ข่าว

'มาร์ค'จม.ถึง'ปู'ปัดร่วมสภาปฏิรูปฯ

'มาร์ค'จม.ถึง'ปู'ปัดร่วมสภาปฏิรูปฯ

23 ส.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' ทำจดหมายถึง 'ยิ่งลักษณ์' ย้ำจุดยืน 'ปชป.' เมินร่วม 'สภาปฏิรูปการเมือง' เหตุไม่จริงใจปรองดอง จี้ถอด 'นิรโทษ' ออกจากสภา

 

                         23 ส.ค. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับหนังสือเชิญจากเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง หาทางออกประเทศไทย จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมแล้ว ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ทำจดหมายตอบกลับไปยังนายกรัฐมนตรี ความยาว 2 หน้า ลงนามโดยนายอภิสิทธิ์ ซึ่งใจความสำคัญคือ

                         1. นายอภิสิทธิ์ ได้สนับสนุนแนวทางการปรองดอง และได้ชี้ว่า สมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางไว้แล้ว 5 ด้าน คือ ปกป้องสถาบัน ปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปการเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ และหาความจริงในการขัดแย้ง นอกจากนี้ ยังให้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน และคณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ และ นพ.ประเวศ วสี ราษฎรอาวุโส ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่ได้รับการตอบสนองหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

                         โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2. นายอภิสิทธิ์ ยังเห็นว่าสภาปฏิรูปการเมืองเป็นพียงเครื่องมือลดกระแสการต่อต้านการผักดันกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลเท่านั้น โดยฝ่ายค้านยังไม่เห็นความจริงใจจึงยังไม่สามารถไปร่วมเจรจาได้

                         3. นายกรัฐมนตรี ยังไม่เข้าใจและสับสนในแนวทางการปรองดองหลายประการ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ไม่มีการระบุชัดเจน ว่าเป้าหมายสุดท้ายของการตั้งสภาปฏิรูปฯ คืออะไร จะนำประเทศไปสู่การปรองดองและสงบได้อย่างไร

                         4. การทำงานของสภาปฏิรูปฯ เป็นเพียงการเล่นละครทางการเมือง เพราะเชิญแต่ฝ่ายที่เห็นด้วยกับรัฐบาลเท่านั้น เพราะขณะนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายที่เห็นต่าง ทำให้เห็นว่า เวทีนี้ไม่ใช่กลไกที่มีประสิทธิภาพในการหาทางออกให้ประเทศอย่างแท้จริง

                         นายชวนนท์ กล่าวว่า 5. นายกรัฐมนตรี มีบทบาทให้คนในรัฐบาลมีพฤติกรรมแตกแยกอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศใน จ.เชียงใหม่ ว่าไม่อนุมัติงบในการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติที่ จ.ภูเก็ต เพราะไม่เลือก ส.ส.พรรคเพื่อไทย

                         6. นายกรัฐมนตรี ปล่อยให้มวลชนของรัฐบาลคุกคาม ข่มขู่คนที่เห็นต่าง อาทิ เวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ , องค์กรอิสระ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เชื่อไม่ได้ว่าจะเป็นเวทีที่หาทางออกให้ประเทศได้

                         7. รัฐบาลควรละทิ้งเรื่องการเมืองไว้ชั่วคราว เช่น การแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ควรทำอย่างชัดเจน คือ ปัญหาปากท้องของประชาชน ตัวเลขไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ระบุว่า เศรษฐกิจเรากำลังถดถอย ปัญหาค่าเงินบาทอ่อน รวมถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำรวมทั้งยางพารา , ข้าวโพด , ค่าครองชีพสูง ราคาแก๊สหุงต้มที่จะขึ้นราคาอีกในวันที่ 1 ก.ย.นี้

                         8. ขอให้นายกฯ กลับมาแก้ไขปัญหาของชาติอย่างองค์รวม ไม่ใช่แก้ไขแบบแยกส่วนอุดหนุนแต่พวกพ้องของตนเอง

                         "ถ้านายกฯ อ่านจดหมายอย่างไตร่ตรองแล้ว จะเห็นว่าเป็นจดหมายที่หวังดีจะสร้างความปรองดอง แต่ถ้านายกฯ เห็นว่าไม่มีความหมาย และเดินหน้าเล่นละครการเมืองต่อไป ก็ไม่มีทางที่ประเทศจะเข้าสู่ภาวะสงบสุขได้ ประชาธิปัตย์จึงยืนยันไม่เข้าร่วมสภาปฏิรูปฯ ที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ความร่วมมือ"