ข่าว

'เต้น'ชี้'พธม.'ยุติบทบาทไม่ส่งผลต่อภาพรวม

'เต้น'ชี้'พธม.'ยุติบทบาทไม่ส่งผลต่อภาพรวม

24 ส.ค. 2556

'ณัฐวุฒิ' ชี้ 'พธม.' ยุติบทบาทไม่ส่งผลต่อภาพรวม เชื่อแกนนำยิ่งเคลื่อนไหว-ตั้งกลุ่มใหม่คล่องตัวขึ้น ด้าน 'ธิดา' เหน็บยอมถอยเหตุอำมาตย์ไม่เหลียวแล

 

                         24 ส.ค.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแถลงยุติบทบาทว่า เราไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวในนามกลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2554 เพียงแต่ช่วงนี้พรรคประชาธิปัตย์เริ่มเกมนอกสภาฯ แล้วมีภาพว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ไปง้อแกนนำพันธมิตรฯ จึงเป็นวาระที่แกนนำพันธมิตรฯต้องมีการแถลงท่าทีทางการเมือง

                         ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่า การแถลงยุติบทบาทครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอะไรมากในภาพรวม เพราะพันธมิตรฯเพลาการเคลื่อนไหวมาระยะหนึ่งแล้ว และการประกาศยุติบทบาทนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าแกนนำทุกคนจะยุติบทบาททางการเมือง แต่แกนนำจะยิ่งมีความคล่องตัวและเป็นอิสระในการเคลื่อนไหวมากขึ้น เกิดการรวมตัวจับมือกันเป็นกลุ่มใหม่ได้ตลอดเวลา

                         อย่างไรก็ตาม การแถลงครั้งนี้ของพันธมิตรฯ ยึดสถานการณ์ที่เป็นจริงเป็นหลัก การจะแบกความเป็นพันธมิตรฯ อยู่ก็จะเคลื่อนไหวลำบาก พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังมาขอให้แบกเข้าไปอีกเขาจึงคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ เวลานี้สิ่งที่ชัดเจนคือ พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีการบ้านเพิ่มว่า ทำไมการขับเคลื่อนการเมืองระยะหลังจึงไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในและนอกสภาฯ

                         นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า การขับเคลื่อนการเมืองในสภาฯ ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนได้ยินจากปากของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคที่เคยร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ถ้ามีทางเลือกเขาไม่มีทางที่จะร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน ส่วนการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภาฯ นั้น พันธมิตรฯ ที่เคยจับมือกันมาตลอด วันนี้สิ่งที่พันธมิตรฯ เรียกร้องเพียงข้อเดียวคือความจริงใจก็ชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีให้ นี่คือภาพสะท้อนแนวทางการเมืองทั้งหมดของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาว่า เดินเกมโดยไม่ยึดหลักการ ไม่จริงใจ และเห็นแต่ประโยชน์ที่ตัวเองจะได้ ทำให้วันนี้ห่างจากมิตร ห่างจากประชาชนมากขึ้นทุกที

                         ดังนั้น แม้ว่าตนจะไม่ยอมรับอุดมการณ์การเมืองของพันธมิตรฯ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าเป็นศัตรู เราเป็นคู่ต่อสู้ทางการเมืองที่มีสิทธิที่จะยอมรับการตัดสินไจกันได้ การตัดสินใจของพันธมิตรฯ ครั้งนี้ตนคิดว่ามีความเป็นลูกผู้ชาย ตรงไปตรงมาเกินกว่าที่จะไปร่วมทางกับความตลบแตลงของพรรคประชาธิปัตย์ได้ ทั้งนี้ เป็นข้อคิดของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่มีใครได้ทุกอย่าง ได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้นจากความเห็นแก่ได้ สำหรับพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงนั้น คงจะเคลื่อนไหวตามแนวทางต่อไป และไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปกระแนะกระแหนการตัดสินใจของพันธมิตรฯ เพราะในสนามการต่อสู้ การเคารพและให้เกียรติคู่ต่อสู้ถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่ง

 

'ธิดา' เหน็บ 'พธม.' ยอมถอยเหตุอำมาตย์ไม่เหลียวแล

 

                         นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศยุติบทบาทว่า คงมีการไตร่ตรองกันดีแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้พันธมิตรฯได้ประกาศเชิญชวนพรรคประชาธิปัตย์ให้ลาออกจาก ส.ส.มาร่วมนำมวลชน แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีวันทำได้ เนื่องจากด้านหลักของพรรคประชาธิปัตย์คือการเดินเกมในสภาฯ ขณะที่พันธมิตรฯด้านหลักคือการนำมวลชน นอกจากนี้มวลชนกลุ่มอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นฐานสำคัญก็ให้ความร่วมมือน้อยลง เพราะหากไม่มีข้อเรียกร้องหรือเหตุผลการชุมนุมที่เหมาะสมคนเหล่านี้ก็จะไม่ออกมา

                         ดังนั้นเมื่อแกนนำพันธมิตรฯ เห็นว่าการต่อสู้ข้างถนนค่อนข้างมืดมนจึงประกาศยุติบทบาท เพราะทำไปก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง แม้จะล้มรัฐบาลเลือกตั้งใหม่พรรคเพื่อไทยก็ยังคงกลับมาเป็นรัฐบาลเช่นเดิม อีกประเด็นที่สำคัญคือ แกนนำพันธมิตรฯต้องการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มอำมาตย์ให้รับรู้ว่าจะไม่ทำอะไรแล้ว เพราะทำไปก็ไม่ได้อะไร ให้ไปเรียกใช้บริการของพรรคประชาธิปัตย์แทน ที่ผ่านมากลุ่มอำมาตย์ไม่เคยให้การช่วยเหลืออะไรพันธมิตรฯเลยแม้แต่เงินประกันตัวในการต่อสู้คดี จึงไม่คุ้มหากจะเอาตัวเองไปเสี่ยงอีกครั้ง

                         ส่วนแกนนำ นปช.จะมีการยุติบทบาทบ้างหรือไม่นั้น นางธิดา กล่าวว่า เป้าหมายของ นปช.คือการต่อสู้ให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งยังไม่บรรลุผลจึงต้องเดินหน้าต่อไป แต่หากวันใดที่มั่นใจว่าจะไม่มีการรัฐประหารไม่ว่าจากกองทัพหรือตุลาการภิวัฒน์เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว เราก็จะวางมือ