
'จารุพงศ์'แจงโยก'ภาณุ'นั่งผู้ตรวจฯ
'มท.1' แจงโยก 'ภาณุ' นั่งผู้ตรวจฯ มอบนโยบายผวจ.ทั่วประเทศ ทำแผนยุทธศาสตร์เปิดโอกาสทุกฝ่ายมีส่วนร่วม สั่งขยายเวลาสอบคลิปเสียง 'ผวจ.อีสาน' รับสินบน
22 ส.ค.56 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผวจ.ซึ่งครม.ได้เห็นชอบไปเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เเละบางจังหวัดที่ประชาชนไม่พอใจที่มีการโยกย้ายผวจ.ในพื้นที่จึงออกมาเคลื่อนไหวว่า การมีคนเสียดายผู้ว่าฯ ตนสบายใจ เพราะแสดงว่าผวจ.เป็นคนดี เพราะเมื่อมีคนเสียใจหรือไม่อยากให้ผวจ.ย้ายเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ถึงที่สุดแล้วก็ต้องเป็นไปตามกลไกที่เป็น สิ่งที่มหาดไทยกลัวที่สุดเวลาโยกย้ายผวจ.หรือนายอำเภอคือมีคนมาพูดว่า “ท่านไปแล้วผมตายแน่” หรือ“ท่านไม่มาผมตายแน่” ถ้าคนมาพูดแบบนี้คงต้องระวังให้ดี
เมื่อถามว่า เหตุใดในการแต่งตั้งโยกย้ายผวจ.ครั้งนี้ ถึงเว้นบางจังหวัดไว้ นายจารุพงศ์ กล่าว่า การโยกย้ายในตำแหน่งระดับ 10 ครั้งนี้มีถึง 17 ตำแหน่ง จำเป็นต้องมีการสับเปลี่ยนคนที่เคยเป็นผวจ.อยู่แล้วยังไม่เกษียณอายุราชการให้มาลงในจุดที่พอเหมาะพอควร เพื่อให้มีตำแหน่งว่าง ซึ่งที่สุดแล้วจะมีการเปิดสอบให้ระดับ 9 ขึ้นระดับ 10 คือตำแหน่งรองผวจ.หรือรองอธิบดีขึ้นมาเป็นตำแหน่งบริหาร
“เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเขย่า ต้องเสียบต้องเปลี่ยน ซึ่งมันไม่จำเป็นว่าต้องเสร็จหมดทุกคน มีบางตำแหน่งที่ต้องดูความเหมาะสมอย่างจังหวัดที่สำคัญต้องวิเคราะห์กันให้เหมาะสม ผมเป็นคนแต่งตั้งรู้ดี อย่างจังหวัดใหญ่คนที่ความสามารถไม่ถึงอยากไปอยู่ เช่น จ.เชียงใหม่ แต่เรารู้ว่าเขายังกระดูกอ่อนอยู่ แต่คนที่กระดูกแข็งมีความสามารถ เขาไม่อยากไปเพราะเขารู้ว่าต้องเจองานหนัก ต้องเหนื่อย รับแขกเยอะไม่ค่อยมีเวลา คนบางคนที่เขาไม่ชอบสังคมเกินไป เขาก็อยากอยู่เงียบๆ คนที่อยากไปมีเยอะ แต่ยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเรา บางคนอาจหวังหรือปรารถนาสูงกว่านั้น แต่พอไม่ได้ก็ไม่ไป ถือเป็นเรื่องธรรมดา เรามองแล้วเราไม่ได้หลับหูหลับตาเอาใครเสียบเลยไม่ได้” นายจารุพงศ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีให้นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นเพราะมีความผิดอะไรหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ไม่มีความผิด โดยนายจารุพงศ์ ได้ขอให้นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงแทนว่า ตำแหน่งของนายภาณุ คือรองปลัดกระทรวงฝ่ายกิจการพิเศษ โดยมีมติให้คงตำแหน่งนี้ไว้เป็นการชั่วคราวเมื่อครบกำหนดเวลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) พิจารณาเห็นสมควรไม่ให้คงตำแหน่งนี้ไว้ โดยมีผลในวันที่ 30 ก.ย.56 จึงจำเป็นต้องให้นายภาณุคงอยู่ในตำแหน่งระดับเดียวกัน แต่เนื่องจากยังไม่มีตำแหน่งที่เหมาะสมพอ ประกอบกับนายภาณุมีประโยชน์อย่างมากกับงานดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงจึงทำเรื่องถึงสำนักงานกพ. เพื่อให้ได้ตำแหน่งระดับบริหารสูง คือเป็นตำแหน่งระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง ซึ่งเรื่องอยู่ระหว่างสำนักงานกพ.พิจารณาตามขั้นตอน กระทรวงพยายามผลักดันเต็มที่เพราะงานภาคใต้เป็นงานสำคัญ
นายวิบูลย์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันตำแหน่งอื่นที่ว่างลงก็ต้องเปิดให้มีการสอบจึงต้องให้นายภาณุลงมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ซึ่งหากการกำหนดตำแหน่งเสร็จสิ้นนายภาณุจะได้เลื่อนไปรับตำแหน่งใหม่ ซึ่งเป็นศักดิ์ศรีที่นายภาณุเคยดำรงตำแหน่งมา โดยจะให้รับผิดชอบงานเดิมคืองานภาคใต้ โดยตำแหน่งที่วางไว้ในขณะนี้คือหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงหาดไทยซึ่งอาจจะมีความสำคัญในความรับผิดชอบมากกว่างานภาคใต้ ทั้งนี้ เบื้องต้นการกำหนดตำแหน่งใหม่ของนายภาณุน่าจะเสร็จสิ้นทันภายในเดือนกันยายนนี้
'มท.1' มอบนโยบาย ผวจ.ทั่วประเทศ
รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายให้กับผวจ.ทั่วประเทศ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัดและกลุ่มจังหวัดสู่การบรรลุผลอย่างยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์ ให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ผวจ. ทุกภาคส่วน อาทิ หอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด สามารถแปลงยุทธศาสตร์ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เครื่องมือการวิเคราะห์กลยุทธ์รูปแบบใหม่ เพื่อให้สามารถจัดทำโครงการที่ตอบสนองยุทธศาสตร์ได้อย่างแท้จริง รวมถึงเพื่อให้การทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดและพัฒนากลุ่มจังหวัดที่ได้มีการจัดทำไปแล้ว
โดยนายจารุพงศ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกภาคส่วนของจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมบริหารแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดให้ตรงตามยุทธศาสตร์ประเทศที่รัฐบาลกำหนดไว้ ถึงแม้ผวจ.จะเกษียณอายุราชการหรือโยกย้าย แผนจะต้องคงอยู่โดยไม่ปรับเปลี่ยน หรือปรับเปลี่ยนน้อยที่สุด และจังหวัดต้องบูรณาการแผนกับกระทรวง โดยนายอำเภอต้องทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกันกับแผนของจังหวัด โดยนำเอาสิ่งที่รัฐบาลแะหน่วยงานกลางวางไว้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนให้เป็นเอกภาพ ทั้งนี้ ขอให้นายอำเภอทำแผนยุทธศาสตร์ตำบล เพื่อให้การพัฒนาท้องถิ่นมีเอกภาพระหว่างการทำงานของกำนันและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น รวมถึงให้ความสำคัญกับการจัดเก็บและทำข้อมูลสารสนเทศ โดยใช้เทคโนโลยีมาจัดเก็บข้อมูล
'มท.1' สั่งขยายเวลาสอบคลิปเสียง 'ผวจ.อีสาน' รับสินบน
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ กล่าวถึงการตรวจสอบคลิปเสียงของนายวันชัย สุทธิวรชัย ผวจ.อุบลราชธานี ที่มีการเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการของจังหวัด ว่า นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้นำรายงานส่งให้ตนแล้ว โดยเมื่อดูแล้วการสอบยังไม่ชัดเจนจึงให้ได้สั่งสอบเพิ่มเติม ซึ่งผวจ.อุบลราชธานีก็ยอมรับว่าเป็นเสียงของนายวันชัยจริง แต่เชื่อว่ามีการตัดต่อ จึงต้องทำการสอบสวนต่อว่าในเสียงที่พูดคุยในคลิปดังกล่าวพูดคุยอยู่กับใคร มีใครอยู่ในที่นั้นบ้าง ทั้งนี้ ตนได้สั่งให้เร่งดำเนินการ เพราะสิ่งที่นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รายงานมาเบื้องต้นยังไม่เพียงพอ
ส่วนประเด็นเรื่องการตัดต่อหรือไม่นั้น จะต้องทำการตรวจสอบทางเทคนิค เพื่อดูระดับคลื่นเสียง หากมีการตัดต่อจริงจะพิสูจน์ชัดได้ด้วยเทคโนโลยี เมื่อถามว่าในพื้นที่จังหวัดที่ถูกระบุมีกลุ่มมวลชนออกมาเคลื่อนไหวแสดงความไม่พอใจโดยเห็นว่าสร้างความด่างพร้อยในการปฏิบัติหน้าที่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ทำได้อยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญขอเพียงอย่าให้ออกนอกกรอบของกฎหมายเท่านั้น
ด้านนายวิบูลย์กล่าวว่า การตรวจสอบเพิ่มเติมนั้นจะมีคณะกรรมการเข้าไปดูแล มีข้าราชการระดับที่สูงกว่าผวจ.หรืออยู่ในระดับเดียวกันเป็นประธานคณะกรรมการ โดยให้เร่งดำเนินการเพื่อนำรายงานเสนอรมว.มหาดไทย



