
นวดบำบัดแขน กลับทำ'หัวใจ'อ่อนระทวย
นวดบำบัดแขน กลับทำ'หัวใจ'อ่อนระทวย : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...สุชาติ สูงเรือง/เสาวลักษ์ คงภัคพูน
ชีวิตวัยรุ่นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก้าวข้ามจากเด็กหญิงสู่นางสาว ถือเป็น "วัยอันตราย" ที่พร้อมจะก้าวผิดพลาดได้ทุกเมื่อ ดังเช่นชีวิตของ "ประภานุช รัตนศรี" ที่สลัดเครื่องแบบนักเรียนคอซองเพียงแค่ชั้น ม.3 ข้ามจากเด็กหญิงมาเป็นนาง ทั้งที่มีพ่อแม่เป็นครูอาจารย์แต่กลับเลือกโยนกระเป๋านักเรียนทิ้ง เพียงเพราะฝันว่าชีวิตครอบครัวจะสวยหรูดั่งในละคร เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน อยู่กันแบบพ่อแม่ลูกอันแสนอบอุ่น เธอจึงเลือกใช้ชีวิตคู่กับแฟนหนุ่ม
แม้จะลุ่มๆ ดอนๆ แต่เธอก็ประคับประคองผ่านมาได้นับสิบปี สามีเปิดร้านกระจกอะลูมิเนียมในตัวเมืองอำนาจเจริญ มีลูก 2 คนที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น จู่ๆ พายุร้ายก็พัดโหมให้เธอกลายเป็นคนแพแตก เมื่อสามีถูกจับติดคุกในข้อหาที่เธอไม่อยากจะจดจำและพูดถึงอีก กิจการที่ทำอยู่ก็ต้องปิดตัวลง ปิดฉากชีวิตครอบครัวกับสามีลงตั้งแต่วันนั้น
สิ่งที่คิดถึงแวบแรกในวันที่ชีวิตหมดสิ้นทุกอย่างคือ พ่อกับแม่ "นุช"หอบลูกสองคนขอไปใช้ชีวิตที่บ้านนอก บ้านเดิมของพ่อแม่ โดยไปเรียนนวดแผนโบราณ มารับจ้างนวดพอมีเงินยังชีพที่บ้านนอก นาฬิกาชีวิตในแต่ละวันเดินช้ากว่าคนในเมือง ทำให้มีเวลานั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่ตัวเองก้าวพลาดไป สิบกว่าปีที่ผ่านมา เธอเสียโอกาสไปมาก โดยเฉพาะโอกาสทางการศึกษา ทำให้พ่อแม่ต้องเสียน้ำตา เสียใจที่ลูกของครูอาจารย์ แต่กลับไม่สนใจการเรียน
"นุช" เริ่มเห็นความสำคัญของการศึกษาไปสมัครเรียน กศน.และเรียนต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏ (นอกเวลา) จนจบปริญญาตรี ได้สวมครุยให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ กราบตักพ่อแม่ขอโทษในสิ่งที่กระทำลงไป ทำตัวเกเรไม่เรียนหนังสือ พ่อแม่น้ำตาไหล ปลื้มใจที่ลูกคนนี้คิดได้
"เข้าไปกอดลูกทั้งสองคน ดีใจที่แม่จบปริญญา สัญญากับลูกว่าแม่จะทำดี จะสร้างครอบครัวของพวกเราใหม่ อย่าห่วง จากนั้นก็ทำความดีทุกวันทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ขันอาสาทำงานแทนเพื่อนบ้านทุกเรื่อง จนได้รับตำแหน่งทางสังคมหลายอย่าง ทั้งประธาน อสม.ประจำหมู่บ้าน ประธานกลุ่มก่อตั้งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และอีกหลายๆ หน้าที่ ได้รับคำเยินยอสารพัด มีคนเชียร์ให้ลงสมัครเป็น ส.อบต.จากจุดนี้เองที่ทำให้หลงทาง หลงตัวเอง คิดว่าจะเป็นนักการเมืองน้ำดีเข้าไปทำงาน"
"ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรในเกมการเมือง" เมื่อผลเลือกตั้งออกมา "นุช" สอบตก ได้คะแนนไม่ถึงร้อย รู้สึกช็อกเสียใจที่ชาวบ้านร่วมอุดมการณ์กันมา คำเยินยอสารพัด ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาบ้านเกิดร่วมกัน แต่เมื่อผลเลือกตั้งกลับแพ้คนต่างถิ่นอย่างที่ไม่กล้ามองหน้าใครอีก "นุช" ตัดสินใจเดินทางครั้งใหม่ในชีวิตด้วยการพาลูกทั้งสองคนมาให้พ่อแม่อบรมสั่งสอนดูแล
"ชีวิตเจ็บปวดมากตอนนั้น มีครอบครัวก็ล้มเหลวเดินต่อไม่ได้ พอมีการศึกษา มีปริญญา ก็ไม่ได้ช่วยให้ได้เป็นนักการเมือง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพี่น้องเลย"
เธอออกหางานทำ พบประกาศในหนังสือพิมพ์ มีบริษัทจัดหางานแถวพระโขนง กทม.ต้องการสุภาพสตรีอายุ 18-45 ปีเข้าทำงาน รายได้ 1 หมื่นบาทต่อเดือน จึงเดินทางเข้ากรุงไปสมัครงาน ก็มีนายจ้างจากร้านสปามาคัดเลือก "นุช" ที่มีความรู้เรื่องนวดแผนโบราณมาก่อน จึงถูกเลือกติดกลุ่มไปด้วย และส่งไปฝึกงานนวดบำบัดที่สปาไฮโซแห่งหนึ่ง ก่อนจะไปทำงานประจำที่ร้านนวดในพัทยา
วันหนึ่งได้รับมอบหมายให้นวดบำบัดฝรั่งชาวอิตาลี อายุ 45 เป็นครูสอนนักเรียนชั้นมัธยม เคยแขนหัก ก็นวดให้ตามที่เรียนมา นวดเบาๆ จับเส้นดูแลแขน ใช้น้ำมันทานวดเบาๆ พอจบคอร์สชั่วโมง อาการเจ็บที่แขนของเขาหายเหมือนปลิดทิ้ง เขาสามารถยกขึ้นได้ แกว่งแขนได้ปกติ ก่อนจากกัน เขาขออีเมลบอกว่าจะมาเที่ยวเมืองไทยอีกภายในหนึ่งปีข้างหน้า แต่จะส่งข้อความมาหาบ่อยๆ แล้วเขาก็กลับอิตาลีไป ในชีวิตยังไม่เคยส่งอีเมลให้ใครและยังไม่มีอีเมลเป็นของตนเองสักชื่อเดียว
"ตอนนั้น นุชเลยเขียนอีเมลของฝรั่งคนนั้นส่งไปให้คุณแม่ที่อำนาจเจริญ ขอร้องให้คุณแม่ช่วยสมัครอีเมลให้หนึ่งชื่อ และส่งข้อความไปหาเขาแทนจนกว่านุชจะเก่งภาษา ปรากฏว่า เขาตอบมาจริงๆ เขียนข้อความมาหาบ่อยๆ มาแทบจะทุกวัน นุชแปลไม่ได้ก็ให้คุณแม่ช่วยแปลให้ รู้ว่า เขาชื่อ ดร.วาดเวริบัส สิริโอซาลโว มีความสนใจในตัวนุชมากๆ จะขอนอนด้วยได้ไหม โดยจะเดินทางมาเมืองไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งนุชและแม่ก็ได้ตอบไปว่า ประเพณีไทยถ้าไม่ได้แต่งงานกันจะไม่ได้นอนร่วมกันเด็ดขาด เขาตอบกลับมาว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยพบกัน"
หนึ่งปีตามสัญญาก็ได้เดินทางมาหา เมื่อเจอกันครั้งแรก เขาพาไปซื้อแหวน ซื้อสร้อยคอทองคำที่ร้านทองแห่งหนึ่งในพัทยา ซื้อของฝากที่บอกเป็นของหมั้นไปทั้งหมดแสนสอง พร้อมกับบอกให้ลางาน 7 วัน พาขึ้นเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองไปที่สนามบิน จ.อุบลราชธานี ต่อรถยนต์โดยสารไปที่บ้านคำมะโค้ง ต.สร้างนกทา อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ระยะทาง 84 กม.ประกอบพิธีสู่ขอหมั้นระหว่างนุชกับเขาและฉลองสมรสในคืนนั้นเลย โดยจัดโต๊ะจีน 15 โต๊ะเลี้ยงแขกผู้ใหญ่ เจ้าบ่าวสายฟ้าแลบจากอิตาลีนำเงินสดๆ ใส่ซองแจกญาติพี่น้องอีกซองละ 1,200 บาทรวมทั้งหมด 20 ซอง รุ่งเช้าจึงเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีของไทย
หลังจากแต่งงานอยู่เที่ยวเมืองไทยนาน 2 เดือน ดร.วาดบาริบัส จึงพาภรรยาชาวไทยกลับไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลี ไปรู้จักกับคนในครอบครัว
นุชเป็นภรรยาที่จดทะเบียนสมรส หลังจากที่เอกสารการเข้าเมืองอะไรๆ ถูกต้องทั้งหมด นุชก็ได้ไปอยู่ที่ประเทศอิตาลี ปัจจุบันไปมาระหว่างไทยกับอิตาลี
เขยฝรั่งสารภาพว่า ตอนที่พบกันครั้งแรก หลังกลับจากเมืองไทยพอไปถึงประเทศอิตาลี ทำงานใจไม่มีสุขเลย คิดถึงแต่นุชอยู่ตลอดเวลา ชีวิตเขาแม้จะเคยพบเพื่อนหญิงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจคิดรักเหมือนนุช และพอมาได้รับความเอาใจใส่อย่างดีจากสาวไทย ยิ่งที่ประสบอุบัติเหตุแขนหักก็ได้อาศัยผู้หญิงที่เอาอกเอาใจเก่งดูแลดี เลยตัดสินใจรักสุดๆ แม้ตอนแรกจะทดลองจิตใจสาวไทยคนนี้หลายเรื่องจนจู้จี้ก็ตาม
"นุชสอบผ่านไม่โลภมาก ให้อะไรแค่ไหนก็รับแค่นั้น คบหาดูใจกันก็ไม่เคยคิดกอบโกยเรียกร้องเงินทอง รอเกษียณอายุราชการในอีก 7-8 ปีข้างหน้า จะย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยถาวร จะขอมาอยู่กับเมียไทยตลอดชีวิต"
.....................................
(นวดบำบัดแขน กลับทำ'หัวใจ'อ่อนระทวย : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...สุชาติ สูงเรือง/เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



