ข่าว

ห้องสมุดใต้น้ำของ'บีม-วาทิน'

ห้องสมุดใต้น้ำของ'บีม-วาทิน'

24 ส.ค. 2556

ขอเวลานอก : ห้องสมุดใต้น้ำของ 'บีม-วาทิน' : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง/ ภาพ สุกล เกิดในมงคล และวาทิน วงศ์สุรไกร

 

                      "ยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ถูกค้นพบ ที่สำคัญโลกใต้น้ำทำให้ได้เรียนรู้การอนุรักษ์อย่างเข้าใจ..."

 

                      บางครั้งโอกาสกว่าจะได้พบบางสิ่งที่ "มหัศจรรย์" อาจต้องผ่านการเดินทางแสนไกล พ่วงด้วยประสบการณ์ชีวิตอันหลากหลาย อย่างที่หนุ่มมากบทบาท "บีม" วาทิน วงศ์สุรไกร ลูกคนเล็กในจำนวน 3 คนของ คุณพ่อ ดร.วราทัศน์ กับ คุณแม่ปัทมา วงศ์สุรไกร เถ้าแก่โรงงานเส้นหมี่ "ชอเฮง" ผลิตแป้งส่งขายทั้งในและต่างประเทศรายใหญ่ กำลังค้นพบความสุขรูปแบบใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าการคว้าใบปริญญาตรีบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด จากรั้วจามจุรี ก่อนจะปิดประตูเพิ่มพูนความรู้อย่างที่ควรจะเป็นด้วยมีไม้กอล์ฟมาสะกิดให้เปลี่ยนทิศทางเดินพักใหญ่ สุดท้ายปักหลักแน่นปึ๊กนั่งเก้าอี้ผู้บริหารเต็มตัว บริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด ปลุกปั้นไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่แป้งทาตัวนวัตกรรมจากแป้งข้าวเจ้าแบรนด์ "ไร้ซแคร์" ที่กำลังไปได้สวย

                      อดีตโปรกอล์ฟที่ก๊วนเพื่อนตั้งฉายาขำๆ ว่า "โปรเจ้าสัว" ด้วยรั้งตำแหน่งทายาทรุ่นที่ 4 ภายใต้หลังคาโรงบะหมี่ที่ดำเนินธุรกิจแบบกงสีมากว่า 80 ปี เล่าว่า วิถีชีวิตที่ท้าทายเริ่มต้นจากการตีกอล์ฟตั้งแต่เด็กๆ จนได้เล่นอาชีพ เคยตระเวนแข่งอยู่ 10 กว่าปี ทว่าอาการบาดเจ็บเรื้อรังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการเดินทางแข่งขันจึงตัดสินใจวางมืออย่างถาวร และนั่นเองเป็นโอกาสให้ได้ทำความรู้จักกับกิจกรรมโปรดล่าสุดอย่างการ "ดำน้ำ" ที่หลายคนอยากสัมผัสแต่ (อาจ) ไม่มีโอกาส...

                      "ราว 5-6 ปีก่อนพอวางมือจากกอล์ฟแล้วทำงาน ก็เริ่มสนใจดำน้ำ จริงๆ ไม่เคยคิดเลยนะ พี่ชายผมเขาชอบดำน้ำอยู่แล้ว ก็เลยแนะนำให้ไปเรียนกับครูที่สอนเขา ประกอบกับแฟนผม ("ออย" สริน ชูวงศ์โกมล) เพิ่งเริ่มดำเหมือนกันก็เลยเริ่มสนุก รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง แต่ก่อนจะมีโอกาสดำจริงก็จินตนาการไปมากมายว่า ใต้น้ำต่างจากผิวน้ำยังไง อันตรายไหม มีฉลามไหม เอาเข้าจริงๆ ไม่น่ากลัวเลย คือก่อนดำใต้น้ำได้ก็ต้องมีใบรับรองการดำน้ำ ไปเรียนทฤษฎีเป็นชั่วโมงๆ ตอนนั้นรู้สึกจะ 2 วัน เริ่มจากขั้นโอเพ่นวอเตอร์ ผ่านแล้วถึงมีสิทธิ์ดำได้ประมาณ 18 เมตร อยู่ในจุดที่ไม่อันตรายเกินไป เรียนให้รู้ทฤษฎี สัญญาณมือ แก้ปัญหาเบื้องต้น เสร็จปุ๊บก็ไปสอบปฏิบัติ ความรู้สึกแรกที่ได้แบกถังอ็อกซิเจน ก็แปลกๆ ดี เหมือนชุดอวกาศ ชั่วโมงนี้ชีวิตต้องพึ่งแท็งก์อากาศแล้วนะ ก็ไม่ยากมาก ยิ่งมีประสบการณ์เยอะ ยิ่งควบคุมตัวเองได้ดี" หนุ่มวัย 32 ปีผู้รักกิจกรรมท้าทาย เล่าอย่างมีหลักการ

                      คนพร้อมอุปกรณ์พร้อม ความงดงามใต้น้ำแห่งแรกที่หนุ่มบีมมีโอกาสเปิดโลกทัศน์คือ "เกาะสิปาดัน" ประเทศมาเลเซีย อุทยานแห่งชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใส ทะเลสวย อุดมไปด้วยปลานานาชนิด เพราะเป็นเขตอนุรักษ์ที่มีการบริหารจัดการที่ดี อีกทั้งยังจำกัดจำนวนนักดำน้ำด้วย หลังจากนั้นก็มีโอกาสไปที่ประเทศ ปาเลา เขตอนุรักษ์ปลาฉลามหลายสายพันธุ์ อย่างฉลามวาฬ ปลาที่ใหญ่ที่สุดยาวได้ถึง 15 เมตร บางจุดสามารถพายคยัคได้และมีแมงกะพรุนจำนวนมากลอยอยู่ในทะเลสาบที่มีทะเลล้อมลอบ ส่วนเมืองไทยก็มีภาคใต้ที่ "หมู่เกาะสิมิลัน" และ "หมู่เกาะสุรินทร์"

                      "ประทับใจที่สุดก็ที่มัลดีฟส์ การดำมี 2 แบบ คือพักที่รีสอร์ทแล้วตื่นแต่เช้าออกเรือไปตามจุดต่างๆ แล้วกลับที่พัก กับใช้ชีวิตกินอยู่บนเรือกลางทะเลเลย เรือก็ล่องไปเรื่อยๆ จุดดำน้ำตรงไหนดีๆ ก็จะอยู่นานหน่อย ตื่นเต้นมากได้เจอกระเบนราหู (แมนต้า เรย์) นี่แหละ ตัวยาว 5-7 เมตร บินเหมือนนกเลย เป็นสิ่งหนึ่งที่นักดำน้ำทุกคนอยากเจอมาก ซึ่ง กฎของการดำน้ำหลักๆ มีอยู่ว่าดูอย่างเดียว ห้ามรบกวน ห้ามจับต้อง เพราะเหมือนไปทำร้ายเขา ถ้าเขารู้สึกไม่ปลอดภัยก็จะปล่อยสารหรืออะไรก็แล้วแต่ออกมาป้องกันตัว เป็นอันตรายได้" นักดำน้ำดีกรีแชมป์กอล์ฟ เผยแนวทางการตักตวงความสุขที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

                      ถึงจะผ่านกิจกรรมยามว่างมาหลายรูปแบบ แต่เสน่ห์ของการดำน้ำก็ทำให้หนุ่มบีมหลงใหลเอามากๆ เพราะเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่คนอยู่บนบกไม่มีโอกาสรับรู้ เขาบอกว่าพื้นที่น้ำมากกว่าแผ่นดินถึง 3 เท่า ยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ถูกค้นพบ ที่สำคัญโลกใต้น้ำทำให้ได้เรียนรู้การอนุรักษ์อย่างเข้าใจ ได้รู้จักสัตว์แปลกๆ อย่างสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่บางครั้งมองไม่เห็น ธรรมชาติของคนชอบดำน้ำมักชื่นชอบอยู่ 2 อย่างคือสัตว์ใหญ่อย่างฉลามหรือกระเบน แต่การได้พบบ่อยๆ อาจรู้สึกเบื่อจึงหันไปสนใจปลาแปลกๆ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

                      "ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากนะที่รอการค้นพบอยู่ ทำให้อยากที่จะไปที่โน่นที่นี่เรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็รู้สึกผูกพันเวลาไปบ่อยๆ ไม่รู้สึกกลัวแต่อยากอนุรักษ์แทน ผมว่าถ้าวงจรตัวไหนหายไปมันก็จะกลับมาเล่นงานมนุษย์นี่แหละ" หนุ่มหัวใจอนุรักษ์ บอก

                      ชั่วโมงนี้ภารกิจเข็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ติดลมบนอาจไม่ง่ายเหมือนพัตลูกลงหลุม อีกทั้งยังต้องรบกับกองงานบนโต๊ะรายวัน แต่ทายาทรุ่นที่ 4 แห่ง "ชอเฮง" ก็พยายามหาเวลาไปดำน้ำต่างแดนให้ได้สัก 2 ไดรฟ์ต่อปี แล้วอาจมีทริปย่อยในประเทศอีกหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเริ่มเดินทางระหว่างต้นตุลาคมถึงเมษายน หลังจากนั้นเป็นช่วงมรสุมเข้า ถ้าเป็นทริปต่างประเทศจะใช้เวลาเฉลี่ย 7 วัน ซึ่งไดรฟ์ในฝันที่ต้องไปให้ได้สักครั้งคือ "เกาะปาลาปาโกส" แต่คงต้องใช้เวลาวางแผนพอสมควรเพราะค่อนข้างไกล ที่สำคัญค่าใช้จ่ายสูงกว่า 3 แสนบาท ส่วนแนวปะการังเกรทแบริเออร์ รีฟ ที่ออสเตรเลียก็อยู่ในลิสต์ ล่าสุดเพิ่งรวมก๊วนไปดำดิ่งที่ "ราชาอัมพัต" อินโดนีเซีย ซึ่งน่าประทับใจไม่น้อย

                      "การดำน้ำฝึกให้เราไม่ตื่นตระหนก มีสติตลอดเวลา แต่ที่ผมนำมาปรับใช้ในการทำงานมากกว่าคือการตีกอล์ฟ 18 หลุมของกอล์ฟก็คล้ายกับชีวิตคนเรามีดีไม่ดี ขึ้นลง เวลาเจอปัญหา เราทำยังไงกับปัญหานั้น บางคนอารมณ์เสีย ตีลูกตกน้ำหงุดหงิด มารู้ตัวอีกทีก็เละไปแล้ว 3 หลุม แต่ถ้าตีพลาดแล้วมีสติว่าพลาดไปแล้ว ช่างมัน เริ่มใหม่ได้ ไปแก้ไขช็อตต่อไปดีกว่า ก็เหมือนกับชีวิตคนเรา ผิดก็แก้ไขกันไป ก็สามารถพลิกกับมาใหม่ได้ ก็เรียนรู้จักตรงนั้นสิ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก" กรรมการผู้จัดการบริษัท เนอเชอร์แคร์ สะท้อนคมคิดจากกิจกรรมท้าทายที่ใครๆ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ฝากทิ้งท้าย