ข่าว

ตอกฝาโลง'จีที 200'ไม้ล้างป่าช้าพันล้าน

ตอกฝาโลง'จีที 200'ไม้ล้างป่าช้าพันล้าน

22 ส.ค. 2556

ตอกตะปูปิดฝาโลง'จีที 200' มหากาพย์ไม้ล้างป่าช้าพันล้าน : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน

             ศาลประเทศอังกฤษจัดการตอกตะปูปิดฝาโลง "จีที 200" อีกครั้ง ด้วยคำพิพากษาจำคุก นายแกรี่ โบลตัน วัย 47 ปี เจ้าของบริษัทโกลบอล เทคโนโลยี ผู้ผลิตเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่นดังกล่าวเป็นเวลา 7 ปี ด้วยข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่นดังกล่าวที่เคยมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในกองทัพของหลายประเทศทั่วโลกไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถตรวจหาระเบิดได้จริง

             รวมทั้งประเทศไทยที่มีหน่วยงานราชการทั้งกองทัพ และพลเรือน จัดซื้อมาใช้งานด้วยงบประมาณร่วม 1,000 ล้านบาท จนได้รับฉายาว่า "ไม้ล้างป่าช้าพันล้าน" โดยศาลอังกฤษเปิดเผยว่า ไม้ล้างป่าช้าดังกล่าวมีต้นทุนต่ำกว่า 5 ปอนด์ (ไม่เกิน 250 บาท) แต่กลับมีราคาขาย (ในเมืองไทย) ตั้งแต่ 500,000-1,200,000 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนการ์ดที่ใช้งาน) !!!!

             ทั้งนี้ คำฟ้องยังระบุด้วยว่า บริษัทโกลบอล เทคโนโลยี ของนายโบลตัน มีรายได้เกือบ 3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 150 ล้านบาท) จากการผลิตจีที 200 จำนวน 5,000 เครื่อง และในคำฟ้องยังระบุว่า ประเทศไทยยังใช้เครื่องมือนี้อยู่

             ส่วนกระบวนการสอบสวนเพื่อเอาผิดในกระบวนการจัดซื้อจีที 200 ในประเทศไทยมีความคืบหน้าครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สรุปผลการดำเนินการตรวจสอบกรณีจีที 200 และได้ข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นความผิด 2 ประเด็น คือ

             1.หน่วยงานจัดซื้อในราคาที่สูงแพงเกินความจำเป็น และ 2.พฤติการณ์ของกลุ่มบริษัทที่เสนอขายเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยมีพฤติการณ์ที่ไม่น่าจะสุจริตในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 

             ดีเอสไอระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นกระทำการที่อาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ซึ่งประมาณการมูลค่าความเสียหายสูงถึง 300 ล้านบาท หรือมากกว่า โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดร่วมด้วยตามมาตรา 12

             จากนั้นดีเอสไอได้สรุปผลการสืบสวนส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และเรียกร้องให้หน่วยงานราชการของไทยที่เคยจัดซื้อจีที 200 และอัลฟ่า 6 มาร้องทุกข์ต่อดีไอสไอ โดยมีหน่วยงานที่ดีเอสไอแจ้งให้มาร้องทุกข์ จำนวน 13 หน่วยงาน ซึ่งมีการจัดซื้อรวมกันทั้งหมด 1,576 เครื่อง

             ต่อมา นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.แถลงเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556 ว่า ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนคดีการจัดซื้อจีที 200 และอัลฟ่า 6 แล้ว หลังจากดีเอสไอได้ส่งสรุปสำนวนการสอบสวนการจัดซื้อดังกล่าวมาให้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 โดยมอบหมายให้ นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน

             ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากชุดสอบสวนของ ป.ปช.ระบุว่า 13 หน่วยงานรัฐที่จัดซื้อจีที 200 และอัลฟ่า 6 พบมูลความผิดว่ามีการจัดซื้อแพงเกินจริง ทว่า ยังไม่มีถ้อยแถลงยืนยันจาก ป.ป.ช.เกี่ยวกับผลการตรวจสอบแต่อย่างใด

             สำหรับรายชื่อหน่วยงานราชการ 13 หน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการไต่สวนของป.ป.ช. ได้แก่ 1.กรมการปกครอง 2.จังหวัดยะลา 3.จังหวัดพิษณุโลก 4.จังหวัดภูเก็ต 5.ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) 6.กรมศุลกากร 7.กรมสรรพาวุธทหารบก 8.ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี 9.ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท 10.องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 11.องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี 12.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ 13.สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม


กอ.รมน.ภ.4 ยันภาคใต้เลิกใช้แล้ว

             พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ และโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 สน.) กล่าวถึงการใช้งานจีที 200 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่มีผลการตรวจสอบว่าใช้งานไม่ได้มาตั้งแต่ปี 2553 ว่า ยืนยันว่าในพื้นที่ยุติการใช้งานไปหมดแล้ว ส่วนตัวเครื่องทั้งหมดนั้น ไม่แน่ใจว่าถูกเก็บเอาไว้ที่ใด

             พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวถึงการใช้งานเครื่องตรวจวัตถุระเบิดในพื้นที่ว่า ในปัจจุบันการเข้าตรวจสอบพื้นที่จะใช้เครื่องรบกวนสัญญาณ (แจมเมอร์) เพื่อตัดสัญญาณการจุดชนวนระเบิดเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวมองว่า ที่ผ่านมาจีที 200 ก็สามารถใช้งานได้จริงหลายครั้งจนสามารถสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ และสร้างความหนักใจให้แก่ฝ่ายตรงข้ามได้เป็นอย่างมาก แต่เมื่อสื่อมีการนำเสนอข่าว และมีผลการตรวจสอบออกมาก็ต้องยกเลิกการใช้งานไป ส่วนเรื่องการตรวจสอบนั้น คงเป็นเรื่องของฝ่ายนโยบาย เพราะเราเป็นเพียงผู้ใช้งานเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ


ดีเอสไอจี้ทบ.มอบจีที 200-ป.ป.ช.ไม่คืบ

             แหล่งข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 และอัลฟ่า 6 ของ 13 หน่วยงานราชการว่า ทางดีเอสไอได้ส่งเครื่องจีที 200 และอัลฟ่า 6 ของบริษัท โกลบอล เทคนิคอล ให้แก่ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (พีเทค) ตรวจสอบรายละเอียดแล้ว และกำลังรอผลอยู่ จึงจะสามารถบอกได้ว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบสวนพยานที่มีมากถึง 100 ปาก ยืนยันตรงกันแล้วว่า จีที 200 ไม่สามารถใช้งานในการตรวจวัตถุระเบิดได้จริงตามที่บริษัทดังกล่าวโฆษณาชวนเชื่อ

             แหล่งข่าวคนเดิม ระบุว่า ดีเอสไอได้ตรวจสอบเครื่องจีที 200 ที่กองทัพบกจัดซื้อกับบริษัทดังกล่าว จำนวน 757 เครื่อง ส่วนกองทัพเรือ มีการจัดซื้อมาทั้งหมด 38 เครื่อง โดยดีเอสไอเพิ่งรับเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้รอให้สำนักอัยการมาร่วมดำเนินการสอบสวนอยู่ และจะต้องรอทางอัยการสูงสุดสั่งให้ดำเนินการสอบสวนก่อน ดีเอสไอถึงจะดำเนินคดีได้ ส่วนของกองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใด ทั้งนี้ ดีเอสไอจะดำเนินคดีกับทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้จำหน่ายให้แก่หน่วยงานภาครัฐ

             “ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนประเด็นการฮั้วประมูล และการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินความเป็นจริง รวมถึงการเขียนทีโออาร์ที่มีลักษณะการล็อกสเปก โดยไม่มีสินค้าอื่นมาเปรียบเทียบคุณภาพ ทั้งยังได้ติดต่อกับตำรวจประเทศอังกฤษที่ทำคดีนี้ โดยให้ข้อมูลหลักฐานต่างๆ ผ่านช่องทางความร่วมมือทางอาญา (MLAB) เพื่อขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานอย่างเป็นทางการ ทำให้ศาลอังกฤษมีหลักฐานตัดสินพิพากษาจำคุก นายแกรี่ โบลตัน เจ้าของบริษัทเป็นเวลา 7 ปี”

             ส่วนการดำเนินการเอาผิดกับบริษัทผู้ขายนั้น แหล่งข่าวดีเอสไอกล่าวว่า คงจะต้องรอผลการตรวจสอบจากพีเทค ส่วนจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของพีเทค ซึ่งทางพีเทคจะต้องประชุมร่วมกับอัยการอีกครั้ง ขณะที่สำนวนของดีเอสไอเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนเครื่องจีที 200 ขณะนี้ทางดีเอสไอได้เสนอให้กองทัพบกรวบรวมเพื่อนำส่งให้ดีเอสไอตรวจสอบทั้งหมด

             นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมไต่สวนคดีการจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิด จีที 200 และอัลฟ่า 6 ของ 13 หน่วยงานราชการ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการไต่สวนว่า การไต่สวนมีความคืบหน้าไปมากแล้ว เหลือพยานอีก 2-3 ปาก ก็จะได้ความชัดเจนว่า มีการจัดซื้อที่แพงเกินจริง และเข้าข่ายการฮั้วประมูลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่า มีการกระทำความผิด ต้องรอผลสรุป และการแถลงเป็นทางการอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่ได้ล่าช้า แต่เนื่องจากพยานมีเป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการสอบสวน


เจษฎา : ช้าไม่ว่า แต่ขอให้ได้คนผิด

             นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในนักวิชาการกลุ่มแรกๆ ที่เปิดประเด็นจับพิรุธประสิทธิภาพของจีที 200 กล่าวหลังศาลอังกฤษสั่งจำคุกเจ้าของบริษัทผู้ผลิตจีที 200 ว่า ติดตามคดีนี้มาโดยตลอด และทราบว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะลูกขุนตัดสินว่า มีความผิดด้วยคะแนน 11 ต่อ 1 เสียง ก่อนที่ศาลจะตัดสินจำคุก 7 ปี

             นายเจษฎา กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายแกรี่ โบลตัน พยายามให้การโดยอ้างต่อศาลว่า ทางผู้ใช้คือ ประเทศไทย ยืนยันว่า เครื่องสามารถใช้งานได้จริง และยังอ้างด้วยว่า เราใช้เกินจากที่เขาแนะนำ คือ นำไปใช้ตรวจบุคคล และยาเสพติดด้วย ซึ่งนอกเหนือไปจากคำแนะนำของเขาทำให้ใช้งานไม่ได้จริง แต่ภายหลังทราบว่า ทางอังกฤษประสานกับดีเอสไอ และป.ป.ช. เพื่อสอบถามถึงการดำเนินการสอบสวนของไทย และทราบว่า ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่มีการดำเนินการเอาผิด เขาจึงนำเอาหลักฐานตรงนี้ไปยืนยันต่อศาลอังกฤษ กระทั่งศาลพิพากษาจำคุกในที่สุด

             เมื่อถามว่า การเอาผิดของไทยถือว่าล่าช้าไปหรือไม่ นายเจษฎา กล่าวว่า "ผมคาดเดาอยู่แล้วว่าคงไม่เร็ว เพราะตั้งแต่เลิกใช้นี่ก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว แต่ถึงจะต้องรออีก 2-3 ปีก็ไม่เป็นไร ขอแค่ว่า ในท้ายที่สุดจะต้องหาตัวคนที่มารับผิดชอบกับการใช้เงินภาษีของประเทศให้ได้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผมไม่คิดว่าเขาโกงนะ แต่น่าจะเป็นเรื่องของความผิดพลาดมากกว่า"


..............


(หมายเหตุ : ตอกตะปูปิดฝาโลง'จีที 200' มหากาพย์ไม้ล้างป่าช้าพันล้าน : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)