ข่าว

สกัดจับ'ไม้พะยูง'ยึด153ท่อน

สกัดจับ'ไม้พะยูง'ยึด153ท่อน

22 ส.ค. 2556

ศป.สน.ตร.ประสาน ตร.ทล.ขอนแก่น สกัดรถบรรทุกขนไม้พะยูงยึด 153 ท่อน ขณะที่อุบลราชธานี พบไม้พะยูง 49 ท่อน ซุกสระน้ำร.ร.

 

                             22 ส.ค. 56  เมื่อเวลา 00.10 น.  ร.ต.อ.พรชัย แสงศิลา รอง สว.ส.ทล.2 กก..4 บก.ทล. พร้อมด้วยทีมชุดจับกุมนำนายเตรียมศักดิ์ วารี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม. 1 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร และนายบุญเฮียง คำสีทา อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 154 ม.9 ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ส่งร้อยเวร สภ.เมืองขอนแก่น หลังจากได้ทำการจับกุมทั้ง 2 คนพร้อมของกลางไม้พะยูง จำนวน 153 ท่อน ที่บรรทุกในรถสิบล้อเพื่อไปส่งที่ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ

                             ร.ต.อ.พรชัย เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก ชุดปฏิบัติการปราบปรามการโจรกรรมสินค้าทางน้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.สน.ตร.) ให้สกัดการลักลอบขนไม้พะยูงผ่านเขตจังหวัดขอนแก่นตามเส้นทางถนนมิตรภาพเพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดบึงกาฬ และส่งไม้ให้พ่อค้าส่งไปประเทศ สปป.ลาว โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 70-1803 อุบลราชธานี จึงสังเกตเฝ้าดู ที่หน้าสถานีตำรวจทางหลวงขอนแก่น โดยไม่ตั้งด่านเพื่อให้เป็นที่สงสัยและหลบเลี่ยงได้

                             จนกระทั่งรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-1803 อุบลราชธานี ปิดคลุมด้วยผ้าใบ ซึ่งตรงกับที่ได้รับแจ้ง วิ่งผ่านมา จึงได้ขับรถตามและส่งสัญญาณให้จอดที่หน้าปั๊มน้ำมันห่างจากสถานีตำรวจทางหลวงประมาณ 500 ม. เพื่อทำการตรวจค้น ซึ่งนายเตรียมศักดิ์ วารี คนขับรถได้จอดให้ตรวจค้นโดยไม่มีอาการขัดขืน และเมื่อเปิดผ้าใบออกพบท่อนไม้บรรทุกจำนวนหลายท่อนสงสัยว่าจะเป็นไม้พะยูง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาร่วมทำการตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจทางหลวงขอนแก่น 

                             เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นไม้พะยูง มีทั้งไม้เก่าและไม้ใหม่ปะปนกัน นับรวมได้ 153 ท่อน หรือ ปริมาตรรวมไม่น้อยกว่า 5 ลบ.ม.

                             ขณะที่กำลังตรวจนับได้มีรถยนต์วิ่งเข้ามาจอดที่ริมถนนด้านหน้าสถานี ส่งนายบุญเฮียง คำสีทา แล้ววิ่งออกไป นายบุญเฮียง ได้เดินเข้ามาหาเจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อและต่อรองขอไม้ออกไป โดยอ้างตัวว่ารับจ้างเป็นผู้นำทาง และยังเป็นผู้ติดต่อว่าจ้าง นายเตรียมศักดิ์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถบรรทุกขนไม้พะยูงจากจังหวัดสระแก้วเพื่อไปนำส่งที่ ท่าน้ำแม่น้ำโขง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เพื่อไปส่งให้ลูกค้าชาวลาว เป็นเงินค่าจ้างจำนวน 33,000 บาท

                             แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอม นายบุญเฮียงก็ยังพยายามต่อรองขอเฉพาะท่อนที่ใหม่ที่สุด แต่ก็ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงพยายามสอบถามถึงเจ้าของที่แท้จริงแต่ไม่ยอมบอก แต่ได้บอกว่ามีผู้ร่วมขบวนการหลายจุด โดยจะมีผู้รวบรวมตระเวนหาซื้อไม้และรวบรวมไว้เมื่อได้ตามจำนวน ก็จะไปรับถึงที่ ซึ่งไม้ทั้งหมดนี้ซื้อมาในราคาประมาณ 5 แสนบาท แต่ถ้าถึงมือพ่อค้าชาวลาวจะขายได้ราคาประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งพ่อค้าชาวลาวจะส่งไปขายต่อประเทศจีน และจะมีราคาสูงขึ้นไปปี กว่า 10 เท่า จึงได้ควบคุมตัวไว้และนำส่งเจ้าร้อยเวรเพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

 

'อุบลราชธานี' ยึดไม้พะยูง 49 ท่อนซุกในสระน้ำโรงเรียน

 

                             เมื่อเวลา 06.00 น.  พ.ต.ท.ภัทรพล โภธิอะ.รองหัวหน้าชุดปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี สืบทราบว่ามีกลุ่มนายทุนลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้มนำไปซ่อนอยู่ในสระน้ำโรงเรียนบ้านเวินบึก ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ก่อนที่จะนำส่งข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

                             เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โขงเจียม รุดไปตรวจสอบที่บริเวณสระน้ำของโรงเรียนบ้านเวินบึก ตามที่ได้รับแจ้ง พบไม้พะยูงจำนวนมากถูกนำมาซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้นำไม้พะยูงขึ้นจากน้ำ มีทั้งหมด 49 ท่อน ขนาดยาวท่อนละประมาณ 2 เมตร จึงได้ทำการตรวจยึดนำไม้ของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.โขงเจียม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

                             นายจักริน แก้วโบราณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเวินบึก กล่าวว่าหลังทราบเหตุว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพบไม้พะยูงซุกซ่อนในสระน้ำอยู่ภายในโรงเรียน ได้ทำการเรียกประชุมครูและบุคลากร นักการภารโรง เพื่อสอบข้อเท็จจริงว่าไม้พะยูงนี้ใครมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการแต่มีสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาซุกซ่อนได้อย่างไร พร้อมทั้งจะได้รายงานชี้แจงให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 ทราบ