ข่าว

'ยะใส'ชี้4ปมแก้ที่มาส.ว.ส่อขัดรธน.

'ยะใส'ชี้4ปมแก้ที่มาส.ว.ส่อขัดรธน.

22 ส.ค. 2556

'สุริยะใส' ชี้ 4 ปม แก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.ส่อขัดรธน. ฟันธงเปลี่ยนรูปแบบรัฐ สถาปนาอำนาจเดี่ยว ไร้การถ่วงดุลตรวจสอบ

 

                          22 ส.ค.56 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) กล่าวถึงการประชุมรัฐสภาวาระ 2 เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ว่า ถ้าติดตามตลอดทั้ง 3 วัน จะพบชัดเจนว่ามีโอกาสขัดรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 4 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก คือ ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ที่กำหนดให้ ส.ส.- ส.ว.ปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือห้ามมีส่วนได้ส่วนเสียในการทำหน้าที่ แต่จากการอภิปรายเห็นชัดเจนว่าหลายคน โดยเฉพาะ ส.ว.ที่กำลังจะหมดวาระลงในวันที่ 2 มี.ค.2557 สนับสนุนร่างแก้ไขฯ เพราะต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งหรือกลับมาเป็น ส.ว.อีก แม้แต่ประธานวุฒิสภานายนิคม ไวยรัชพานิช ก็สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า อยากให้ร่างแก้ไขฯ เสร็จก่อนหมดวาระ เพื่อจะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว.ต่ออีกสมัย ซึ่งเท่ากับเป็นการสารภาพผิดกลางสภาฯ อย่างชัดเจน

                          นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า 2.การเปลี่ยนที่มา ส.ว. ตามร่างแก้ไขฯ ที่กำลังอภิปรายกันอยู่ หมิ่นเหม่ว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 291(1) วรรค 2 ที่ระบุว่าญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะเสนอมิได้ แต่การแก้ไขที่มา ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งและไม่มีหลักประกันของความอิสระจากพรรคการเมือง เท่ากับปล่อยให้พรรคและกลุ่มการเมืองถือทั้งอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติและอำนาจถ่วงดุลตรวจสอบไปในคราวเดียวกันได้ ทำให้รูปแบบของรัฐกลายเป็นรัฐอำนาจเดี่ยวเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สวนทางกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ออกแบบรัฐให้มีธรรมาภิบาล

                          3.ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังไม่ครบกระบวนความพิจารณาในวาระที่ 1 เพราะยังมีญัตติขอให้ขั้นกรรมาธิการแปรญัตติ 60 วัน ค้างอยู่ แต่นายสมศักดิ์ ประธานที่ประชุมชิงปิดประชุมเพราะไม่ครบองค์ประชุมและที่ประชุมมากำหนดกรอบแปรญัตติใหม่แค่ 15 วัน ซึ่งถือว่ามีปัญหาไม่ครบองค์ประชุมและไม่ครบกระบวนความพิจารณาตามวาระที่ 1 อย่างสมบูรณ์ และศาลรัฐธรรมนูญก็เคยวินิจฉัยยกเลิกกฏหมายฉบับที่องค์ประชุมไม่ครบมาแล้ว และ 4.เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการลงประชามติของประชาชน หรืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญมาจากประชาชน ฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะแก้ทั้งฉบับหรือแก้เป็นรายมาตรา ก็ต้องจัดทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชนก่อน