ข่าว

รวบเอเย่นต์'ยาบ้า-ไอซ์'ค่ากว่า45ล.

รวบเอเย่นต์'ยาบ้า-ไอซ์'ค่ากว่า45ล.

22 ส.ค. 2556

จนมุม! ตำรวจสัตหีบรวบเอเย่นต์ค้า 'ยาบ้า-ไอซ์' มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท อีกคดี ตำรวจภูธรภาค3 รวบแก๊งค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 9 หมื่นเม็ด

 

                          22 ส.ค.56 ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ,พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง และพ.ต.อ.สุวิชาญ ณาญกิตติกุล รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ,พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ใน จ.ชลบุรี นางกัญณ์อรนิสา หรืออิ๋ว ศรีดาวเรือน อายุ 53 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าที่สยามสแควร์ กรุงเทพฯ บ้านเดิมอยู่ที่ 35 ซอยพึ่งมี แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

                          พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 50,000 เม็ด ยาไอซ์กว่า 11 กิโลกรัม สารตั้งต้นในการผลิตยาไอซ์ รถเก๋งเซฟโรเล็ต รุ่นอาร์วีโอ หมายเลขทะเบียน กจ 4692 ร้อยเอ็ด และกล่องขนมและกล่องนมเด็กจำนวนหนึ่งที่ใช้ในการส่งยาเสพติด มูลค่ายาเสพติดที่จับกุมได้ในครั้งนี้กว่า 45 ล้านบาท สำหรับยาบ้าที่จับกุมมีตรามือจับกัง กับตราเพชร คาดว่าจะส่งมาจากทางประเทศลาวและทางภาคเหนือของประเทศไทย

                          พฤติการณ์การจับกุมครั้งนี้ตำรวจ สภ.สัตหีบได้จับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ อ.สัตหีบ หลังจากนำตัวมาสอบสวนได้ให้การรับสารภาพว่าได้ซื้อมาจากนางกัญณ์อรนิสา โดยจะขับรถเก๋งเซฟโรเล็ต รุ่นอาร์วีโอ หมายเลขทะเบียน กจ 4692 ร้อยเอ็ด มาส่งยาเสพติด จึงได้ให้สายล่อซื้อประสานงานกับนายเก่งพ่อค้ายาเสพติดเพื่อขอซื้อยาไอซ์ 200 กรัม และนัดส่งที่บริเวณปากทางเข้าอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

                          เมื่อถึงเวลานัดหมายนางกัญณ์อรนิสาได้นำยาไอซ์มาส่งด้วยตนเอง ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมพร้อมทั้งขยายผลได้ยาบ้าเพิ่มอีก 40,000 เม็ด บริเวณริมถนนสาย 7 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นอกจากนี้ยังได้นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นห้องพักของนางกัญณ์อรนิสาที่ห้อง 211 ฟอมาต้าคอนโด ซอยพึ่งมี แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ได้ยาไอซ์ 10.80 กิโลกรัม และยาบ้าเพิ่มอีก 10,000 เม็ด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา

                          นางกัญณ์อรนิสา ศรีดาวเรือน ผู้ต้องหากล่าวทั้งน้ำตาว่า ปกติจะขายเสื้อผ้าที่สยามสแควร์ ต่อมาได้พอดีมารู้จักกับผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งได้ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลยาเสพติดและให้ส่งให้กับลูกค้า เนื่องจากเธอมีปัญหาทางการเงิน ต่อมาคิดจะเลิกจึงถูกขู่ฆ่า จึงต้องฝืนทำ ปกติจะมีลูกน้องไปส่งยาเสพติดตามที่มีการโทรศัพท์สั่งมา การถูกจับในครั้งนี้เนื่องจากลูกน้องไม่อยู่จึงต้องมาส่งด้วยตนเอง ส่วนค่าจ้างยาบ้ามัดละ 2,000 เม็ดจะได้เงิน 2,500 บาท หากเป็นยาไอซ์กิโลกรัมละ 1 แสนบาท สำหรับยาเสพติดทั้งหมดเป็นของเครือข่ายนายเก่งและนางเล็ก ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริ ซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่ายของนายแสน และนายบอล โดยจะมีการโทรศัพท์นำยามาส่งให้ตามริมถนนสายต่างๆใน จ.ชลบุรี หลังจากนั้นไปรับยามาเก็บไว้ เมื่อมีการสั่งซื้อก็จะนำไปส่งให้กับลูกค้า

                          ด้าน พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรีกล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นรายใหญ่ใน จ.ชลบุรี มีมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท จึงสั่งการให้มีการขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายให้ได้ทั้งหมดภายใน 1 เดือน

 

นครราชสีมา-ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 9 หมื่นเม็ด

 

                          วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุ  บูรณะศิริ รอง ผบช.ภ.3 , พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นม. , พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.3 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก็งค้ายาบ้า ได้ผู้ต้องหารวม 7 คน คือ นายคมสัน เพชรฤทธิ์ อายุ 39 ปี , นายสังคม แก้วศรี อายุ 31 ปี , นายประกอบการณ์ สุพรรณเมือง อายุ 30 ปี , นางสาวศิริพรรณ ศิริผล อายุ 20 ปี , นางสาวเยาวภา ศิริผล อายุ 24 ปี , นายสยาม สันเต๊ะ อายุ 37 ปี และนางสาวขวัญฤทัย วัฒนะ อายุ 37 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 90,000 เม็ด, ยาไอซ์ 3 ห่อ น้ำหนักประมาณ 300 กรัม, รถยนต์เก๋ง และกระบะรวม 4 คัน, เงินสด 100,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง

                          สืบเนื่องจากคืนวันที่ 21 ส.ค.56 ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ตั้งด่านตรวจบริเวณถนนสายโชคชัย-หนองบุญมาก พบนายคมสันผู้ต้องหาคนแรกขับรถยนต์กระบะผ่านมา จึงขอตรวจปัสสาวะพบว่าฉี่สีม่วง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้โดยการตรวจเช็คจากโทรศัพท์มือถือของนายคมสันฯ เนื่องจากมีการโทรติดต่อในช่วงเวลาที่ไม่ห่างกัน เบอร์โทรศัพท์หลายหมายเลข อีกทั้งในระหว่างการสอบสวนได้มีการโทรประสานถึงเส้นทางว่ามีจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการขยายผลการจับกุมและสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาพร้อมกับยึดของกลางยาเสพติดได้ทั้งหมด

                          โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาบ้ามาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านผ่านเข้ามาทางจังหวัดอำนาจเจริญ ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะได้รับการประสานมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อและนามสกุล ที่จะเป็นผู้ที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านโดยตรง ซึ่งยาเสพติดทั้งหมดเตรียมนำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                          เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้งหมดมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า และยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับจะเร่งติดตามขยายผลหาเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดที่เหลือต่อไป