ข่าว

หวิดสภาวุ่น!'สว.ลต.-สรรหา'สาวไส้กันเอง

หวิดสภาวุ่น!'สว.ลต.-สรรหา'สาวไส้กันเอง

22 ส.ค. 2556

จับตา!ถกแก้'รธน.'ต่อวันที่3 'สามารถ'เชื่อวันนี้ผ่านม.3-'ปู'เข้าทำเนียบแล้ว ล่าสุดหวิดสภาวุ่น'สว.เลือกตั้ง-สรรหา'สาวไส้กันเอง

                22 ส.ค.56 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่...) พ.ศ... เกี่ยวกับที่มาของ สว. วาระ 2 วันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการพิจารณา โดยจะเริ่มเวลา 10.00 น. หลังจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม สั่งพักประชุมเมื่อเวลา 22.10 น. คืนที่ผ่านมา (21) โดยยังคงอยู่ที่การพิจารณามาตรา 3 ว่าด้วยที่มาและจำนวน สว.จากการเลือกตั้ง 200 คน ซึ่ง สส. และ สว. ส่วนใหญ่ ไม่ติดใจที่ สว. จะมาจากการเลือกตั้ง แต่ สส. ฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วยที่จะให้ สว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดการแทรกแซงจากพรรคการเมืองได้ง่าย และทำให้การตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร เพื่อการถ่วงดุลเป็นไปได้ยาก

               ทั้งนี้ ที่ประชุมรัฐสภาใช้เวลาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 วัน สามารถลงมติผ่านความเห็นชอบได้เพียง 2 มาตรา จาก 13 มาตรา

               นายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาจะจบวันนี้หรือไม่ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่หากไม่จบ ก็สามารถขยายเวลาเป็นสัปดาห์หน้า ในวันที่ 26 หรือ 27 ส.ค. ซึ่งต้องหารือกับวิป 3 ฝ่ายในวันนี้ก่อนว่าจะกำหนดเป็นวันใด เนื่องจากวันที่ 23 ส.ค.สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นการพิจารณาร่าง -พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ในมาตรา 18 ต่อ ซึ่งจะต้องพิจารณาให้จบก่อนภายในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค. โดยไม่เกินเวลา 24.00 น. ตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา พรบ.การเงิน ให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน

  

 

"สามารถ"เชื่อวันนี้ผ่านม.3-"ปู"เข้าทำเนียบแล้ว

 

               นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันนี้การอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญค้างอยู่ในมาตรา 3 ซึ่งเป็นมาตราสำคัญ ซึ่งในวันนี้ถ้าไม่มีปัญหาอะไร น่าจะผ่านมาตรา 3 ได้ แต่ก็มีผู้สงวนคำแปรญัตติไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนมาตรา 4 คงจะผ่านได้เร็ว เพราะไม่มีอะไรมากไม่น่าจะมีปัญหา

               ทั้งนี้ ในมาตรา 5 อาจจะมีปัญหาขึ้นมาอีกได้ เพราะเป็นมาตราที่สำคัญอีกมาตราหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีการโจมตีว่า เป็นสภาผัวเมีย และทำไมจึงให้ สว.ลงสมัครต่อได้เลย

               อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายค้านพยายามประท้วงอาจจะเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง เพื่อให้สาธารณชนเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย และได้ทำทุกวิถีทางที่จะยับยั้งแล้วแต่ไม่ได้ผล

               สำหรับความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล่าสุดเช้าวันนี้เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยคาดว่าจะเข้าร่วมการประชุมร่วมรัฐสภาด้วย

 

 

โพลล์เผย"ปชช."หนุนยกเลิก"สว.สรรหา-ให้มีสภาผัวเมีย"

 

               ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความคิดเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 429 คน ในเรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ สว.” โดยเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่า

               ความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ สว. ในประเด็น “ให้ สว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน โดยไม่จำเป็น ต้องมี สว. สรรหาอีกต่อไป” ประชาชนร้อยละ 59.2 ระบุว่า เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 21.0 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ที่เหลือร้อยละ 19.8 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

               ส่วนประเด็น “ยกเลิกข้อความว่า คุณสมบัติของผู้สมัครเป็น สว. ห้ามเป็น บุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ประชาชน ร้อยละ 46.2 ระบุว่า เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 38.0 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ที่เหลือร้อยละ 15.8 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

               สำหรับประเด็น “ยกเลิกเงื่อนไขที่ผู้ลงสมัคร สว.ต้อง พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือ สส. 5 ปีเสียก่อน” ประชาชนร้อยละ 55.2 ระบุว่า เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 30.1 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ส่วนอีกร้อยละ 14.7 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

               ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 35.5 ไม่แน่ใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวจะนำไปสู่การรวบอำนาจรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งเป็นสัดส่วนพอๆ กับประชาชนร้อยละ 34.7 ที่เห็นว่าน่าจะเป็นการนำไปสู่การรวบอำนาจรัฐสภาจริงตามที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต ขณะที่ร้อยละ 29.8 ระบุว่า ไม่จริงฝ่ายค้านคิดมากไป

               สุดท้ายเมื่อถามว่า การแก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ สว. ดังกล่าวมีผลดีหรือผลเสียกับประเทศไทยมากกว่ากัน ประชาชน ระบุว่า มีผลดีและผลเสียพอๆ กัน (ร้อยละ 36.8) รองลงมาคือ มีผลดีมากกว่าผลเสีย (ร้อยละ 25.4) และมีผลเสียมากกว่าผลดี (ร้อยละ 19.1)

 

 

หวิดสภาวุ่น!'สว.เลือกตั้ง-สรรหา'สาวไส้กันเอง

               

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. มีเหตุประท้วงวุ่นวายเล็ก โดยเป็นการประท้วงระหว่าง สว.สรรหา และสว.เลือกตั้ง โดยนายปรเทพ สุจริตกุล สว.สรรหา อภิปรายว่า การเลือกตั้งเป็นเพียงกระบวนการที่ได้บุคคลให้มาทำงานในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น และเพราะมีความเคยชินและรู้จักการเลือกตั้งมากเกินไปจนถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย แต่ข้อเท็จจริงแล้วประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ต้องมีการบริหารจัดการที่โปร่งใส และถ่วงดุลระหว่างอำนาจ 3 ฝ่ายกันได้ อีกทั้งในฝ่ายบริหาร รัฐมนตรีบางคนไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

               “หากให้ สว.มาจากการเลือกตั้ง เชื่อว่าผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว.ในอนาคตต้องวิ่งเข้าหาพรรคการเมืองอย่างเดียว เพราะถ้าไม่ไปจะเอาเสียงมาจากไหน และเมื่อ สว.เลือกตั้งมาโดยใช้ฐานเสียงของพรรคการเมือง เสียงข้างมากในรัฐสภาก็จะกู่ไม่กลับแล้วครับ เผด็จการรัฐสภา ทำให้รัฐสภาไม่เป็นประชาธิปไตย” นายปรเทพ อภิปราย

               จากนั้นมีการประท้วง โดย พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สว.มุกดาหาร ว่า เป็นการใส่ร้าย สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้ตนในฐานะ สว.เลือกตั้งจากประชาชนไม่ได้วิ่งหาพรรคการเมืองใด ลาออกจากราชการไปลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยตนเองไม่มีพรรคการเมืองสังกัด

               ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยและทักท้วงว่าอย่าพาดพิง และได้ปิดไมโครโฟนของ พ.ต.ท.จิตต์ เพื่อให้ยุติการประท้วง แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะ พ.ต.ท.จิตต์ ยังตะโกนกลางรัฐสภา ว่า “มาดูถูกกันมากไปแล้ว ตัวเองวิเศษมาจากไหน”

               

               ทั้งนี้ นายปรเทพ ขออภิปรายต่อว่า ตนอภิปรายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ได้กล่าวถึง สว.เลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ผ่านมา สว.เลือกตั้งและสรรหาต่างร่วมทำงานกันเป็นอย่างดี นอกจากนั้นที่ผ่านมามีอะไรที่กระทบกับ สว.เลือกตั้ง ตนช่วยปกป้องมาตลอด

               จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาที่มีลำดับการอภิปรายต่อไป