
'ยูเซียน โบลท์'ผมยังเร็วกว่านี้ได้อีก!
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : 'ยูเซียน โบลท์' ผมยังเร็วกว่านี้ได้อีก
แสง เดินทางด้วยความเร็ว 299,792,458 เมตร ต่อวินาที เสียงเดินทางผ่านอากาศด้วยความเร็ว 343 ต่อวินาที ขณะที่ ยูเซียน โบลท์ ผ่านระยะ 100 เมตร ด้วยเวลา 9.58 วินาที
ถือว่าเป็นมนุษย์ที่วิ่งเร็วที่ในโลก ณ ขณะนี้
โบลท์ ตอกย้ำสิ่งนี้อีกครั้งด้วยการคว้า 3 เหรียญทองในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย จากวิ่ง 100 เมตร, วิ่ง 200 เมตร และวิ่ง 4x100 เมตร ซึ่งเวลาในทุกรายการเป็นสถิติที่ดีสุดของโลกในปีนี้
ทำให้ โบลท์ ได้เหรียญทองกรีฑาชิงแชมป์โลก 8 เหรียญ เทียบเท่ากับตำนานอย่าง คาร์ล ลูอิส, ไมเคิล จอห์นสัน, และ อัลลิสัน เฟลิกซ์ 3 นักวิ่งจากสหรัฐ
โบลท์ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1986 ปัจจุบันอายุ 27 ปี ที่เชอร์วูด คอนเทนท์ เมืองเล็กในเทรลอว์นี ประเทศจาเมกา เติบโตมากับครอบครัวร้านขายของชำเล็กๆ มี เวลเลสลีย์ ผู้พ่อ กับ เจนนิเฟอร์ เป็นแม่ มีพี่น้องสองคนคือ ซาดิกี กับ เชอร์รีน ตอนเด็ก โบลท์ ชอบเล่นคริกเก็ต กับ ฟุตบอล อยู่ข้างถนน เขามาบอกตอนหลังว่า เวลานั้นไม่เคยคิดเรื่องอื่นเหนือกว่ากีฬา
หลังจากเข้าเรียนชั้นประถม เขาเริ่มฉายให้เห็นแววถึงการเป็นนักวิ่ง ด้วยการเป็นนักวิ่งที่เร็วสุดที่โรงเรียน จนเข้าเรียนมัธยม โบลท์ ยังคงเล่นกีฬาอื่นๆ อยู่ แต่โค้ชทีมคริกเก็ตบอกเขาว่าน่าจะเอาดีทางเป็นนักกรีฑา ซึ่งเขาตกลงเล่นกรีฑา มาได้เหรียญรางวัลระดับโรงเรียนของประเทศในปี 2001 ด้วยการคว้าเหรีญเงินวิ่ง 200 เมตร ด้วยเวลา 22.04 วินาที ด้วยวัย 15 ปี
หลังจากนั้นลงแข่งระดับภูมิภาคแคริบเบียนในปีเดียวกัน เขาได้เหรียญเงินวิ่ง 200 เมตร ด้วยเวลา 21.81 วินาที ก่อนไปแข่งไอเอเอเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ ได้ ถึงไม่ผ่านการคัดเลือกในการวิ่ง 200 เมตร แต่เวลาลดลงเหลือ 21.73 วินาที แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องนอกสนามบ้าง แต่ โบลท์ ยังลดเวลาวิ่ง 200 เมตร หลือ 20.61 และวิ่ง 400 เมตร เหลือ 47.12 วินาที พร้อมได้แชมป์จูเนียร์ระดับภูมิภาคแคริบเบียน
ด้วยอายุแค่ 15 ปี แต่ โบลท์ ตัวสูงถึง 194 เซนติเมตร และมีสภาพร่างกายแข็งแกร่งกว่าเด็กวัยเดียวกัน รวมทั้งพัฒนาฝีเท้าตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนคว้าเหรียญทองระดับเยาวชนทั้งในประเทศ และภูมิภาคแคริบเบียน เป็นว่าเล่น
จนในปี 2003 ด้วยวัยย่าง 17 ปี โบลท์ ทำลายสถิติโลกวิ่ง 200 เมตร ระดับยุวชน ด้วยเวลา 20.13 วินาที ในการแข่งขันแพนอเมริกันจูเนียร์แชมเปี้ยนชิพ จากนั้นในปีต่อมามาทำลายสถิติโลกวิ่ง 200 เมตร ระดับเยาวชน ด้วยเวลา 19.93 วินาที ในการแข่งขันภูมิภาคอเมริกากลางและแคริบเบียน
หลังจากนั้น โบลท์ ลงแข่งในฐานะอาชีพ แต่ว่าเขากลับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ทำให้ชวดแข่งเวิลด์ จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ แต่ยังติดทีมชาติจาเมกา ไปลุยโอลิมปิกเกมส์ ที่เอเธนส์ ปี 2004 ด้วยความมั่นใจกับเวลาที่ทำได้ อย่างไรก็ตามจากอาการเจ็บขา ทำให้เขาตกรอบแรกวิ่ง 200 เมตร และทำเวลาน่าผิดหวังสุดๆ 21.05 วินาที
ถึงกระนั้นมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกายังเห็นแวว ยื่นทุนให้เข้าเรียน แต่ไอ้หนุ่มจาเมกาบอกปัดข้อเสนอนั้น แล้วกลับมาอยู่บ้าน เข้าเรียนที่บ้านเกิดพร้อมกับซ้อมต่อไปแทน
เข้าสู่ปี 2005 โบลท์ เปลี่ยนโค้ชเป็น เกลน มิลล์ส ซึ่งเปลี่ยนทัศนคติของเขาให้เป็นนักวิ่งระยะสั้นอย่างเต็มตัว แต่อาการบาดเจ็บกลับมาเล่นงานอีกครั้ง ทำให้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการวิ่งระดับเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ หลังจากกลับมาฝึกต่อ ร่วมทั้งมีการเน้นวิ่ง 100 เมตรเพิ่มเติมด้วย
โบลท์ มาได้เหรียญรางวัลแรกในเวิลด์แอธเลติกไฟนอล ที่สตุ๊ตการ์ท ในปี 2006 ด้วยการคว้าเหรียญทองแดง วิ่ง 200 เมตร เวลา 20.10 วินาที จากนั้นในปีเดียวกันได้เหรียญเงิน วิ่ง 200 เมตร รายการไอเอเอเอฟเวิลด์คัพ ที่เอเธนส์ ทำเวลา 19.96 วินาที
เข้าสู่ปี 2007 โบลท์ ได้เหรียญเงินรายการเวิดล์แชมเปี้ยนชิพที่โอซากา หลังทำเวลา 19.91 วินาที แต่ยังสู้ ไทสัน เกย์ นักวิ่งชาวอเมริกันที่ทำ 19.76 วินาทีไม่ได้ นอกจากนั้นร่วมทีมจาเมกาวิ่ง 4x100 เมตร ทำสถิติของประเทศ 37.89 วินาที แต่ยังแพ้ทีมอเมริกันที่ทำได้ 37.78 วินาที
แม้ว่า โบลท์ จะไม่ได้รางวัลเพิ่มในปี 2007 แต่ มิลล์ส เชื่อว่าเทคนิค, ความแน่นอน, การทรงตัวของลูกศิษย์รายนี้ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และจะสุดแกร่งบนแทร็กแน่ แม้ว่าต่อๆ มา โบลท์ ยังสู้กับ อาซาฟา พาวล์ หรือ ไทสัน เกย์ ไม่ได้ แต่การทำนายของ มิลล์ส ถูกต้อง
ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2008 โบลท์ ทำสถิติโลกวิ่ง 100 เมตรขึ้นใหม่ ด้วยเวลา 9.72 วินาที ทำลายสถิติของ พาวล์ ที่ทำไว้ 9.74 วินาที
ในเดือนมิถุนายนของปีเดียวกัน โบลท์ ที่ถูกปรามาสว่าเป็นนักกีฬาที่ขี้เกียจ ตอบโต้คำกล่าวนั้นด้วยการซ้อมอย่างหนัก เพิ่มศักยภาพของตัวเอง เลิกวิ่งระยะ 400 เมตร มาทุ่มเทซ้อมวิ่ง 200 เมตร และ 100 เมตรอย่างเต็มที่ ก่อนเดินหน้าเข้าสู่กีฬาโอลิมปิก ที่ปักกิ่ง ในเดือนสิงหาคม
โบลท์ ประกาศลงแข่งโอลิมปิกทั้ง 100 เมตร และ 200 เมตร ซึ่งเขาเป็นตัวเต็งทั้งสองรายการ ในฐานะเจ้าของสถิติโลก
ในวิ่ง 100 เมตร ช่วงรอบคัดเลือก โบลท์ วิ่งสบายๆ เป็นอันดับ 1 ทุกรอบ ขณะที่ ไทสัน เกย์ คู่แข่งชาวอเมริกันตกรอบรองชนะเลิศ
รอบชิงชนะเลิศ โบลท์ ออกตัวก่อนสปีดช่วงกลางทะยานเข้าเส้นด้วยเวลา 9.69 วินาทีเป็นสถิติโลกใหม่ ทิ้งขาด ริชาร์ด ธอมป์สัน จากตรินิแดด ที่ได้อันดับ 2 แบบไม่เห็นฝุ่น
ยิ่งไปกว่านั้นการวิ่งหนนี้ไม่มีลมส่งหลัง อีกทั้งก่อนเข้าเส้นชัย โบลท์ ยังลดความเร็วลง เพื่อฉลองชัยอีกด้วย ซึ่งจากการคำนวณถ้าเขาไม่ชะลอความเร็วลง เวลาจะอยู่ประมาณ 9.55 วินาที
หลังจากได้เหรียญทอง 100 เมตร เวลเลสลีย์ บอกกว่า ลูกชายวิ่งเร็วเพราะกินแยมชนิดหนึ่งของพื้นเมืองจาเมกา ที่เรียกว่า เทรลอว์นี แยม ทำให้คนเกือบทั่วโลกรู้จักแยมชนิดนี้ขึ้น
เวลเลสลีย์ กล่าวถึงช่วงเวลานั้นว่า กังวลมากก่อนการแข่งขันเริ่มขึ้น ได้คุยกับลูกชายก่อนแข่ง เขาบอกว่า "ไม่ต้องกังวลไปหรอกพ่อผมจะคว้าชัยชนะมาให้เอง"
อีก 4 วันต่อมา ในวันที่ 20 สิงหาคม เป็นรอบชิงชนะเลิศวิ่ง 200 เมตร ผู้ชมได้เห็นท่า “ไลท์นิง โบลท์” เป็นหนแรกก่อนออกสตาร์ท จากนั้น โบลท์ วิ่งราวกับบินผ่านเข้าชัย คราวนี้เขาไม่เบาเครื่องเหมือนเก่า ทำเวลา 19.30 วินาที ทำลายสถิติ 19.32 วินาที ของ ไมเคิล จอห์นสัน ตำนานนักวิ่งชาวอเมริกันที่ยืนยงมา 12 ปี
หลังแข่งมีการเปิดเพลง “แฮปปี้ เบิร์ธเดย์” ในสนามฉลองวันคล้ายครบรอบวันเกิดอายุครบ 22 ปีของเขาด้วย
อีก 2 วันต่อมา โบลท์ กับเพื่อนร่วมทีมจาเมกา ได้แก่ เนสเตอร์ คาร์เตอร์, ไมเคิล แฟรเตอร์ และอาซาฟา พาวล์ ลงแข่ง 4x100 เมตร และรอบนี้ไม่มีทีมสหรัฐ ที่เป็นคู่แข่งสำคัญ เนื่องจากไปทำไม้ตกในรอบคัดเลือก
ก่อนที่ลมกรดเรกเก้บอย จะคว้าเหรียญทอง ด้วยเวลา 37.10 วินาที ทำลายสถิติของทีมสหรัฐที่ทำไว้ 37.40 วินาที ทำให้ทั้ง 3 เหรียญทองคือสถิติโลกใหม่
ช่วงนั้นเรื่องการโด๊ปยากระตุ้นเป็นเรื่องราวในวงการกีฬาอย่างหนัก มีนักกีฬาหลายคนโดนแบน โบลท์ ตกเป็นผู้สงสัยเช่นกัน แต่เขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้
หลังปักกิ่งเกมส์ โบลท์ ยังลงแข่งรายการโกลเดนลีก และซ้อมอย่างต่อเนื่อง และคว้าตำแหน่งนักกรีฑาแห่งปีไปครอง
ปีต่อมาแม้ว่าจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ต้องเข้ารับการผ่าตัดเล็ก แต่ก็ค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้ทันรายการ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่เบอร์ลิน รายการเดียวที่เขายังไม่ประสบความสำเร็จสูงสุด
ในการวิ่ง 100 เมตร เป็นหนแรกในรอบปีที่ โบลท์ ได้เจอกับ เกย์ บนลู่วิ่ง ก่อนที่ โบลท์ จะปล่อยพลังสายฟ้าทะยานเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.58 วินาที เป็นมนุษย์คนแรกที่วิ่ง 100 เมตรได้ต่ำกว่า 9.6 วินาที ทำลายสถิติโลกของตัวเองถึง 0.11 วินาที
จากนั้นมาวิ่ง 200 เมตร โบลท์ ยังกดไม่ยั้งทำเวลา 19.19 วินาที เป็นคนแรกของโลกที่เวลาต่ำกว่า 19.20 วินาที และทำลายสถิติเก่าของเขาเอง 0.11 วินาที เช่นกัน และเป็นชัยชนะที่ทำเวลาห่างกันมากที่สุดในเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ในการวิ่ง 200 เมตร
ชอว์น ครอว์ฟอร์ด อดีตเหรียญทองโอลิมปิก บอกว่า โบลท์ วิ่งเร็วเหมือนกับอยู่ในวิดีโอเกมส์
ส่วนในการวิ่ง 4x100 เมตร ทีมจาเมกา ประกอบด้วย โบลท์, แฟรเตอร์, สตีฟ มัลลิงส์ และพาวล์ คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 37.31 วินาที เป็นสถิติของเกม
หลังจากในปี 2010 โบลท์ ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง แม้ว่าจะกลับมาแล้วแต่ดูเหมือนยังไม่ค่อยเหมือนเดิม ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ชอบปาร์ตี้ ทั้งเป็นดีเจ เขาแพ้ เกย์ ในการวิ่ง 100 เมตร และต่อมาแพ้ พาวล์ เป็นหนแรกในรอบ 2 ปี
ข้อสงสัยในตัว โบลท์ เกิดขึ้นมาแล้ว
ก่อนการแข่งขันเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่แดกู ในปี 2011 โบลท์ ได้รับเชิญให้ไปชมเกมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เวมบลีย์ ระหว่าง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด กับ "บาร์ซา" บาร์เซโลนา
โบลท์ ที่ประกาศว่าเป็นแฟนตัวยงของแมนฯ ยูไนเต็ด แล้วบอกว่าจะเล่นฟุตบอลให้สโมสรแห่งนี้หลังเลิกเล่นกรีฑา แต่เขาต้องผิดหวัง เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ บาร์เซโลนา 1-3
ในเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ โบลท์ ผิดหวังกับการวิ่ง 100 เมตร ด้วยการโดนจับแพ้ หลังจากออกสตาร์ทฟาวล์เป็นคนที่ 2 แชมป์ตกเป็นของ โยฮัน เบลค เพื่อนร่วมชาติ
แต่ โบลท์ เอาคืนทันควันด้วยการคว้าแชมป์วิ่ง 200 เมตรด้วยเวลา 19.40 เมตร หลังจากนั้นมาร่วมทีมกับ เนสตา คาร์เตอร์, แฟรเตอร์ และเบลค คว้าแชมป์วิ่ง 4x100 เมตร ด้วยเวลา 37.04 วินาที กลายเป็นสถิติโลกใหม่ของทีมจาเมกาอีกครั้ง
ความเชื่อมั่นกลับมาก่อนเข้าสู่โอลิมปิก กรุงลอนดอน ในปี 2012 โบลท์ ยังลงแข่ง 3 รายการเหมือนเดิม
ในวิ่ง 100 เมตร เขาเอาชนะ เบลค คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 9.63 วินาที เป็นสถิติโอลิมปิก และเป็นนักวิ่งชายคนที่ 2 ต่อจาก คาร์ล ลูอิส ที่ป้องกันแชมป์วิ่ง 100 เมตรชาย โอลิมปิกไว้ได้
จากนั้นในวิ่ง 200 เมตร โบลท์ ย้ำชัยต่อ เบลค อีกหน ทำให้กลายเป็นนักวิ่งคนแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่ป้องกันแชมป์รายยการนี้เอาไว้ได้
ก่อนที่ในการวิ่งผลัด 4x100 เมตร คาร์เตอร์, แฟรเตอร์, เบลค และโบลท์ ช่วยกันวิ่งทำเวลา 36.84 วินาที เป็นสถิติโลกใหม่อีกหน
โบลท์ กลายเป็นนักกรีฑาคนแรกที่ได้แชมป์ 3 รายการนี้ 2 หนติดต่อกันในโอลิมปิกเกมส์
หลังจากสร้างประวัติศาสตร์สำเร็จ โบลท์ ประกาศว่า "ผมคือตำนาน ผมคือยอดนักกรีฑาที่ยังวิ่งอยู่"
เข้าสู่ปีนี้ โบลท์ มีคู่แข่งสำคัญคือ จัสติน แกตลิน นักวิ่งชาวอเมริกัน ในการวิ่ง 100 เมตร ก่อนเจอกันในรายการเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่มอสโก
คราวนี้ โบลท์ ไม่พลาดได้แชมป์วิ่ง 100เมตร ทำเวลา 9.77 วินาที, วิ่ง 200 เมตร เวลา 19.66 วินาที และวิ่ง 4x100 เมตร
หลังจบการแข่งขันที่มอสโก โบลท์ บอกว่าถ้าคะแนนเรื่องการจัดการแข่งขัน รวมทั้งสภาพสนาม เขาให้แค่ 7 เต็ม 10 ข้อดีมีอยู่ที่คนเยอะและผู้หญิงสวย
นอกจากนั้นยังบอกว่า เขาเชื่อว่าตัวเองยังสามารถวิ่งได้เร็วกว่านี้ และนี่คือเป้าหมาย
เราคงต้องรอดูกันว่าเขาจะทำได้หรือไม่ และถ้าได้จะได้เมื่อไหร่ ในโอลิมปิกเกมส์ ที่ริโอ เดอ จาเนโร ปีหน้าหรือเปล่า



