
'ดราม่าน้องหมา'ตรวจสอบ..ก่อนบริจาค
'ดราม่าน้องหมา'ตรวจสอบ..ก่อนบริจาค : รายงาน
"ความสงสาร ความมีน้ำใจ ให้การช่วยเหลือ" ผ่านโลกออนไลน์ หากไร้ซึ่งการตรวจสอบ.. คุณอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งลวงโลก ซึ่งอุปโลกน์ความเวทนาสงสารของน้องหมา-แมว แล้วขอรับบริจาคเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง!!
ความจริงเริ่มปรากฏ เมื่อ "กลุ่มช่วยเหลือสัตว์ในเฟซบุ๊ก" กว่า 20 รายเข้าแจ้งความกับตำรวจที่กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับหญิงสาวคนหนึ่ง อายุ 25 ปี ซึ่งเปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์และขอความช่วยเหลือแมวและสุนัขโดยเปิดรับเงินบริจาค ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
"วีณา มั่นคง" อายุ 33 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ในเฟซบุ๊ก ยอมรับว่า รู้จักกับหญิงสาวคนนี้ เพราะเคยทำงานด้านจิตอาสาช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกัน ต่อมาหญิงสาวรายนี้เปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวขึ้นมาและอาศัยความสนิทสนมจากการเป็นแฟนคลับของดารา นักร้อง นักแสดง และนางแบบชื่อดังที่ชอบช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงมาอ้างว่า รับช่วยเหลือสัตว์ที่กำลังป่วย หรือได้รับบาดเจ็บตามสถานที่ต่างๆ หากผู้ใดพบเห็นสัตว์เลี้ยงลักษณะดังกล่าว แล้วไม่มีเวลาไปช่วยเหลือดูแลก็ยินดีจะไปช่วยแทน แต่ขอค่าใช้จ่ายเป็นค่ารถ ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ
"วีณา" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หญิงสาวคนนี้เคยเป็นแอดมินหรือผู้ดูแลเฟซบุ๊ก กลุ่ม “The Voice (เสียงจากเรา)” ก่อตั้งขึ้นโดย "ชลดา เมฆราตรี" หรือ “เก๋-ชลดา” ดาราและนางแบบสาวชื่อดัง ในช่วงแรกหญิงคนนี้ยังไม่ออกตัวเกี่ยวกับเรื่องขอรับเงินบริจาคมากนัก แต่ต้นปีที่ผ่านมา มักอ้างว่ามีค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงมาก เงินส่วนตัวไม่พอจึงจำเป็นต้องขอรับเงินบริจาคนำไปใช้จ่าย โดยขอให้กลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊ก ช่วยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เปิดไว้ 4 บัญชี ก็มีคนโอนเงินให้ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาท ต่อมาเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สมาชิกในกลุ่มเริ่มสงสัยการใช้จ่ายเงินที่โอนไปให้ ประกอบกับหญิงสาวคนนี้มีเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอทองคำ เครื่องประดับต่างๆ มากขึ้นอย่างผิดสังเกตจึงมีการสอบถามเรื่องการใช้เงิน แต่หลายเรื่องเขาก็ตอบได้ไม่ชัดเจน
จึงแจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้ “เก๋-ชลดา” ทราบ กระทั่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงนัดหมายหญิงสาวคนดังกล่าวและกลุ่มผู้เสียหายไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน.ทองหล่อ โดยขอให้หญิงสาวคนนี้นำบัญชีธนาคารออกมาเปิดเผยยอดเงินรับบริจาค และแจกแจงรายละเอียดต่างๆ แต่เธอก็เปิดเผยเพียง 2 บัญชีที่มียอดเงินประมาณ 6 แสนบาทเท่านั้น
"วีณา" ยอมรับว่า เคยช่วยเหลือสุนัขและแมว ที่ประกาศขอความช่วยเหลือผ่านเว็บไซต์มาร่วม 10 ปี พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้หมาแมวเสียโอกาสในการที่จะมีคนช่วยเหลือ ทุกวันนี้ หมาแมวจรจัดเป็นสิ่งที่สังคมมองว่าเป็นขยะอยู่แล้วไม่มีใครมองว่ามีความสำคัญในชีวิต ความเจ็บปวดที่เขาได้รับจากความไม่รับผิดชอบของคนเรา แล้วยังมาเจอคนที่แอบแฝงหาประโยชน์จากความทรมานของพวกมัน ยิ่งรู้สึกแย่มาก
"อยากจะให้ผู้บริจาคทุกคนเดินหน้าต่อ และให้ตรวจสอบ สอบถาม และดูพัฒนาการในการรักษาของสัตว์ และควรให้ข้อมูลที่เป็นจริงว่ารักษาแบบไหน รักษาที่ไหนเพื่อให้ผู้ที่บริจาคเขาสบายใจ ควรบอกที่มา และเมื่อรักษาเสร็จเขาจะไปอยู่ที่ไหน ควรมีที่มาและมีที่ไป เพื่อความสบายใจของทุกคน" วีณา แนะนำ
"รัชดาภา กำเนิดศิริ" เสริมว่า เคยเสียเงินช่วยเหลือสัตว์บาดเจ็บผ่านผู้หญิงคนดังกล่าว ร่วม 1 แสนบาท จนกระทั่งมาสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ที่แปลกไปจนทำให้มั่นใจว่าเงินที่เราบริจาคไปไม่น่าจะถึงสัตว์ที่เราต้องการช่วยเหลือแน่นอน
"ต่อไปจะไม่ให้เงินกับเขาโดยตรง ถ้าดูแล้วเขาไม่แสดงบัญชี ไม่มีตัวตน แต่จะให้กับโรงพยาบาลหรือคลินิกนั้นๆ โดยตรงจะดีกว่า แม้จะเกิดเรื่องแบบนี้ แต่ยืนยันว่าจะช่วยสัตว์บาดต่อไป แต่คนที่เขาช่วยเขาก็จะช่วยต่อไป แต่จะหาวิธีอย่างไรที่จะอุดช่องเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออีก" รัชดาภา แนะนำ
จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้บรรดากลุ่มที่เคยช่วยเหลือสัตว์ในสังคมโซเชียลมีเดีย เริ่มเกิดวิกฤติศรัทธาในการช่วยเหลือ และอาจกระทบต่อผู้ที่บริสุทธิ์ใจเสียสละเวลาช่วยเหลือสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากตัวจริง
คุณ "Nutcha Kruewan" มองว่า ทุกวันนี้น้องหมาบางตัว ป่วยยังไม่มีเงินค่ารักษาเลย ยังมีแก๊งหลอกเงินหากินกับสัตว์อีก น่าสงสารหมาแมว คนคงกลัวไม่กล้าบริจาค คงบริจาคน้อยลง เพราะมีคนพวกนี้ หลอกเงินทำให้ความน่าเชื่อถือน้อยลงไปอีก ยังไงก่อนจะบริจาคก็ตรวจสอบดีๆ เพราะยังมีสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ อีกมากมาย อย่าเพิ่งหมดศรัทธาในการทำบุญนะคะ!!
...........................
(หมายเหตุ : 'ดราม่าน้องหมา'ตรวจสอบ..ก่อนบริจาค : รายงาน)



