ข่าว

อุตรดิตถ์น้ำป่าหลาก!เดือดร้อน2พันครัวเรือน

อุตรดิตถ์น้ำป่าหลาก!เดือดร้อน2พันครัวเรือน

23 ส.ค. 2556

อุตรดิตถ์อ่วม! น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน เดือดร้อนกว่า 2 พันครอบครัว

 

                      23 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนัก 140 มิลลิเมตร ติดต่อกัน 2 วันที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านขยายวงกว้าง 2 อำเภอ กว่า 2,000 ครอบครัว น้ำป่ายังได้กัดเซาะคอสะพานเชื่อมต่อหมู่บ้าน ต.ขุนฝาง อ.เมือง ทำให้ชาวบ้าน 350 ครอบครัวถูกตัดขาด

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังพลจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ 10 นาย นำเรือท้องแบน 1 ลำ พร้อมถุงยังชีพ เพื่อเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน 3 ครอบครัวที่ หมู่ 14 ต.ขุนฝาง อ.เมือง อาศัยอยู่ริมห้วยขุนฝาง สะพานคอนกรีตที่ใช้ข้ามประจำถูกน้ำท่วมสูงจนมองไม่เห็น และบ้านถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะที่กำลังพลนำเรือลำเลียงสิ่งของกระน้ำไหลเชี่ยว เรือเกิดพลิกคว่ำ ถุงยังชีพไหลไปกระแสน้ำ กำลังพลอีกส่วนกระโดดลงไปช่วยกำลังพลที่กำลังถูกกระแสน้ำพัด ท่ามกลางความตกใจผู้บังคับบัญชา

                      ต่อมาจึงเปลี่ยนแผนใช้เชือกผูกกับต้นไม้ขนาดใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งลำเลียงสิ่งของไปส่งให้ผู้ประสบภัย แต่ด้วยกระแสน้ำไหลเชี่ยวทำให้ชาวบ้าน 3 ครอบครัว ซึ่งทราบว่ามีผู้สูงอายุอยู่ด้วยไม่ยอมออกจากบ้าน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามเกลี่ยกล่อมแล้วก็ตาม

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาเดียวกัน ยังพบสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ประชาชนตำบลขุนฝางใช้สัญจรถูกกระแสน้ำป่ากัดเซาะ ทรุดตัวและขาด ถนนและสะพานขาดยาวกว่า 5 เมตร ส่งผลให้ประชาชน หมู่ 5 และ หมู่ 6 ต.ขุนฝาง จำนวน 366 ครอบครัวถูกตัดขาด พบบ้านนายชัชวาล สาดคำ บ้านเลขที่ 215 หมู่ 5 ต.ขุนฝาง ตั้งอยู่ติดสะพานเพียง 2 เมตร ต้องพาภรรยาและลูกหนีตายอลม่าน

                      นายชัชวาล เล่าว่า ฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน แต่ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ระดับน้ำในห้วยขุนฝางไม่ได้เพิ่มสูงจนผิดสังเกต จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 23 สิงหาคม ขณะที่ตนและภรรยา ลูกอีก 2 คนนอนหลับ ได้ยินเสียงดังครึมๆ บ้านสั่นสะเทือนจึงรีบตื่น ฝนตกกำลังตกหนัก กระแสไฟฟ้าดับ ใช้ไฟฉายส่องนำทางเปิดประตูหน้าบ้าน พบว่าถนนที่เชื่อมต่อคอสะพานคอนกรีตทรุดตัว เหลือเพียงประมาณ 1 เมตรจะถึงบริเวณข้างบ้านและประตูหน้าบ้าน

                      “ผมตกใจมาก รีบปลูกภรรยาและลูกๆ วิ่งออกจากบ้านไปอยู่บนเนินเขา โดยไม่ได้เอาทรัพย์สินใดๆไป เพราะคิดอย่างเดียวว่าต้องเอาชีวิตรอด ช่างน่ากลัว จากนั้นจึงโทรศัพท์แจ้งให้ผู้นำหมู่บ้านทราบ” นายชัชวาล กล่าว

                      ขณะที่นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ นายสุรชัย ธัชกวิน ปภ.อุตรดิตถ์ และนายสุชาติ ธีรวงษ์พิทักษ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ระดมกำลังพลจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ อาสาสมัครกู้ภัยทุกแห่ง เข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เน้นความปลอดภัยในชีวิตเป็นอันดับแรก

                      นายเฉลิมชัย กล่าวว่า น้ำป่าไหลหลากขยายวงกว้าง เบื้องต้น 2 อำเภอ คือ ต.ขุนฝาง ต.วังดิน ต.งิ้วงาม ต.น้ำริด และ ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ และ ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา รวม 6 ตำบล 28 หมู่บ้าน กว่า 2,000 ครอบครัว โดยที่ ต.น้ำหมัน เป็นพื้นที่เกิดดินโคลนถล่มเมื่อปี 2549 จุดที่ยังน่าเป็นห่วงคือ ต.ขุนฝาง เนื่องจากกระน้ำที่ห้วยขุนฝาง ไหลเชี่ยว มีชาวบ้านที่อยู่ริมห้วย แม้บ้านจะถูกน้ำท่วม แต่ไม่ยอมออกจากพื้นที่ จึงต้องให้ จนท.เฝ้าระวังพร้อมอพยพทันที

                      “ส่วนสะพานที่ขาด ห้ามยานพาหนะทุกชนิดสัญจรผ่าน ให้กำลังพลทหารและประชาชนช่วยสร้างสะพานไม้ขนาดเล็ก กว้าง 1 เมตร ยาว 7 เมตร ใช้พาดต่อระหว่างผิวถนนและสะพานที่ขาด จากนั้นอพยพชาวบ้าน หมู่ 5 และ หมู่ 6 ต.ขุนฝาง ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย”

                      นายสุรชัย ธัชกวิน ปภ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า จาการสำรวจเบื้องต้นยังไม่พบบ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่พื้นที่การเกษตรยังอยู่ระหว่างการสำรวจ ระดับน้ำลดลง แต่มวลน้ำทั้งหมดไหลลงห้วยขุนฝาง ลงแม่น้ำน่าน ประกาศเตือนชุมชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง เก็บสิ่งของไว้ที่สูง และติดตามการแจ้งเตือนของราชการตลอด 24 ชั่วโมง

 

'ผวจ.ตาก' สรุปผลเสียหายน้ำท่วมหนัก!

 

                      วันเดียวกัน นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.แม่สอด จ.ตาก ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนสิงหาคม นั้นเป็นเหตุให้ที่พักอาศัย สิ่งสาธารณะประโยชน์ พืชผลทางการเกษตร และอื่นๆ ใน 9 ตำบล 1 เขตเทศบาล 20 ชุมชน ได้รับความเสียหาย และมีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน 1,000 ครัวเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 5,005 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 24,668 ไร่ บ่อปลา 256 บ่อ ถนน 30 แห่ง สะพาน 2 แห่ง ด้านโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายรุนแรงจำนวน 10 โรง มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท

                      นอกจากนี้ยังทำให้การค้าชายแดน โดยเฉพาะรถยนต์มือสองที่รอส่งผ่านเข้าพม่า ประมาณ 700 คัน รถจักรยานยนต์ 120 คัน และรถจักรยาน 2,000 คัน ได้รับความเสียหาย

                      สำหรับสถานการณ์น้ำทั่วไปในขณะนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่สอด ส่วนมากยังๆไมไว้วางใจสถานการณ์น้ำท่วม เพราะมีฝนตกต่อเนื่องทุกวัน ขณะที่ก่อนหน้านี้ ชาวตลาดริมเมย ต.ท่าสายลวดต่างวิตกกับน้ำท่วม เพราะน้ำในแม่น้ำเมยมีระดับน้ำสูงขึ้นอีกจากฝนที่ตกลงมา