
ประทุษร้ายกันถึงในห้องประชุมสภา
ประทุษร้ายกันถึงในห้องประชุมสภา : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn
บทความนี้ไม่มีเจตนาใส่ร้ายป้ายสีกล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใดให้ได้รับความเสียหาย เพราะภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในการประชุมร่วมสองสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของวุฒิสมาชิก เป็นภาพที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกด้วยกลไกสื่อสังคม หรือโซเชียลมีเดีย ขณะนี้ผมได้เข้าไปรับชมในยูทูบ (YouTube) มียอดคนวิวหรือเข้าเยี่ยมชมหลายพันคน ยังไม่นับรวมรายการบันเทิงของต่างชาติ ที่คาดว่าน่าจะนำภาพความวุ่นวายทุบตีด่าทอกันไปออกอากาศเผยแพร่กระหน่ำซ้ำเติมออกไปอีกในหลายทวีป
ต้องบอกก่อนว่า ส่วนตัวผมเองมีความห่วงใยสาระสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่แพ้ไปกว่าพรรคฝ่ายค้านหรือผู้มีความกังวลห่วงใยในสิ่งที่เกรงกันว่าจะเกิดการรวมตัวกันของกลุ่มทุนผู้มีอิทธิพลหรือเครือญาติของคนเหล่านั้น ซึ่งเป็น ส.ส.อยู่ในอีกสภาหนึ่ง แต่เรื่องของสาระสำคัญ ความถูกผิดถูกใจหรือขัดเคืองเป็นเรื่องหนึ่ง ประการสำคัญบทบาทการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในสภามีข้อบังคับการประชุมระเบียบแบบแผนกำกับไว้อย่างชัดเจน
นั่นคือที่มาของความจำเป็นในการ "ติติง" การทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านในการใช้หลากหลายยุทธวิธีในการกดดันสร้างแรงกระเพื่อมให้การประชุมต้องกลายเป็นเวทีการสร้างความขบขันชวนหัว และมีเรื่องน่าอับอายที่ได้เห็น ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนโน้มตัวกดคอ ผลักไสกระแทกเจ้าหน้าที่ "ตำรวจรัฐสภา" กระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ภาพลักษณ์ความพยายามใช้เวทีสภาในการต่อสู้แก้ปัญหาสำคัญกลายเป็นรอยด่างสร้างความมัวหมองให้แก่พรรคการเมืองและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนตัวมีความรู้จักคุ้นเคยและชื่นชมการทำหน้าที่ในเวลาที่ผ่านมา เราคงไม่ถือความผิดแค่ครั้งเดียวมาลดทอนทำลายคุณงามความดีที่สั่งสมกันมาเนิ่นนาน
แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ต้องเรียนตามตรงว่า ไม่เป็นผลในทางบวกใดๆ กับพรรคฝ่ายค้าน อาจได้รับคำสนับสนุนชื่นชมจากคนที่ชื่นชอบ แต่คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นสามารถชี้ชัดได้ว่า ใครคิดจะไปแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ขอให้ไปดูคลิปให้ถี่ถ้วนจะได้ไม่ขายหน้าและอับอายยิ่งขึ้นเมื่อต้องไปแถลงสู้คดีกันในชั้นศาล



