ข่าว

สื่ออียิปต์เลือกข้างกับสังคมแตกแยก

สื่ออียิปต์เลือกข้างกับสังคมแตกแยก

25 ส.ค. 2556

สื่ออียิปต์เลือกข้างกับสังคมแตกแยก : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา

                     เกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์รุนแรงและเกมอำนาจที่พลิกผันในอียิปต์ ถูกนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์การเมืองในบ้านเราในหลายด้าน แต่อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสำรวจเช่นกันและยังไม่ได้พูดถึงมากนักก็คือ สื่อ การทำหน้าที่ของสื่อ การใช้สื่อ และการเปิดใจใฝ่รู้เพื่อการรับสื่อหลายทางของประชาชนเอง ที่มักมีส่วนไม่มากก็น้อยกับสังคมที่แตกออกเป็นเสี่ยงไม่ว่าที่ไหนในโลก เมื่อลองสำรวจดูจากสื่อหลายสำนักก็พบว่ามีบทความหลายชิ้นที่พูดถึงประเด็นนี้ที่พอจะให้ภาพกว้างๆ ได้     

                     เริ่มจากเว็บไซต์อัลจาซีราเมื่อ 17 สิงหาคม บทความ "สื่อเลือกข้างโหมไฟขัดแย้งในอียิปต์" ได้ระบุถึงการรายงานของสื่อสองฝ่ายในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนถึงวันปฏิบัติการขอคืนพื้นที่แบบนองเลือดที่หน้ามัสยิดราบา อัล อดาวิยา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมว่า ที่จัตุรัสแห่งนี้เป็นแหล่งที่มาของข่าวแปลกๆ

                        สื่อทางการรายงานว่า มีโรคหิดระบาดเพราะค่ายผู้ชุมนุมสกปรก มีฟัตวาหรือประกาศิตจากผู้นำศาสนาอนุญาตให้ข่มขืนฝ่ายตรงข้ามเพื่อสนับสนุนสงครามศักดิ์สิทธิ์ หรือญิฮาด และมีรายงานว่า อากาศยานบังคับระยะไกล หรือโดรนต่างชาติต้องสงสัยลำหนึ่ง บินบนเวียนอยู่เหนือผู้ชุมนุม แต่ในความเป็นจริง โรคหิดที่ว่าไม่เคยมี การข่มขืนเพื่อสนับสนุนสงครามศักดิสิทธิ์ เป็นข่าวลือที่พูดต่อมาจากการที่มีผู้ตั้งคำถามพิลึกๆ บนเฟซบุ๊กของภราดรภาพมุสลิม ส่วนโดรนต้องสงสัยลำนั้นก็คือกล้องใช้ถ่ายภาพการชุมนุมมุมสูง

                        ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลและข่าวลือต่างๆ นานา สะท้อนการแบ่งขั้วเลือกข้างอย่างชัดแจ้งไม่ว่าจะทางสื่อสังคมออนไลน์ สื่อเอกชน ทีวี สถานีวิทยุของรัฐ และหนังสือพิมพ์ นับตั้งแต่การประท้วงทั่วประเทศเพื่อต่อต้านรัฐบาลชุดก่อนภายใต้ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 

                         สื่อทางการ ตราหน้าภราดรภาพมุสลิม และปีกการเมืองอย่างพรรคเสรีภาพและยุติธรรม เป็นศัตรูของรัฐ และผู้ก่อการร้าย หลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุมในไคโร ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน โดยไม่ได้แตะข้อกล่าวหาการกระทำของตำรวจ ที่สื่อต่างประเทศให้น้ำหนักว่าเกินกว่าเหตุ และกลุ่มสิทธิมนุษยชนก็ออกมาวิจารณ์

                         นายเอชเอ เฮลเยอร์ นักวิเคราะห์สถาบันบรูกกิงส์ประจำในไคโร กล่าวว่า เมื่อสื่ออียิปต์เรียกการกวาดล้างการชุมนุม ว่าเป็นการกำจัดผู้ก่อการร้าย ผลิตผลจากการเล่าเรื่องแบบเอียงข้าง จึงเป็นความเงียบ ไม่มีเสียงเรียกร้องให้สอบสวนการเข่นฆ่า

                          นายอาห์เหม็ด เตอร์ก ผู้สื่อข่าวทีวีทางการ เผยว่าการเมืองครอบงำบรรยากาศในกองบรรณาธิการ ส่วนมากเอนไปทางสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน พวกเขาต่อต้านราบา (การประท้วงของกลุ่มหนุนมอร์ซี) สื่อกระจายเสียงของรัฐเอียงมาทางนี้เพราะอคติต่อต้านมอร์ซีของนักข่าว และแรงกดดันจากรัฐบาลอีกส่วน "โปรดิวเซอร์หลายคนรู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้นในราบา แต่เพราะทางสถานี พวกเขาออกอากาศได้แค่ความเห็นเดียว ผมเป็นห่วงว่าสื่อไม่ได้ทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลแก่สังคม ทุกคนที่ผมรู้จักรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าจะคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร"                   

                         อัลจาซีรารายงานว่า คนอียิปต์จำนวนมากเชื่อว่าทีวีของรัฐเชื่อถือได้ และเสนอข่าวเป็นจริง

                         คนงานอู่รถในไคโรคนหนึ่งกล่าวว่า สื่อรัฐและเอกชน น่าเชื่อถือเหมือนกันหมด เพราะรายงานตรงกัน ส่วนผู้สนับสนุนผู้นำกองทัพและการกวาดล้างผู้ประท้วงคนหนึ่ง กล่าวว่า ดูแต่ทีวีของรัฐ เพราะพวกเขารายงานความจริงทุกเรื่อง ไม่ว่าจะรายงานอะไรที่เกี่ยวกับภราดรภาพมุสลิม เชื่อทันที

                          แต่มีชาวอียิปต์บางส่วนทั้งที่สนับสนุนหรือต่อต้านมอร์ซี สงสัยการรายงานของสื่อรัฐว่าเข้าข้างผู้มีอำนาจ จึงเลือกรับข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์หรือการพูดคุยกัน ไม่สนใจข่าวจากสื่อทางการเลย อย่างนายอาห์เหม็ด ซาลาม เจ้าของร้านน้ำผลไม้ในย่านมาดี กรุงไคโร กล่าวว่า สื่อรัฐและเอกชน เสนอแต่ข่าวเฉพาะที่รัฐอยากให้ดู      

                         นายเอชเอ เฮลเยอร์ นักวิเคราะห์สถาบันบรูกกิงส์ กล่าวว่า ขณะที่ชาวอียิปต์กำลังแสวงหาเหตุผลของความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ แต่ผลผลิตสื่อที่มาจากรัฐบาลและสถาบันทางการ มักจะขจัดความความเห็นสายกลางออกไป ไม่ด้วยบังคับก็สมัครใจเอง

                         ด้านรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี เรื่อง "สื่ออียิปต์หนุนรัฐต่อต้านอิสลามิสต์" เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ระบุว่า สื่ออียิปต์ไม่ว่าจะรัฐ เอกชน เข้าข้างรัฐบาลที่ให้ภาพการกวาดล้างภราดรภาพมุสลิมและฝ่ายตรงข้ามว่า คือสงครามต่อต้านก่อการร้าย (War on Terror)

                          หลายวันหลังการกวาดล้าง มีสถานีโทรทัศน์อย่างน้อย 3 ช่องที่รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศใต้ข้อความกำกับเป็นภาษาอังกฤษว่า Egypt fighting terrorism และเปิดเพลงปลุกใจคลอระหว่างแพร่ภาพการซ้อมรบทางทหารหรือแสดงความเมตตาต่อพลเรือน มีรายงานพิเศษเรื่อง "ประวัติศาสตร์มืดขององค์กรภราดรภาพ" ที่นำเสนอประวัติการใช้ความรุนแรงของกลุ่ม มีภาพเก่าบอกเล่าความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีกามาล อับดุล นัสเซอร์ และการลอบสังหารประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัต โดยกลุ่มสุดโต่งอิสลาม ก่อนปิดท้ายด้วยคลิปการปะทะเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงภาพมือปืนของภราดรภาพมุสลิมและการเผาตึก

                         หนังสือพิมพ์ในอียิปต์ไม่ต่างกันมาก โน้มเอียงไปในทางวิจารณ์กลุ่มภราดรภาพมุสลิม และสนับสนุนรัฐบาลกับพล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ เอลซิซี  ผู้บัญชาการกองทัพที่ตั้งรัฐบาลนี้ขึ้นมา

                          นายฮิชาม คาสเซม คอลัมนิสต์ กล่าวว่า ช่วงหนึ่งปีที่มอร์ซีเป็นประธานาธิบดี มีนักข่าวถูกดำเนินคดีมากกว่าครั้งใดๆ ใน 185 ปี ประวัติศาสตร์สื่ออียิปต์ (ส่วนมากเป็นคดีหมิ่นประมาทประธานาธิบดี) เวลานี้สื่อจึงฉวยสถานการณ์เอาคืน

                         บทความอัลจาซีรา กล่าวถึงสื่อที่สนับสนุนภราดรภาพมุสลิม รายงานข่าวที่ไม่มีแหล่งข่าวอิสระหรือกลุ่มสิทธิมนุษยชนพิสูจน์ได้เป็นระยะ เช่น ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน หรือมีการใช้แก๊สทำลายประสาทระหว่างสลายชุมนุมที่ราบา ขณะที่เฟซบุ๊กของพรรคเสรีภาพและยุติธรรมสาขาเฮลวาน โพสต์กระจายข่าวว่า ประมุขคริสตจักรคอปติกและโบสถ์ เป็นพวกแรกที่ขานรับเสียงเรียกร้องของผู้นำกองทัพให้เข่นฆ่าชาวมุสลิม

                         เมื่อมีคำถามเกิดขึ้นหลังจากนั้นว่า ทำไมจึงมีการเผาโบสถ์เกิดขึ้น แต่ภราดรภาพมุสลิมปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

                          รายงานของเอพีระบุว่า กลุ่มภราดรภาพมุสลิม สู้สงครามสื่อทางออนไลน์ ผ่านโฆษกที่คอยให้ข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากช่องทีวีที่เคยมีถูกสั่งปิดเมื่อเดือนที่แล้ว และมีอยู่ครั้งหนึ่งมีโฆษกของกลุ่มได้โพสต์ภาพศพเด็กซีเรีย โดยอ้างว่าเป็นเด็กอียิปต์ที่ถูกตำรวจฆ่าตาย และมักให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่ายอดของทางการสองเท่าหรือสามเท่า (อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้แต่ไม่มีข้อมูลหลักฐานยืนยัน) 

                          เอพีอ้างความเห็นของ โนฮา รัดวาน นักวิชาการด้านวรรณกรรมอาหรับ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ติดตามสถานการณ์ในประเทศบ้านเกิดอย่างใกล้ชิด กล่าวว่า สื่อคือตัวการสร้างความแตกแยกในประเทศอย่างแท้จริง "ตลอดสามสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นสื่อรัฐหรือฝ่ายอิสลามิสต์ ผลักดันสังคมเข้าสู่อาการอุปาทานหมู่ ทุกสื่อในอียิปต์ไม่นำเสนอข้อเท็จจริง นำเสนอเรื่องราวแบบ "ว่ากันว่า" และไม่ยอมรับรายงานที่ไม่ตรงกับจริตของตนเอง"           
 
                          สื่อตะวันตกก็เอียงเหมือนกัน ?         

                         รายงานเรื่อง อียิปต์โจมตีการนำเสนอข่าวของสื่อต่างชาติ โดยนิวยอร์กไทมส์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ระบุว่า กองทัพได้สั่งปิดโทรทัศน์ทั้งหมดที่สนับสนุนอดีตผู้นำในคืนวันเดียวกับที่ยึดอำนาจ หลังจากนั้น 4 วัน ส่งเจ้าหน้าที่บุกและสั่งปิดสำนักงานอัลจาซีรา โดยปฏิเสธออกใบอนุญาตและจับกุมผู้สื่อข่าว นายอับดุลเลาะฮ์ เอล ชามี ในข้อหาปลุกระดมเหตุรุนแรง

                        อัลจาซีรา ซึ่งมีสำนักงานในกาตาร์ เป็นสื่อภาษาอาหรับใหญ่แห่งเดียวที่ถูกมองว่าเห็นใจภราดรภาพมุสลิม (อัลจาซีราระบุว่าทำหน้าที่โดยปราศจากอคติ)

                       ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสในรัฐบาล ตำหนิผู้สื่อข่าวตะวันตกระหว่างแถลงข่าวสองครั้ง และออกเป็นแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหนึ่งฉบับ ที่มีเนื้อหาโดยสรุปรวมคือ สื่อเหล่านั้นไม่ได้รายงานตามที่รัฐบาลต้องการ นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ สงครามกวาดล้างผู้ก่อการร้าย ซึ่งสื่อรัฐและเอกชนในอียิปต์ก็รับลูกวิจารณ์เซ็งแซ่เช่นกัน 

                       สิ่งที่เกิดขึ้นไล่ๆ กันคือ เหตุทำร้ายหรือกักตัวผู้สื่อข่าวต่างชาติเพิ่มขึ้นในกรุงไคโร กลุ่มชายฉกรรจ์หรือเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าข่มขู่หรือควบคุมผู้สื่อข่าวตะวันตกจำนวนหนึ่งหลังจากนั้น        

                       ศ.โมนา เอล โกบาสชี นักรัฐศาสตร์ที่ติดตามการนำเสนอข่าวของสื่ออียิปต์ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา กล่าวว่า การประสานเสียงวิจารณ์อิสลามิสต์ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นเรื่องที่แทบไม่เคยได้ยินจนกระทั่งเดือนกรกฎาคม จะย้อนไปหลังสุดก็คือยุคต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1950 สมัยที่ พ.อ.กามาล อับเดล นัสเซอร์ ที่รวบอำนาจเด็ดขาดด้วยการกวาดล้างภราดรภาพมุสลิม ทุกวันนี้ พาดหัวข่าวยังเกือบจะเหมือนกันหมด เป็นวาทกรรมรักชาติและอิสลามิสต์คือก่อการร้าย คนเหล่านั้นเป็นอะไรบางอย่างที่นำเข้ามาจากต่างชาติ ดังนั้น พวกเขาไม่ใช่ชาวอียิปต์ที่แท้จริง

                      เจ้าหน้าที่อียิปต์ถึงกับกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่า ผู้ประท้วงจำนวนมากเป็นซีเรียหรือปาเลสไตน์

                      เสียงบ่นหลักๆ จากรัฐบาลอียิปต์ต่อการเสนอข่าวของสื่อตะวันตกคือ การมุ่งเสนอเรื่องที่กลุ่มสนับสนุนมอร์ซีเสียชีวิตเพราะน้ำมือตำรวจ แต่ไม่ใส่ใจการก่อเหตุรุนแรงโดยกลุ่มเดียวกัน อย่างเรื่องที่กลุ่มผู้ประท้วงโจมตีและเผาโบสถ์หลายแห่ง และเรื่องที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีอาวุธ แต่รายงานของนิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าภราดรภาพมุสลิม มีแผนก่อเหตุรุนแรงอย่างเป็นระบบ หรือการปักหลักประท้วงของพวกเขาระรานคุกคามผู้อื่น ขณะที่มีนักวิจารณ์หลายคนระบุว่า การกวาดล้างนองเลือด ไม่เหมาะควรแก่เหตุด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าใครลั่นกระสุนนัดแรกก็ตาม แต่สารจากรัฐบาลและสื่อในอียิปต์ กลับกลายเป็นว่า ชาวอียิปต์รู้สึกขมขื่นกับสื่อตะวันตก เพราะลำเอียงเข้าข้างภราดรภาพมุสลิม
          
       

..............................................

(สื่ออียิปต์เลือกข้างกับสังคมแตกแยก : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา)