
50มูลนิธิราชประชานุเคราะห์
ไลฟ์สไตล์ : 50 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มุ่งให้ไทยเป็นสุข
จากน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ของราษฎรเสมอมา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2506 ตามพระบรมราโชบายที่ว่า.."ให้ไปให้ความอบอุ่น ไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยฉับพลับ ทำให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานต่อไป" ซึ่งนับถึงวันนี้เป็นเวลา 50 ปีพอดี ดังนั้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นที่มาของการจัดงาน 50 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ "น้ำพระทัยรวมใจปวงราษฎร์" โดย แก้วขวัญ วัชโรทัย ประธานมูลนิธิฯ นำทีมตั้งโต๊ะแถลงข่าว ที่โรงละครสนามเสือป่า พระราชวังดุสิต สำนักพระราชวัง เมื่อวันก่อน
ประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวถึงเป้าหมายของการจัดงานที่นอกเหนือการแสดงความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วนั้น ยังต้องการเผยแพร่วัตถุประสงค์และภารกิจของมูลนิธิฯ ตลอดระยะเวลา 50 ปี และเพื่อจัดงานเฉลิมฉลองมอบความสุขให้กันและกัน ขณะเดียวกันยังต้องการให้ศิษย์เก่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯ ทั่วประเทศ ได้กลับมาพบปะกันอันจะเป็นการสร้างเครือข่ายสืบสานงานของมูลนิธิฯ ต่อไป
ในฐานะประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ อภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยวันที่ 23 สิงหาคม 2556 เป็นการจัดงานด้านพิธีสงฆ์และมอบทุนพระราชทานแก่เด็กนักเรียน ส่วนวันที่ 24 สิงหาคม 2556 ระหว่างเวลา 14.00- 22.00 น.ที่บริเวณสนามเสือป่า พระราชวังดุสิต สำนักพระราชวังจะเป็นการจัดงานน้ำพระทัยรวมใจปวงราษฎร์
"ซึ่งกิจกรรมในงานประกอบด้วยการรับบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนมูลนิธิฯ โดยศิลปิน ดารา การออกร้านจำหน่ายสินค้า โดยการจำลองบรรยากาศของสถานที่หรือเหตุการณ์สำคัญในอดีต การลงนามถวายพระพรด้วยระบบคอมพิวเตอร์จอสัมผัส รวมถึงยังจะได้สนุกกับงานวัดกลางกรุงอีกด้วย" อภินันท์ แจง
ทั้งนี้ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ยังได้ย้ำถึงไฮไลท์ของงานในปีนี้ด้วยว่า ผู้ที่มาร่วมงานจะได้ร่วมกันฟังและซาบซึ้งไปกับบทเพลง ราชประชานุเคราะห์ ซึ่งประพันธ์ใหม่ในวาระครบ 50 ปีของมูลนิธิฯ โดย "แอ๊ด" ยืนยง โอภากุล และ การแปลอักษรภาคพื้นดินจากนักเรียนปัจจุบัน ศิษย์เก่า และอาสาสมัครกว่า 4,000 คน รวมทั้งการแสดงสื่อผสม แสง สี เสียง แรงบันดาลใจเรื่องราวของภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติราชประชานุเคราะห์ด้วย
ด้านศิษย์เก่านักเรียนทุนที่ได้รับโอกาสจนเรียนจบระดับปริญญาโท "นก" ณฐยา ชนะเดช เจ้าหน้าที่บริหารงานสงเคราะห์วัย 31 ปี และ "นิว" พัชรนันท์ อิ่มทั่ว นักสังคมสงเคราะห์ อายุ 30 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ร่วมกันเปิดเผยความรู้สึกว่า ภาคภูมิใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนชน จากเด็กขาดโอกาสทางการศึกษาทำให้มีงานที่ดีทำ ทั้งยังได้มีส่วนกลับมาช่วยสังคม
"เราทั้งสองคนกลับมาทำงานกับมูลนิธิฯ เป็นเวลา 8 ปีแล้ว ถึงจะเหนื่อยและลำบากมากเพราะต้องออกหน่วยรับผิดชอบดูแลงานด้านสาธารณภัยทั่วประเทศ แต่พอได้ทราบจากผู้ใหญ่ว่า พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีรับสั่งมาถึงเจ้าหน้าที่ว่า "ขอบใจเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ไปทำงานแทนพระองค์ท่าน" ก็เป็นกำลังใจมากๆ แล้ว ส่วนการจัดงานครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่จัดงานใหญ่ โดยเฉพาะการแปลอักษรภาคพื้นดิน ซึ่งจะมีสองภาพ คือ โลโก้มูลนิธิฯ และ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์ปักเครื่องหมายมูลนิธิฯ" สองศิษย์เก่าที่ผันตัวมาเป็นเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิฯ เล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
ส่วน เลขามูลนิธิฯ กล่าวปิดท้ายว่า ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการทุกฝ่ายและเจ้าหน้าที่ทุกคนของมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งอุทกภัย วาตภัย และอัคคีภัยอย่างเข้มแข็ง อดทน โดยทุกคนขอตั้งปธิธานร่วมกันว่า จะปฏิบัติงานสนองเบื้องพระยุคลบาทด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น เพื่อช่วยกันนำพาความสุขให้บังเกิดแก่ประชาชนที่มีทุกข์ภัย สมดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานไว้สืบไป



