ข่าว

อียิปต์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

อียิปต์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

23 ส.ค. 2556

อียิปต์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์

              นับตั้งแต่ปฏิวัติโค่นล้มการปกครองของฮอสนี มูบารักเมื่อกว่า 2 ปีก่อน อียิปต์กลายเป็นประเทศที่เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนอย่างมาก การยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและการสลายการชุมนุมกลุ่มคนที่สนับสนุนขบวนการภราดรภาพมุสลิม จนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นบาดแผลที่ยิ่งสร้างความแตกร้าวมากขึ้น

              การเมืองและสังคมของอียิปต์เดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? คำตอบของคำถามนี้คงมีอยู่มากมายหลายปัจจัย แต่ด้วยข้อจำกัดของหน้ากระดาษ ผมอยากเสนอเหตุผลหลักๆ เพียงแค่ 2 ประเด็น ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ แล้วแต่ท่านผู้อ่านจะพิจารณาครับ

              ประการแรกคงต้องย้อนกลับไปดูครั้งที่ประชาชนลุกฮือขับไล่เผด็จการอียิปต์เมื่อปี 2011 ลักษณะพิเศษของการชุมนุมประท้วงครั้งนั้นมีความน่าสนใจอยู่หลายประการ แต่ที่เห็นเด่นชัดคือการรวมตัวกันของเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ไร้การจัดตั้งและไม่มีแกนนำมวลชนอย่างที่เคยเห็นกันทั่วไปในส่วนอื่นๆ ของโลก นอกจากนั้น องค์ประกอบของผู้ชุมนุมยังมีความหลากหลาย มีทั้งนักประชาธิปไตย พวกนิยมแนวทางเซคคิวล่าร์ พวกนิยมแนวทางศาสนา พวกฝ่ายซ้าย ฯลฯ

              ลักษณะเช่นนี้ แม้ว่าจะสะท้อนให้เห็นถึง “สำนึกทางการเมือง” ของเยาวชนอียิปต์ที่เพิ่มสูงขึ้นในด้านหนึ่ง และสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพของประชาชนคนอียิปต์ในอีกด้านหนึ่ง แต่หลังการโค่นล้มเผด็จการลงได้ ก็ทำให้เกิดช่องว่างทางอำนาจที่ต่างฝ่ายต่างพยายามแย่งชิงต่อสู้กัน

              พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ แม้ภาวะการไร้แกนนำในช่วงการชุมนุมประท้วงจะถือเป็นจุดแข็ง เพราะอำนาจรัฐไม่รู้จะจัดการกับใครที่เป็นแกนนำได้ แต่ในภาวะหลังการปฏิวัติ การไร้แกนนำและอุดมการณ์ที่จะสร้างอนาคตอียิปต์ร่วมกันถือเป็นจุดอ่อน และท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนไปเป็นการแข่งขันแย่งชิงอำนาจทางการเมืองระหว่างกลุ่มแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างหลากหลาย อันเป็นผลให้เกิดความแตกแยกลงมาสู่ระดับมวลชนตามท้องถนนอย่างที่เราเห็นกัน

              สาเหตุประการต่อมาคือสภาวะที่เรียกว่า "deep state" ถ้าสังเกตให้ดีเราจะเห็นว่าการปฏิวัติอียิปต์ปี 2011 นั้นเป็นเพียงการโค่นอำนาจของฮอสนี มูบารักเท่านั้น แต่โครงข่ายอำนาจที่ได้รับประโยชน์ในระบอบการเมืองเก่ายังอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการที่เป็นชนชั้นนำในหน่วยงานหลักๆ บริษัทธุรกิจเอกชนใหญ่ๆ บุคคลสำคัญในสถาบันตุลาการที่ได้รับแต่งตั้งโดยฮอสนี มูบารัก กองทัพที่มีอำนาจปกครองประเทศมายาวนานกว่า 60 ปีและเป็นสถาบันที่มีอิทธิพลในทุกวงการในสังคมอียิปต์ ตลอดจนสื่อมวลชนจำนวนมากที่เคยรับใช้ระบอบอำนาจเก่า

              ลักษณะเช่นนี้เป็นผลให้ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล หากต้องการที่จะเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจเดิมที่มีผลประโยชน์เป็นเดิมพัน ย่อมต้องเจอกับแรงกดดันและอุปสรรคปัญหามากมาย ยิ่งเป็นรัฐบาลที่นิยมแนวทางอิสลามอย่างขบวนการภราดรภาพมุสลิม ซึ่งมีประวัติศาสตร์ของการคัดง้างกับกองทัพมาตลอดนับตั้งแต่ปฏิวัติอียิปต์เมื่อปี 1952 ก็ยิ่งไปกันใหญ่ หนึ่งปีของการทำงานในฐานะรัฐบาลของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมจึงเต็มไปด้วยปัญหา

              เพราะขณะที่กองทัพและตุลาการพยายามที่จะลดอำนาจรัฐบาล ตำรวจก็ปลดเกียร์ว่างส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งสร้างความไม่พอใจรัฐบาลในหมู่ประชาชนจำนวนมาก เศรษฐกิจที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ก่อนปรากฏการณ์อาหรับสปริงถูกสื่อนำเสนอว่าเป็นความไร้ศักยภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะการสร้างภาพให้ภราดรภาพมุสลิมเป็นปีศาจที่อาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้ประเทศ ท้ายที่สุดสมาชิกของภราดรภาพมุสลิมจึงเป็นที่เกลียดชังของชาวอียิปต์จำนวนหนึ่ง

              แต่ด้วยความที่ภราดรภาพมุสลิมเป็นขบวนการเก่าแก่และทำงานช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีฐานมวลชนที่สนับสนุนอย่างกว้างขวาง ถือเป็นองค์กรสังคมและเป็นพลังทางการเมืองที่เข้มแข็งมากที่สุดขณะนี้

              ดังนั้นการยึดอำนาจรัฐบาลภายใต้การนำของภราดรภาพมุสลิมอย่างอยุติธรรมและการสลายการชุมนุมแบบนองเลือดที่ผ่านมา จึงสร้างความโกรธแค้นต่อคนอีกกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุน ซึ่งก็มีจำนวนมากพอๆ กับฝ่ายต่อต้าน

              ประกอบกับการปลุกระดมมวลชนของแกนนำภราดรภาพมุสลิมอย่างร้อนแรง ทำให้ความแตกแยกในหมู่ประชาชนอียิปต์ขณะนี้ขยายวงกว้างและร้าวลึกลงไปทุกที