
ค้นเรือนจำ'บุรีรัมย์'นักโทษฉี่ม่วง15ราย
บุกจู่โจมตรวจค้นกวาดล้างยาเสพติดและสิ่งผิดกม.ในเรือนจำบุรีรัมย์ พบโทรศัพท์มือถือ สมุดรายชื่อเครือข่ายค้ายา อุปกรณ์การเสพ ของมีคม นักโทษฉี่สีม่วง 15 ราย
22 ส.ค.56 นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยุทธ โพธิ์แก้วกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ได้สนธิกำลังหลายฝ่าย ทั้งตำรวจภูธรจังหวัด ทหาร อส. ฝ่ายปกครอง และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 100 นาย บุกเข้าจู่โจมตรวจค้นยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำ ทั้งเรือนนอน สิ่งของ เครื่องใช้ และจุดเสี่ยงที่คาดว่าจะมีการซุกซ่อนยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมทั้งได้มีการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติผู้ต้องขังทั้งชาย และหญิงกว่า 1,100 คน เพื่อป้องกันกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดใช้เป็นฐานการจำหน่าย หรือลักลอบนำยาเสพติดเข้าไปขายให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ
จากการเข้าตรวจค้นภายในเรือนจำครั้งนี้ สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ หมายเลขบัญชีธนาคาร สมุดรายชื่อเครือข่ายในการติดต่อซื้อขายยาเสพติด อุปกรณ์ในการเสพยาเสพติด อาวุธมีด ของมีคม และสิ่งของต้องห้าม ที่ผู้ต้องซุกซ่อนไว้ตามล็อคเกอร์ และเรือนนอนมากกว่า 100 รายการ ส่วนการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดเบื้องต้นพบผู้ต้องขังชาย มีปัสสาวะสีม่วงจำนวน 15 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ส่งให้ทางสาธารณสุขตรวจยืนยันผลอีกครั้งว่ามีสารเสพติดหรือไม่หากพบผู้ต้องขังรายใดมีสารเสพติดในร่างกายก็จะดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดเพิ่มเติมพร้อมจะขยายผลถึงผู้ค้าอีกด้วย
นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า การเข้าจู่โจมตรวจค้นเรือนจำถือเป็นอีกมาตรในการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจู่โจมตรวจค้นเป็นประจำทุกเดือน ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ได้มีแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้การขับเคลื่อนของศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดทั้งการกวาดล้าง ปราบปราม จับกุม และบำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ค้นเรือนจำเบตง - ไม่พบสิ่งผิดกม.
ที่เรือนจำกลางอำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายศุภริศ เพชรกาฬ นายอำเภอเบตงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน และฝ่ายปกครอง กว่า 80 นาย สนธิกำลังจู่โจมเข้าตรวจค้นยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย ในเรือนจำอำเภอเบตง โดยมีนายวัชรวิทย์ วชิรเลอพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ อำนวยการควบคุมการตรวจค้น เพื่อป้องกัน และปราบปรามไม่ให้ผู้ต้องขังมีการกระทำความผิดภายในเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในเรือนนอน ชั้นเก็บของของผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง รวมไปถึงบริเวณรอบๆ ทุกจุดภายในเรือนจำอย่างละเอียด
ทั้งนี้ มีนักโทษชาย-หญิงที่ถูกคุมขังในเรือนจำอำเภอเบตง จำนวนทั้งสิ้น 298 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รองลงมาคดี อาชญากรรม และลักทรัพย์ ซึ่งจากการตรวจค้นไม่ปรากฏสิ่งผิดกฎหมาย
นายศุภริศ กล่าวว่า การจู่โจมตรวจค้นเรือนจำครั้งนี้ เป็นการประสานกัน 3 ฝ่าย เนื่องจากที่ผ่านมา หลังการจับกุมคดียาเสพติดหลายครั้ง ส่วนใหญ่พบว่ามีความเชื่อมโยง และมีผู้สั่งการมาจากผู้ต้องขังในเรือนจำ อีกทั้งผู้ต้องขังเองพยายามที่จะลักลอบนำยาเสพติดรวมไปถึงสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในเรือนจำ จึงต้องมีการตัดช่องทางเพื่อไม่ให้คนที่อยู่ข้างนอก หรือเครือข่ายยาเสพติดกับผู้ต้องขังระดับสั่งการได้สื่อสารกัน และไม่ใช่แค่เพียงในเรือนจำเท่านั้น ตามด่านตรวจ จุดสกัด ตามเส้นทางต่างๆ เพื่อปิดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักค้ายาเสพติดทั้งชาวไทยและมาเลเซียได้หลายรายพร้อมของกลางจำนวนมาก



