
'ผบ.ทบ.'เชื่อตราวีซ่าหายไม่ทำไทยเสี่ยง
'ประยุทธ์' เชื่อดวงตราวีซ่าหายไม่ทำไทยเสี่ยงอันตราย ซัดคนชั่วหากินไม่นึกถึงประเทศ วอนปชช.ช่วยจับตาสิ่งผิดปกติ เผยถก 'ศปก.กปต.' หาทางออกปมข้อเสนอ 'บีอาร์เอ็น'
22 ส.ค.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และผอ.ศปก.กปต. จะมีการประชุมศปก.กปต. เพื่อพิจารณาข้อเสนอ 5 ข้อ ของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่กองบัญชาการกองทัพบกในวันที่ 23 ส.ค.นี้ว่า จะมีการพูดคุยพร้อมกับผบ.เหล่าทัพ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติ และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมาเลเซียอยากช่วยไทยในการอำนวยความสะดวก ซึ่งเราจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต เราต้องประเมินทั้งสิ่งดีและไม่ดี
ทั้งนี้ ผบ.ทบ. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ดวงตราวีซ่าของไทยในสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศมาเลเซียหายไป 300 ดวงนั้น ถือเป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งกำลังติดตามอยู่ ตนไม่อยากให้พูดถึงเรื่องนี้ เพราะประเทศไทยไม่ใช่ประเทศต้นทาง และไม่ได้เป็นประเทศที่มีข้อขัดแย้ง ดังนั้นความรุนแรงไม่น่าจะเกิดขึ้น ตนไม่ได้ห่วงว่าอะไรจะหายหรือไม่หาย แต่เป็นห่วงว่า ประชาชนมีความพร้อมหรือยัง งานเรื่องการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับจิตสำนึก การเฝ้าระวัง หรือการตรวจตรา แจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่วางเฉยเมื่อเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง วันนี้ประเทศไทยดีกว่าหลายประเทศในโลก โดยเฉพาะเรื่องภัยคุกคาม ประเทศไทยมีความเป็นธรรมชาติ อ่อนไหว นิ่มนวล แม้ว่าคนไทยจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนตนอาจอารมณ์ไม่ดี โมโหบ้าง แต่เดี๋ยวก็หาย คนไทยก็เป็นแบบนี้ เพียงแต่เราต้องมีกติกา ถ้าไม่มีกติกาหรือกฎหมายคงไม่ได้ ทั้งนี้ต้องเข้าใจบทบาทการทำหน้าที่ของทหารว่า เรื่องวีซ่าหายไม่ใช่หน้าที่ตน แต่ถ้าเจอที่ไหนจะเรียกตำรวจไปจับ เรื่องพวกนี้มีมาโดยตลอด ต้องแก้ไขให้ได้ไม่ใช่เฉพาะวีซ่า เรื่องบัตรประชาชน
"พูดง่ายๆคือ มีคนชั่ว คนไม่ดีหากินโดยไม่คิดว่า อะไรทำให้เกิดอันตรายต่อประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศชาติ ไม่ว่า ใบอะไรต่างๆก็ปลอมได้ทั้งนั้น ขอให้ใจเย็น อย่าคิดว่า ประเทศไทยเลวร้ายเพราะมีกันทั้งโลก บางประเทศอันตรายมากกว่าเรา ดังนั้นเราต้องช่วยกันเฝ้าระวัง หยุดยับยั้งตั้งแต่เริ่มต้น ทุกวันนี้ผมทำให้ทุกคนปลอดภัย มีสติ เดินหน้าไปด้วยความปลอดภัย ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งเราพยายามอยู่ เราต้องช่วยกันอธิบายต่อสังคม และพูดคุยกันให้ได้ โดยมีกฎหมายเป็นหลัก ถ้าคนคิดไม่ดีต่อประเทศก็ต้องมีอันเป็นไป" ผบ.ทบ. กล่าว
'ประยุทธ์' ลั่นไม่เลือกข้าง วอนทุกสีร่วมมือช่วยชาติสงบ
ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.)จะเดินทางมาเรียกร้องที่กองทัพบกในวันที่ 23 ส.ค.นี้ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ผบ.ทบ.แสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำหน้าที่สภาว่า ทุกคนไม่ว่า จะสีใด พวกใด หรือหมู่ใดมาร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ตนไม่อยากได้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ตนไปเข้าข้างพวกนั้น พวกนี้ เดี๋ยวข้างนี้ดีใจ ข้างนั้นก็เกลียดตน ความจริงตนไม่มีข้าง ตนอยู่ในข้างที่ถูกต้อง และข้างของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน แต่พรุ่งนี้ถ้าเขามาด่าตน ตนก็ไม่เดือดร้อน ตนก็อุดหู ตนก็ไม่ได้ยินแล้ว
เล็งแก้พ.ร.บ.นศท. บรรจุนักเรียนรด.เข้าเป็นนายทหาร ช่วยกองทัพปฎิบัติภารกิจ
หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ได้จัดพิธีประดับเครื่องหมายยศร้อยตรีให้กับนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ 5 ประจำปี 2556 จำนวน 1,753 คน แบ่งเป็นชาย 806 คน และหญิง 947 คน โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีคณะนายทหารระดับของกองทัพบกเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ฝากผู้ที่สำเร็จวิชานักศึกษาวิชาการทหาร3 ประการคือ 1.ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 2.ความจงรักภักดีต่อสถาบัน 3.ขอให้ทุกคนกลับไปกราบพ่อแม่ เพื่อให้พ่อแม่เกิดความภาคภูมิใจ สำหรับการประดับเครื่องหมายยศ 5 ปีถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับนักเรียนผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งผู้ที่จบการศึกษาถือเป็นกำลังสำรองที่มีคุณภาพ เพราะได้ผ่านการฝึกในระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้หารือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมในการแก้ไขพ.ร.บ.นักศึกษาวิชาทหาร ที่ไม่ได้ระบุว่านักศึกษาวิชาทหารจะสามารถทำหน้าที่ได้ยามศึกสงครามหรือในยามที่เกิดวิกฤตการณ์ใดๆ เหมือนกับกรณีที่จะต้องไปช่วยเหลือประชาชนยามเกิดภัยพิษัติ หากเกิดอุบัติเหตุจะมีปัญหาตามมา
ผบ.ทบ. กล่าวว่า โดยได้หารือกับพล.ท.วิชิต ศรีประเสริฐ ผบ.นรด.แล้ว และได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอดและได้พิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้กฎหมายมีความทันสมัยในการใช้กำลังสำรองเหล่านี้ และบรรจุคนเหล่านี้เข้ารับราชการในกองทัพได้ ซึี่งไม่ได้ใช้ภารกิจการรบ อีกทั้งปัญหาขณะนี้คือสัดส่วนของนายสิบและพลทหารมียอดเต็มประมาณ4 แสนคน ซึ่งกองทัพบกสามารถบรรจุได้ 2.6 แสนคน โดยขาดอัตราพลทหารและรายสิบประมาณ 30 เปอร์เซนต์ โดยจะต้องฝึกผู้ที่จบนักศึกษาวิชาทหารให้ได้ครบตามที่เราต้องการใช้ในภารกิจที่ยังขาดอยู่ ทั้งนี้จะต้องใช้งบประมาณดำเนินการจำนวนหนึ่ง
"ถ้าเป็นไปได้ เราก็จะการแก้ไขพ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อให้คนเหล่านี้มาบรรจุ โดยใช้วิธีการเซ็นต์สัญญาเป็นห้วงระยะเวลา พร้อมทั้งกำหนดรายละเอียดว่าจะไม่ใช้กำลังตรงนี้ในการรบ แต่จะใช้งานด้านการส่งกำลังบำรุง เจ้าหน้าที่ธุรการ และงานด้านเอกสาร โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนจาก ร.ร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งนายกฯ เห็นด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดูความคืบหน้า ถ้าทำได้กำลังสำรองจะช่วยงานด้านจิตอาสา เมื่อเกิดปัญหาเราจะได้ดูแลเขาได้" ผบ.ทบ. กล่าว



