ข่าว

เชื่อมขนส่งระบบรางเข้าปทุมธานี

เชื่อมขนส่งระบบรางเข้าปทุมธานี

24 ส.ค. 2556

เชื่อมขนส่งระบบรางเข้าปทุมธานี นำร่องเมืองบริวารสู่โอกาสเศรษฐกิจ : กัมปนาท ขันตระกูล / มัทนา ลัดดาสิริพร ... รายงาน

 

                             ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่จะเกิดขึ้นกับ จ.ปทุมธานี ในปี 2562 สะท้อนถึงการเติบโตของเมืองบริวารคาบเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ก็คือ การพัฒนาให้เกิดระบบขนส่งมวลชนทางราง หรือรถไฟฟ้า ที่จะผ่านพื้นที่ปทุมธานี 2 เส้นทาง คือ โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต อันเป็นแผนงานของกระทรวงคมนาคม เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

                             สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างศึกษาการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชนระยะที่ 1 เขตพื้นที่ปทุมธานี เพื่อการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนระบบรอง และขนส่งมวลชนเสริม เชื่อมโยงพื้นที่โดยรอบของปทุมธานี รองรับโครงข่ายขนส่งทางราง ที่จะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็วในการเดินทาง และกระตุ้นให้หันมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น อันจะทำให้ปทุมธานีเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรองและเสริมที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งทางราง

                             ทั้งนี้ แนวเส้นทางเชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่ปทุมธานี โดยมีศูนย์กลางที่โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถูกกำหนดให้เชื่อมต่อกับถนนพหลโยธิน ถนนรังสิต-ปทุมธานี ถนนรังสิต-นครนายก และถนนคลองหลวง ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต กำหนดให้เชื่อมต่อกับถนนพหลโยธิน และถนนลำลูกกา ขณะเดียวกันจากการศึกษาและวิเคราะห์ปริมาณการจราจรและการเชื่อมต่อการเดินทางบนถนนสายสำคัญ

                             บริษัทที่ปรึกษาได้เสนอแนวเส้นทางที่มีศักยภาพในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรองและเสริม 6 เส้นทาง โดยสายที่ 1-3 จะใช้ระบบขนส่งมวลชนแบบรถประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) มีรูปแบบการเดินรถดังนี้ สายที่ 1 สถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-หออัครศิลปิน เป็นแนวเส้นทางตามทางหลวงหมายเลข 3214 ระยะทาง 13.63 กิโลเมตร มีสถานีทั้งสิ้น 10 สถานี ใช้เวลาในการเดินทาง 34.3 นาที มีความเร็วเฉลี่ยในการเดินรถ 23.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำหนดความถี่ในการเดินรถทุกๆ 2.5 นาที เบื้องต้นกำหนดราคาค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย คาดว่าจะมีผู้โดยสาร 16,700 คนต่อวัน ปีที่เปิดให้บริการคือ 2562

                             พร้อมกันกับรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนแบบรถประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) 2 รูปแบบ คือ BRT บนทางวิ่งยกระดับ ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร เริ่มจากจุดเริ่มต้นโครงการที่สถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ไปจนถึงบริเวณคลองสาม และ BRT บนทางวิ่งระดับพื้นร่วมกับการจราจรทั่วไประยะทาง 4.1 กิโลเมตร เริ่มจากคลองสาม จนไปถึงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณคลองห้า

                             สายที่ 2+3 (พัฒนาร่วมกัน) ระยะแรก เมืองปทุมธานี-คลองหนึ่ง ด้วยเส้นทางสายที่ 2 และ 3 มีจุดเชื่อมต่อกัน ณ สถานีรังสิต ของรถไฟชานเมืองสายสีแดง ซึ่งสามารถพัฒนาร่วมกันเป็นเส้นทางเดียวกันได้ ในระยะแรกจึงเสนอให้ดำเนินการในช่วงเมืองปทุมธานี-คลองหนึ่ง ตามแนวทางหลวงหมายเลข 346 (ถนนรังสิต-ปทุมธานี) เริ่มจากบริเวณศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ไปตามถนนรังสิต-ปทุมธานี ผ่านสถานีรังสิตของรถไฟชานเมืองสายสีแดง จนสิ้นสุดที่บริเวณคลองหนึ่ง มีความยาวรวม 16.4 กิโลเมตร มีสถานีทั้งสิ้น 14 สถานี ใช้เวลาในการเดินทาง 46.3 นาที ความเร็วเฉลี่ย 20.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

                             มีความถี่ในการเดินรถทุกๆ 2.5 นาที กำหนดราคาค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 24,900 คนต่อวัน ในปีที่เปิดให้บริการ (2561) ส่วนระบบขนส่งมวลชนที่จะรองรับเป็นแบบรถประจำทาง ด่วนพิเศษ (BRT) 3 รูปแบบ คือ BRT บนทางวิ่งระดับพื้นร่วมกับการจราจรทั่วไป ระยะทาง 6.3 กิโลเมตร BRT บนทางวิ่งระดับพื้นแยกจากการจราจร ทั่วไประยะทาง 3.7 กิโลเมตร และ BRT บนทางวิ่งยกระดับ ระยะทาง 6.8 กิโลเมตร

                             สายที่ 2+3 (พัฒนาร่วมกัน) ระยะที่สอง คลองหนึ่ง-ธัญบุรี ในระยะที่ 2 ของการพัฒนาเส้นทางสายที่ 2+3 ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายที่ไปธัญบุรี จะเริ่มดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนงานของโครงการทางหลวงสายปทุมธานี-รังสิต-องครักษ์ นครนายก ของกรมทางหลวง และแผนงานโครงการทางพิเศษเชื่อมถนนวงแหวนรอบนอก
กรุงเทพฯ ด้านตะวันตกและด้านตะวันออก แนวเส้นทางจะเกาะตามแนวทางหลวงหมายเลข 346 (ถนนรังสิต-นครนายก) ระยะทาง 11.4 กิโลเมตร รวม 6 สถานี โดยเป็นระบบขนส่งมวลชนแบบรถประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) บนทางวิ่งระดับพื้น แยกจากการจราจรทั่วไปกับโครงการสะพานข้าม

                             สำหรับสายที่ 4-6 จะเป็นระบบขนส่งมวลชนเสริม ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งรถสองแถว รถตู้โดยสาร หรือรถเมล์ขนาดเล็ก โดยมีรายละเอียดแนวเส้นทาง ดังนี้ สายที่ 4 ถนนคลองหลวง-ถนนรังสิต-นครนายก เป็นแนวเส้นทางตามแนวถนนเลียบคลองสองและถนนเลียบคลองสาม ระยะทาง 20.7 กิโลเมตร สายที่ 5 ถนนลำลูกกา-ถนนรังสิต-นครนายก เป็นแนวเส้นทางตามแนวทางหลวงชนบทหมายเลข ปท.3005 ถนนรังสิต-นครนายก ระยะทาง 14.4 กิโลเมตร, สายที่ 6 สถานีคูคต-วงแหวนรอบนอก เป็นแนวเส้นทางตามแนวทางหลวงหมายเลข 3312 ระยะทาง 7.9 กิโลเมตร  

                             "เราประเมินค่าก่อสร้างเบื้องต้น มูลค่าการลงทุนและค่าใช้จ่ายในสายที่ 1 สถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-หออัครศิลปิน 4,400 ล้านบาท ส่วนสายที่ 2+3 ระยะแรก เมืองปทุมธานี-คลองหนึ่ง อยู่ที่ 3,980 ล้านบาท โดยผลวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ถือว่ามีความคุ้มค่า ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญช่วยให้เกิดการพัฒนาการใช้ที่ดินบริเวณแนวเส้นทางและสถานี จูงใจให้เกิดการลงทุนเกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ" ชัยวัฒน์ ทองคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ให้ความเห็น

                             ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบขนส่งมวลชนในปทุมธานี คือ การพึ่งพา รถโดยสารประจำทาง รถตู้ รถสองแถว ดังนั้นการเกิดขึ้นของโครงการขนส่งทางรางผ่านปทุมธานีใน 2 เส้นทาง จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ขั้นตอนของ สนข.ในขณะนี้ก็คือ เปิดเผยผลการศึกษา การเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชน เขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยเน้นพื้นที่หลักบริเวณเชื่อมต่อกับสถานีของรถไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการ 6 เส้นทาง ส่วนโครงข่ายขนส่งระบบรองที่จะเข้ามารองรับคือ BRT ใน 3 รูปแบบ วิ่งร่วมช่องจราจรทั่วไป วิ่งช่องทางเฉพาะ และวิ่งยกระดับ

                             ชลิดา ประดิษฐ์กุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า แม้ว่าโครงการนี้ไม่เข้าข่ายการจัดทำรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่งานด้านสิ่งแวดล้อมก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือกแนวเส้นทางด้วย โดยหลังจากที่ได้แนวเส้นทางที่ชัดเจนและมีระบบที่เหมาะสมแล้ว ก็จะนำมาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เพื่อหามาตรการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อมคือ พื้นที่อ่อนไหว เช่น สถานศึกษา สถานพยาบาล ศาสนสถาน ซึ่งในพื้นที่โครงการมีสถานที่เหล่านี้อยู่หลากหลายแห่ง ลำน้ำก็เช่นกัน ต้องมีการศึกษาว่าโครงการจะส่งผลกระทบต่อลำน้ำด้วยหรือไม่

                             เป็นภาพของการพัฒนาระบบขนส่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับปทุมธานี

 

 

--------------------------

(เชื่อมขนส่งระบบรางเข้าปทุมธานี นำร่องเมืองบริวารสู่โอกาสเศรษฐกิจ : กัมปนาท ขันตระกูล / มัทนา ลัดดาสิริพร ... รายงาน)