70 คน แต่อยากให้ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วม บางคนเป็นนักวิชาการหัวกะทิ แต่ถ้าประชาชนไม่มีส่วนร่วมหรือรับรู้การปฏิรูปทางการเมืองก็ไร้ผล ตนขอเสนอว่า เวทีนี้ควรจะมีเป้าหมายของประเทศว่าเป็นแบบใด การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม เป็นอย่างไร ทั้งนี้เศรษฐกิจมีส่วนในการกำหนดการเมืองการปกครอง อย่างไรก็ตามนปช.อยากได้ประชาธิปไตย ที่มีการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามแบบสากล นอกจากนี้ปัญหาสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคมีความสำคัญ แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งมีการบัญญัติตรงนี้ ซึ่งความจริงแล้วยังมีความขัดแย้ง และการที่ประชาชนมีความขัดแย้ง เพราะต้องการคำๆเดียวคือความเสมอภาค ทางการเมืองซึ่งเราจะให้เขาได้หรือไม่
นางธิดา กล่าวอีกว่า การปฏิรูปทางการเมืองนั้นหนีไม่พ้นที่จะต้องมีปัญหาในเรื่องของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกลไกอื่นที่ทำให้เกิดความเสมอภาค สำหรับความขัดแย้งในสังคมนั้นขอให้ออกจากวาทะกรรมของระบอบทักษิณ และตนเสนอว่าถ้าเราไม่พูดถึงรากเหง้าความขัดแย้งที่ถูกต้องเราจะหาทางออกไม่ได้ เพราะยังยึดติดกับปัญหาของบุคคล
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภาพัฒนาการเมืองเคยเสนอยุทธศาสตร์ 6 ข้อเพื่อเป็นทางออก คือเรื่องสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริมความเป็นเอกภาพอย่างแท้จริง การเสริมสร้างงานทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองเน้นคุณธรรมจริยธรรม ธรรมาภิบาลทางการเมือง การบริหาร ความมั่นคง ในการจัดการความขัดแย้ง และการสร้างสังคมสมานฉันท์ รวมทั้งการกระจายอำนาจ และการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร ทั้งนี้ปัญหาของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นเราไม่อาจนับหนึ่งใหม่ได้ ซึ่งเราควรจะนำผลการศึกษาของคณะบุคคลต่างๆ มาเป็นข้อมูล ให้เป็นรูปธรรมใน 3 เดือนไม่ควรเกิน 6 เดือน ฝากนายกฯ ว่า ในเรื่องของกลไก และระบบจะทำอย่างไรที่จะให้การปฏิรูปประเทศเป็นรูปธรรม โดยการเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ต้องใช้เวลาปลูกฝังตั้งแต่ครอบครัว ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปได้ยาก ตนคิดว่าปัญหาของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นมาจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน มีการบอกว่าประชาธิปไตยขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก แต่ประชาธิปไตยในมุมมองของตนมีอีกหลายหลักที่ต้องทำควบคู่กันไป เช่นหลักเหตุผล คุณธรรมจริยธรรม นิติรัฐนิติธรรม ผลประโยชน์ส่วนรวม เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ทำความเขาใจกันความปรองดองก็จะเกิดได้ยาก ซึ่งต้องใช้เวลาและสร้างพลเมืองตั้งแต่เด็กๆ
ธีรภัทร์ กล่าวว่า ตนอยากฝากนายกฯ และวทีปฏิรูปฯ ในเรื่องการสร้างกลไกที่ทำให้การพูดคุยในวันนี้เกิดผลโดยเร็วที่สุดใน 3 เดือน และสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนก็ต้องดึงออกมาหารือเป็นเรื่องๆ ถ้าไม่ได้ข้อยุติต้องบอกประชาชนจนกว่าจะได้ข้อยุติที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้จริงๆ และขอชมเชยนายกฯ แม้เรื่องนี้จะล่าช้ามา 2 ปี และตนคิดว่าสิ่งที่จะทำให้เกิดผลดีต่อบ้านเมืองคือเรากลับมาพิจารณาตนเองว่าอะไรที่สามารถทำได้ง่ายๆ ตนอ่านข่าวแล้วไม่สบายใจที่มีการวิจารณ์นายกฯ ในเรื่องที่ไม่เข้าประชุมสภา แค่ไปเข้าประชุมสภายังทำไม่ได้แล้วจะทำเรื่องอื่นได้อย่างไร ตนคิดว่าไหนๆ แล้วเราทำเรื่องที่ง่ายที่สุด และไม่ต้องพึ่งพาใคร และจะค่อยๆ คืบไปทีละเล็กละน้อย ตนเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วก็จะพูดไปในทิศทางเดียวกันด้วยความเข้าใจบนพฤติกรรมเดียวกันบ้านเมืองจึงจะไปรอด แต่ถ้าเมื่อไร เรายังมีกิเลสนึกถึงตัวเองเป็นหลักไม่นึกถึงคนอื่น บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ถ้ามองย้อนไปในสมัยที่กรุงศรีอยุธยาจะแตก ก็เพราะคนไทยทะเลาะกัน และพุทธศักราชนี้ก็ไม่มีข้าศึกจากภายนอกแต่เป็นศึกภายในที่เราทะเลาะกันดังนันไม่มีใครแก้ไขปัญหาเท่าตัวเรา บนความรู้สึกที่เป็นคนชาติเดียวกัน ไม่มีชนชั้น ซึ่งประเทศชาติจะไปรอด



