ข่าว

มติรัฐสภา349ต่อ157ผ่านม.2แก้รธน.

มติรัฐสภา349ต่อ157ผ่านม.2แก้รธน.

21 ส.ค. 2556

มติรัฐสภา 349 : 157 เสียงเห็นด้วยผ่านมาตรา 2 แห่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้าน'ศิริโชค'ซัด'มือดี'โพสต์ภาพด่า'ฝ่ายค้าน'ลงเฟซบุ๊กรัฐสภาไทย

                 เมื่อเวลา 16.30 น.ที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้มีการลงมติมาตรา 2 ว่าด้วยการบังคับใช้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไข กลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับ สว.ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับ สว.หลังจากที่มีสมาชิกรัฐสภาที่สงวนความเห็นอภิปรายอย่างครบถ้วน โดยที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นด้วยกับการไม่แก้ไข ด้วยเสียง 349 เสียง ต่อ 157 เสียง โดยจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้วันถัดจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                โดยก่อนหน้านั้นนายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับ สว.ยืนยันมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 ว่า  ด้วยการให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ในวันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า สว.เลือกตั้งชุดปัจจุบันมีประโยชน์ทับซ้อนเพราะเมื่อหมดวาระแล้วสามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง สว.ได้ทันที ทั้งนี้การลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว.แล้วจะได้รับเลือกทันที เพราะผลการเลือกตั้งอยู่ที่ประชาชน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ขัดกัน

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการลงมติดังกล่าว นายศิริโชค โสภา สส.สงขลา,นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ ได้สอบถามถึงความรับผิดชอบของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ต่อประเด็นที่ทีมงานโพสต์ภาพ สส.พรรคประชาธิปัตย์ นำมือค้ำคอตำรวจรัฐสภา โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนพักการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมจะตรวจสอบให้ ขณะที่นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า ภาพที่นำมาแสดงบนเฟซบุ๊กรัฐสภาไทย และสังคมมองว่าตนทำร้ายตำรวจรัฐสภา ไม่เป็นความจริง เพราะขณะที่เกิดเหตุชุลมุนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเหยียบเท้าของตนที่ตาปลา ตนจึงรู้สึกเจ็บ

               
 

"ศิริโชค"ซัด"คนของสมศักดิ์"โพสต์ภาพด่า"ปชป."ลงเฟซบุ๊กรัฐสภาไทย

 

                เมื่อเวลา 14.20 น. นายศิริโชค ได้นำภาพ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ท่ามกลางความชุลมุน ในห้องประชุมรัฐสภา และมีภาพมือค้ำไปที่คอของตำรวจรัฐสภา พร้อมเขียนข้อความประกอบว่า “ผู้ทรงเกียรติ” มาหารือต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่า ภาพดังกล่าวถูกโพสต์ในเฟซบุ๊กของรัฐสภาไทย เบื้องต้นได้สอบถามเจ้าหน้าที่รัฐสภาทราบว่า เป็นของรัฐสภาไทยจริงแต่บุคคลที่ลงภาพหรือเขียนรายละเอียดนั้น จะเป็นข้าราชการฝ่ายการเมืองที่ทำงานอยู่ในสำนักประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นตนขอให้นายสมศักดิ์ รับผิดชอบกับสิ่งที่ลูกน้องได้กระทำ และขอเรียกร้องอย่าใช้ช่องทางดังกล่าวทำลายฝ่ายตรงข้ามหรือเขียนด่านพรรคประชาธิปัตย์

                ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะรับไปตรวจสอบหากเป็นข้อเท็จจริงจะให้ยุติการเผยแพร่ภาพดังกล่าว ทั้งนี้ภายหลังจากที่นายศิริโชคหารือ ไม่กี่นาที พบว่า ภาพที่นายศิริโชคปริ้นซ์มาถูกลบออกไปจากหน้าเฟซบุ๊กรัฐสภาไทยแล้ว

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราเกี่ยวกับที่มาของ สว. ในมาตรา 2 ว่าด้วยระยะเวลาการประกาศใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดย สส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช อภิปรายให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ทันที ด้าน สว.สรรหา อาทิ พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ สว.สรรหา ขอให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้หลังจากที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 1 ปี เพื่อป้องกันการครหาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ สว.ชุดปัจจุบัน

 

 

"วัฒนา"ป้องขุนค้อนดึงตร.คุมสภา เผยสั่งตรวจสอบปมเฟซบุ๊กสภาแล้ว

 

               เมื่อเวลา 16.30 น. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานรัฐสภา แถลงว่า สำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของ สว.ครั้งนี้นั้น ถือเป็นครั้งแรกในการอภิปรายวาระ 2 ที่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยขอแปรญัติถึง 57 คน ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ขัดต่อหลักการและเป็นปัญหาเรื่องของเวลาการอภิปราย เหมือนการพยายามขัดขวางเพื่อไม่ให้สภาเดินหน้าต่อไปได้ และมีการโจมตีประธานรัฐสภาอย่างเช่น เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่กล่าวหาว่า นำเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมการอภิปรายของฝ่ายค้าน ในเรื่องของข้อเท็จจริงได้มอบหมายให้เลขาฯสภาดูในรายละเอียดแล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการคุกคามการทำงานของ สส.อย่างที่ถูกกล่าวหา เพราะเป็นการทำหน้าที่ปกติ อีกทั้งยังทำให้ สส.และ สว.มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้นด้วย และการที่ สส.ฝ่ายค้านเข้ามาบีบคอเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์วุ่นวายในสภานั้น ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ด้วย

               ส่วนกรณีที่นายศิริโชค ระบุว่า มีการใช้เฟซบุ๊กของรัฐสภาโจมตีการทำงานของฝ่ายค้านนั้น ขณะนี้นายสมศักดิ์ ได้ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่โดยส่วนตัวไม่แน่ใจว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของรัฐสภาจริงหรือไม่ ซึ่งต้องรอการตรวจสอบก่อน

               “เราต้องไปตรวจดูว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวที่มีการใช้โลโก้ของรัฐสภา ผิดระเบียบของรัฐสภาหรือไม่ เหมือนโลโก้ของทำเนียบรัฐบาลที่ห้ามนำมาใช้ เพราะผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าเราตรวจสอบและพบว่าผิดระเบียบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย” นายวัฒนา กล่าว

                

 

"ตำรวจสภาฯ"แจ้งความ สน.ดุสิต ถูกลูกหลงสภาฯป่วน

 

               พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง กล่าวถึงการจัดกำลังตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยบริเวณรัฐสภาว่า กำลังตำรวจนครบาลไม่ได้เข้าไปด้านในรัฐสภา มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณด้านนอกเท่านั้น นอกเสียจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาขอกำลังเสริมเข้าไปช่วยตรวจคัดกรองบุคคลเข้าออกอย่างเข้มงวด ก็จะส่งกำลังเข้าไป แต่ปกติจะไม่ได้เข้าไปด้านในอยู่แล้ว อำนาจการสั่งการขึ้นอยู่กับประธานสภา หากมีการประสานมาตามขั้นตอนต้องการกำลังเข้าไปป้องกันดูแลเหตุร้ายมือที่สามก็สามารถทำได้

                รอง ผบช.น. กล่าวถึงการลักลอบเล่นการพนันในช่วงเวลาว่างของบรรดาคนขับรถ สส.และ สว.ตามที่เป็นข่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากมีการร้องขอให้ไปจับกุมก็จะเข้าไป ทุกครั้งที่ตำรวจจะเข้าไปต้องได้รับอนุญาตก่อน  โดยการร้องขอกำลังเข้าไปรักษาการณ์ภายใน เนื่องจากกำลังของเขาไม่พอ และกำลังของเขาไม่ได้ฝึกแบบเรา เราก็จะส่งตำรวจเข้าไป

                พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.น. กล่าวถึงการนำกำลังตำรวจปราบจลาจลมาที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่าได้รับการประสานมาภายหลังเกิดเหตุความวุ่นวายในที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำกำลังมาบริเวณหน้ารัฐสภา เพราะเกรงจะมีปัญหาจากภายนอกเข้าไปผสมโรงกับปัญหาด้านในสภา โดยทาง บชน.มีศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว จึงทำให้มารัฐสภาได้อย่างรวดเร็ว และไม่ได้มีคำสั่งพิเศษใดๆ แต่เป็นการประเมินสถานการณ์ว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 และ 3 เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนมาประจำการจนกว่าการพิจารณาทั้ง 3 วาระจะเสร็จสิ้น โดยจะประเมินจากสถานการณ์เป็นหลัก และทางนครบาลไม่มีการขอตำรวจบ้านมาเป็นผู้ช่วยตำรวจแต่อย่างใด

                พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าว่า สถานการณ์ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายธีรศักดิ์ พรหมศิลา อายุ 41 ปี ตำรวจรัฐสภา ได้ไปลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.ท.ชวลิต กิ้มเฉียง พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ว่า ขณะเข้าไประงับเหตุได้เกิดการชุลมุนวุ่นวาย และถูกสมาชิกรัฐสภาทำร้ายร่างกาย กระทั่งมีรอยบวมแดง แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้ใด แจ้งเป็นหลักฐานเฉยๆ ขณะนี้ยังไม่ประสงค์ดำเนินคดี ภายหลังจากไปตรวจร่างกายที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า และลงบันทึกประจำวันในวันนี้