ข่าว

พท.ขอบคุณสภาฯผ่าน'พ.ร.บ.งบ57'

พท.ขอบคุณสภาฯผ่าน'พ.ร.บ.งบ57'

24 ส.ค. 2556

'พท.'ขอบคุณสภาฯ ผ่าน'พ.ร.บ.งบ 57' แขวะ'ส.ส.'เตรียมซื้อประกันชีวิตไปทำงานในสภา อัด'ปชป.'จะให้ปชช.รอนานแค่ไหนถึงร่วมสภาปฏิรูป

                24ส.ค.56  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ว่า ในนามของพรรคเพื่อไทยขอขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรและทุกภาคส่วนที่เสียสละทำงานในหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เข้าร่วมประชุมอย่างเคร่งครัด มีวินัย พรรคเพื่อไทยยืนยันและขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า จะดูแลการใช้งบประมาณที่มาจากเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รวมถึงเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป สำหรับร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท ที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลอาจจะล้มเลิกโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้กรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ส่งรายงานการพิจารณาของ กรรมาธิการฯ ไปยังสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว ขณะนี้รัฐบาลรอการบรรจุระเบียบวาระอยู่ คาดว่าน่าจะบรรจุได้ในสัปดาห์ถัดจากการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ โดยอาจจะเป็นช่วงระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน ที่สำคัญโครงการนี้จะเป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สมดุลย์และครบวงจร การลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ รวมถึงนานาอารยประเทศก็รับรู้และให้ความเชื่อมั่นอย่างสูงกับประเทศไทย

                นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงภาพรวมของการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. และการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัวชัดเจนจะทำงานแบบ 1 พรรค 2 ระบบคือ ระบบม็อบและระบบรัฐสภา โดยระบบรัฐสภายังแบ่งออกเป็นอีก 2 ระบบย่อยคือ ระบบบีบคอเพื่อน ส.ส.และบีบคอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งๆที่ความครบถ้วนสมบูรณ์ของกระบวนการประชาธิปไตยส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการมีฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพ มีความรู้ ความสามารถ ทำตัวเป็นที่พึ่งที่หวัง เป็นอีกทางเลือกของประชาชน ซึ่งมีโอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลในอนาคต แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับโกรธแค้นที่ประชาชนเลือกพรรคที่มีฝีมือ มีความสามารถทางการบริหาร กล่าวหาว่ากินรวบประเทศ หลายคนต้องหลั่งน้ำตาที่เห็นบรรยากาศเสื่อมถอยของสภาฯ ถ้าจะมีคนในพรรคประชาธิปัตย์ต้องร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้คงจะเหลือเพียงนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ทนเห็นจิตวิญญาณประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปัตย์หล่นหายไปในยุคนี้ไม่ได้ ฉายาเผด็จการเสียงข้างน้อยจึงน่าจะเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนและติดตัวพรรคประชาธิปัตย์ตลอดไป และสิ่งที่น่าสะเทือนใจในขณะนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้เริ่มจับกลุ่มหารือ เพื่อจะหาเงินซื้อประกันชีวิตเพื่อไปทำงานในสภาฯ เพราะขนาดตำรวจยังถูกบีบคอ นับประสาอะไรกับส.ส.จะไม่โดนทำร้าย

                

               
อัด"ปชป."จะให้ประชาชนรอนานแค่ไหนถึงร่วมสภาปฏิรูป

 

               
                 นายอนุสรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าของสภาปฏิรูปในวันที่ 25 สิงหาคมว่า ถึงนาทีนี้คงชัดเจนแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.จะไม่เข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูป ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่พรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายปฏิเสธสภาปฏิรูปอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะให้เหตุผลว่าการจัดเวทีสภาปฏิรูปของรัฐบาลไม่มีความชัดเจน แต่รัฐบาลก็ได้เรียนเน้นย้ำเสมอมาว่า รัฐบาลอยากเห็นทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม คนละไม้คนละมือ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อหารือให้ได้แนวทางของประเทศไทย ไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ เป็นสังคมที่ไม่มีความขัดแย้งในอนาคต ความไม่ชัดเจนที่กล่าวหารัฐบาลนั้น จึงเกิดจากมายาคติ ที่คิดเอง เออเอง เพราะความชัดเจนจะเกิดชัดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายมาร่วมด้วยช่วยกัน การออกมาปฏิเสธกระบวนการสภาปฏิรูปครั้งนี้จึงอยากถามจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า วันนี้อยู่ข้างประชาชนหรือไม่ จะรอให้ประชาชนต้องมาก่อนไปอีกนานแค่ไหน ทำไมไม่ลุกขึ้นมาร่วมมือกับรัฐบาลและทุกภาคส่วนก้าวข้ามความขัดแย้งไปพร้อมๆ กัน

 

 

               
ย้อน "คณิต" ไม่คิดแก้ไขรธน.เพื่อความเป็นประชาธิปไตยบ้างหรือ

 

               
                นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายคณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เตือนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มาของส.ว.อาจขัดรัฐธรรมนูญว่า ก่อนหน้านี้นายคณิตก็เคยออกมาเตือนเรื่องพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทมาแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้บทบาทของนายคณิตนั้นน่าคิดว่าเป็นอย่างไร หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดกฎหมายที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศหรือการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยกลับถูกออกมาตั้งคำถาม แต่กฎหมายที่มาจากคณะปฏิวัติรัฐประหารหลายต่อหลายเรื่อง คณะกรรมการชุดนี้กลับไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือเสนอให้มีการแก้ไข เพื่อความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์บ้าง ขอตั้งคำถามกลับว่า วันนี้คปก.ได้แสดงบทบาทเพื่อปฏิรูปกฎหมายอันส่งผลต่อการพัฒนาประชาธิปไตยแล้วหรือยัง

 

 

               
เย้ย "บุญยอด" จุกจิก-ขี้ฟ้องแต่ข้อมูลไม่แน่น

 

                นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยกดดันให้กัปตันประจำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินดอนเมือง ทั้งๆ ที่มีปลายทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า เรื่องดังกล่าวนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 พร้อมทั้งนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และนางอรุณี ชํานาญยา ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงแล้วว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่ได้เป็นการกดดันให้เครื่องบินจอดที่สนามบินดอนเมืองที่อยู่ใกล้บ้านของ ส.ส.อย่างที่นายบุญยอดกล่าวหา เรื่องนี้ต้องขอตั้งข้อสังเกตกับนายบุญยอดที่พยายามจะทำหน้าที่ในสภาฯ ในแนวละเอียดแทบทุกเรื่อง เช่น แจ้งว่ามีการเล่นไฮโลในบริเวณข้างตึกวุฒิสภา แต่เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่า เป็นแค่การเล่นหมากรุก และเรื่องปลาคาร์ฟหน้าอาคารรัฐสภาตายไป 10 กว่าตัว ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งกว่านี้ถ้าข้อมูลที่นายบุญยอดนำมาแสดงนั้นเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วถูกต้อง เพราะสุดท้ายนายบุญยอดก็จะเป็นฝ่ายที่ถูกตอกกลับหน้าหงายเสียเองทุกครั้งเพราะข้อมูลไม่แน่น ทำให้ประชาชนสับสน อยากฝากนายบุญยอดและพรรคประชาธิปัตย์ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนที่จะนำมาเสนอต่อสาธารณชนทุกครั้ง เพราะบางครั้งคนอื่นต้องเสียเวลามาแก้ไขในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องจากพวกจุกจิก ขี้ฟ้อง แต่สุดท้ายกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ อยู่ร่ำไป

 

 

               
จวก "สุขุมพันธ์" มักง่ายทำประชาชนเดือดร้อน

 

               
                 นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่กรุงเทพมหานครสั่งการให้สำนักงานเขต 50 เขต สำรวจป้ายโฆษณาบนทางเท้าในพื้นที่ เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่าป้ายโฆษณากีดขวางทางเท้าและได้ทำการรื้อถอนแล้วบางจุดว่า ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสะเพร่า ไม่รอบคอบ ไม่รู้ว่าบริษัทเอกชนที่รับสัมปทานหรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ที่มักง่ายกันแน่ ถึงได้มีการติดตั้งป้ายในลักษณะนั้น ซึ่งมันขวางทางเท้า ทางจักรยาน ทำให้ส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชน ขอเรียกร้องไปยังผู้ว่าฯ กทม.ให้เร่งดำเนินการแก้ไข ทั้งช่วงการรื้อถอนและหลังจากการรื้อถอน เพราะต้องทำทางเท้าใหม่ ช่วงนี้ฝนก็ตกบ่อย ประชาชนก็เรียกหาแต่ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ อยู่เรื่อยๆ น้ำก็ท่วมถนน ทางเท้าก็พัง เพราะฉะนั้นควรใช้สติพิจารณาดีๆ ก่อนที่จะอนุมัติหรือสั่งการอะไร อย่ามักง่ายทำส่งๆ ถึงเวลาก็เซ็นอนุมัติงบ สุดท้ายก็ต้องคอยมานั่งแก้ไขทีหลัง ส่วนป้ายที่รื้อถอนมานั้น หากยังไม่มีที่เก็บก็สามารถเอาไปเก็บที่สนามกีฬาฟุตซอลอารีน่า หนองจอกได้