ข่าว

รวบยกแก๊ง!ทีมอุ้มฆ่าหนุ่มช่างแอร์

รวบยกแก๊ง!ทีมอุ้มฆ่าหนุ่มช่างแอร์

24 ส.ค. 2556

รวบยกแก๊ง! ทีมอุ้มฆ่าหนุ่มช่างแอร์ทิ้งศพหมกป่าเขาใหญ่ หลังญาติร้องกองปราบช่วยสืบคดี ผู้ต้องหารับสารภาพแค้นผู้ตายยืมเงินกว่าแสนแล้วไม่ยอมคืน

 

                           24 ส.ค.56 พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป. พ.ต.อ.อภิชัย ธิอามาตย์ รองผบก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายสุวัตร์ นนทรัตน์ อายุ 47 ปี ,นายวีระยุทธ คำรังสี อายุ 23 ปี และนายชิดชัย ชิดดิษฐ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆแก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนไปในเมืองฯ พร้อมของกลางปืนลูกซองยาว เบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่บริเวณ ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

                           พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา นางสาวนก อายุ 35 ปี ภรรยาของนายสุทธิ รอดพิทักษ์ ผู้เสียชีวิต อายุ 46 ปี ได้เดินทางมาร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ช่วยเหลือติดตามตัวนายสุทธิที่หายตัวไปจากบ้านพักย่านประชาชื่น ซึ่งชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่าคดีมีมูลเหตุน่าสงสัยซึ่งคาดว่าอาจจะถูกฆาตกรรม จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนจนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้พบศพนายสุทธิที่บริเวณภูเขาด้านหลังที่ดินของนายชิดชัย (ผู้ต้องหา) ซึ่งเป็นเจ้าของสวนยางใน อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นภูเขาที่เชื่อมต่อกับเขาใหญ่ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าเป็นการฆาตกรรมหมกป่าลึก โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้ตายมายิงทิ้ง มีการเผาเสื้อผ้าอำพรางและลักเอาทรัพย์สินไป รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายศพผู้ตายโดยนำไปทิ้งสระน้ำบริเวณเชิงเขา จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่งสามารถขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้

                           พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายสุวัตร์ได้ล่อลวงให้นายสุทธิให้ไปหานายชิดชัย ที่บ้านพักเลขที่ 128/1 หมู่5 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา โดยนายสุวัตร์อ้างว่าจะพาไปล่าสัตว์ที่เขาคลองสี่ ซึ่งเป็นภูเขาที่เชื่อมต่อกับเขาใหญ่ด้านหลังที่ดินของนายชิดชัย จากนั้นนายสุวัตร์ได้ชักชวนนายวีระยุทธ และผู้ตาย นั่งกินเหล้าพูดคุยที่บ้านพัก จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ทั้ง 4 คนได้ขึ้นไปล่าสัตว์บนภูเขา ระหว่างที่นั่งพักเหนื่อยบนภูเขา นายวีระยุทธได้ใช้ปืนลูกซองยาวยิงเข้าไปที่ท้ายทอยของนายสุทธิจนเสียชีวิต จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ช่วยกันถอดเสื้อผ้าของผู้ตาย เพื่อที่จะทำให้ศพเน่าเร็วขึ้น พร้อมกับนำเสื้อผ้ามาเผาทิ้งตรงบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อทำลายหลักฐานและเคลื่อนย้ายศพผู้ตายโดยนำไปทิ้งสระน้ำบริเวณเชิงเขาซึ่งเป็นเขตป่าลึก โดยนายสุวัตร์ได้ลักทรัพย์สินพร้อมรถกระบะยี่ห้ออีซูซุมิวเซเว่นสีดำ หมายเลขทะเบียน ญก 5410 กทม. ของผู้ตายไปด้วย และได้นำรถไปให้กับนายอานนท์ ชูศรี หรือ ปู พร้อมพวก ซึ่งนายอานนท์ได้โอนเงินให้กับผู้ต้องหาทั้งสามผ่านทางธนาคารกรุงเทพ สาขาพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 80,000 บาท

                           จากการสอบสวนนายสุวัตร์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุจริง ซึ่งตนและผู้ตายมีอาชีพเป็นช่างแอร์รู้จักกับผู้ตายมาได้ประมาณเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนประเด็นในการสังหารครั้งนี้เนื่องจากผู้ตายได้ยืมเงินตนไปประมาณเกือบ 1 ล้านบาท ภายในระยะเวลาหลายปี พอจะทวงเงินคืนผู้ตายก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนให้ จึงทำให้ตนโกรธแค้น และผู้ตายยังอ้างว่าสามารถฝากลูกของเพื่อนเข้าเป็นตำรวจได้ ซึ่งเพื่อนตนก็ได้โอนเงินให้ผู้ตายไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงวางแผนร่วมกันก่อเหตุลวงฆ่าผู้ตายโดยอ้างว่าจะพาไปล่าสัตว์ จากนั้นจึงใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้ตายดังกล่าว

                           ด้านนายชิดชัย กล่าวว่า ผู้ตายอ้างว่าจะสามารถฝากลูกของน้องสาวตนเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้และได้เรียกเงินจำนวน 4 แสนบาท ซึ่งผู้ตายมีความใกล้ชิดกับตำรวจจึงดูมีความน่าเชื่อถือน้องสาวตนจึงนำเงินไปให้กับผู้ตาย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ ซึ่งต่างคนต่างมีความแค้นส่วนตัวกับผู้ตายจึงได้ร่วมมือกันวางแผนฆ่าดังกล่าว

                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการแถลงข่าว ภรรยาพร้อมด้วยญาติของผู้ตาย ได้เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย และระหว่างนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวนั้นญาติคนหนึ่งได้ชกต่อยผู้ต้องหาที่ใบหน้าอย่างเต็มแรงจนเกือบรุมประชาทัณฑ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องกันตัวญาติออกไปข้างนอกเพื่อสงบสติอารมณ์

                           นายรชต ศรีบุญเรือง หลานของผู้ตาย กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่ามูลเหตุที่ผู้ต้องหาฆ่าอาของตนสาเหตุเพียงแค่ประเด็นเงิน 4 แสนบาท ที่ฝากเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพราะว่าทางครอบครัวก็ไม่ทราบเรื่องเงินส่วนนี้ ซึ่งน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้นอีกมาก และตั้งข้อสังเกตว่าทีมลงมือสังหารไม่น่าจะมีเพียงแค่ 3 คน ซึ่งน่าจะมีมากกว่านั้นและน่าจะมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีก รวมทั้งอาของตนก็ไม่กินเหล้าและไม่ฆ่าสัตว์ จึงเป็นไปไม่ได้ว่าผู้ตายจะไปกินเหล้าและขึ้นไปล่าสัตว์บนภูเขากับกลุ่มผู้ต้องหา เชื่อว่าผู้ตายน่าจะถูกกลุ่มผู้ต้องหาบังคับให้ขึ้นไปบนภูเขามากกว่าเพื่อลวงไปฆ่าทิ้ง ซึ่งตนอยากขอร้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการฆาตกรรมครั้งนี้ด้วย

                           นางนก ศรีบุญเรือง ภรรยาผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า นายสุวัตร์ ให้การโกหกทั้งหมดซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งนั้น เพราะสามีตนเพิ่งจะรู้จักกับนายสุวัตร์เพียงแค่ไม่กี่ปี และประเด็นเรื่องการยืมเงินเกือบล้านบาทก็ไม่เป็นความจริง